
ระเบิดในไทยทิ้งแผลเป็นแห่งความสูญเสีย
เหตุการณ์วางระเบิดบริเวณสี่แยกราชประสงค์ของไทยเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา สร้างความสูญเสียมากมาย มียอดผู้เสียชีวิต 22 คน และได้รับบาดเจ็บ 123 คน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งนี้แม้เหตุการณ์ผ่านมาแล้วหนึ่งสัปดาห์ แต่ยังคงมีผู้บาดเจ็บอีก 14 คน ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด สื่อต่างชาติเผยแม้เหตุการณ์จะผ่านมาแล้วแต่ยังคงทิ้งร่องรอยความสูญเสียไว้มากมาย
เหตุการณ์วางระเบิดบริเวณสี่แยกราชประสงค์ของไทยเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา สร้างความสูญเสียมากมาย มียอดผู้เสียชีวิต 22 คน และได้รับบาดเจ็บ 123 คน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งนี้แม้เหตุการณ์ผ่านมาแล้วหนึ่งสัปดาห์ แต่ยังคงมีผู้บาดเจ็บอีก 14 คน ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด สื่อต่างชาติเผยแม้เหตุการณ์จะผ่านมาแล้วแต่ยังคงทิ้งร่องรอยความสูญเสียไว้มากมาย
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเปิดเผยการสัมภาษณ์ครอบครัวผู้สูญเสียชาวมาเลเซียที่มาเที่ยวเมืองไทยในวันเกิดเหตุการณ์ระเบิด ระบุว่า เนียว ฮอคควาน วัย 53 ปี พาสมาชิกครอบครัวอีก 5 คน มาเที่ยวพักผ่อนที่กรุงเทพฯ แต่เหตุระเบิดที่ย่านราชประสงค์นั้นได้คร่าชีวิตสมาชิกทั้งหมดในครอบครัวไป
“ตอนนั้นผมกำลังไหว้พระอยู่ในวัด รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนหนักมาก จากนั้นผมเริ่มตามหาคนในครอบครัวที่เหลือ แต่พวกเขาไม่อยู่แล้ว ผมสูญเสียทุกๆ อย่าง” เนียว กล่าว
เนียวสูญเสียภรรยา ลูกชาย และหลานสาววัย 5 ขวบ ทั้งนี้ ศพที่เสียชีวิตถูกบรรจุโลงส่งกลับไปที่เมืองปีนังของมาเลเซียเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา
ซีเอ็นเอ็นระบุเพิ่มเติมอีกว่า ยังมีคู่พ่อลูกชาวไต้หวันที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุระเบิดด้วย โดยชางกับลูกสาวได้บินกลับไต้หวันในสภาพนั่งรถเข็นเนื่องจากบาดเจ็บอย่างหนักที่ขาในเหตุการณ์ระเบิดที่ผ่านมา
“ลูกสาวกับผมต้องพากันลากตัวเองมาที่มุมร้านหลุยส์ วิตตอง ขาทั้งสองข้างของเราเลือดไหลไม่หยุดและขยับไม่ได้เลย คนอื่นๆ ก็ร้องตะโกนขณะช่วยพยุงเรา” ชาง กล่าว
ซีเอ็นเอ็นรายงานอ้างเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญของไทยที่ระบุว่า มีความมั่นใจว่ามือวางระเบิดจงใจที่จะทำลายการท่องเที่ยวของไทยซึ่งถือเป็นเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ เพราะเหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่แวดล้อมด้วยโรงแรมชื่อดังและแหล่งห้างสรรพสินค้ามีชื่อมากมาย
เหตุการณ์วางระเบิดดังกล่าวนอกจากสร้างความสูญเสียต่อชีวิตผู้คนแล้วยังกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยวด้วย ซีเอ็นเอ็นรายงานว่าหลังเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้น ก็มีประกาศจาก 23 ประเทศเตือนนักท่องเที่ยวในประเทศของตนให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย รวมถึงสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฮ่องกงได้ประกาศยกเลิกทัวร์ที่จะมาท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ จนถึงสิ้นเดือน ส.ค.นี้ด้วย
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยหลังการสัมภาษณ์ชาวไทยเจ้าของธุรกิจให้เช่ารถตู้ ซึ่งให้สัมภาษณ์ว่า เหตุระเบิดดังกล่าวกระทบต่อการทำธุรกิจท่องเที่ยวมาก โดยปกติมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการเช่ารถตู้ 8-9 คัน/วัน ขณะนี้ลดลงเหลือ 4-5 คัน/วัน เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนลดลง
ทั้งนี้ ซีเอ็นเอ็นเปิดเผยอ้างเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญของไทย ว่า หลังจากตรวจสอบกล้องวงจรปิดสันนิษฐานว่าผู้วางระเบิดในครั้งนี้น่าจะเป็นชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งดำเนินการจับกุมมือวางระเบิด แต่ก็ยังไม่พบตัว ล่าสุด พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ตั้งรางวัลนำจับสำหรับผู้แจ้งเบาะแสคนร้ายเพิ่มเป็นจำนวน 3 ล้านบาทแล้ว







