posttoday
หาญเลือก ผบ.ทบ.ที่เหมาะสมเถอะ 'ลุงตู่' !

หาญเลือก ผบ.ทบ.ที่เหมาะสมเถอะ 'ลุงตู่' !

25 สิงหาคม 2558

โดย...ไพรัช วรปาณิ  กรรมการอัยการ

โดย...ไพรัช วรปาณิ  กรรมการอัยการ

ผู้เขียนเคยเขียนให้กำลังใจ “บิ๊กตู่” ในบทความเรื่อง “ถึงเวลาปรับ รมต.ประเภท ‘มันเทศขึ้นโต๊ะ’” โดยการแนะให้ลองเอาประเภท “หูฉลามขึ้นโต๊ะดูบ้าง ด้วยการสรุปท้ายว่า ฉะนั้นรีบปรับ ครม.เถอะครับ “ลุงตู่” ! มาแล้ว ซึ่งลงใน “โพสต์ทูเดย์” ฉบับวันพุธที่ 22 ก.ค.ศกนี้ ด้วยได้เล็งเห็นความจำเป็นในภาวการณ์ที่ต้องมุ่งหาคนมีฝีมือเข้ามาช่วยแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจให้เกิดเป็นโอกาสให้จงได้ ซึ่งผู้นำประเทศจำต้องใช้ความเด็ดเดี่ยวตัดสินใจเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ ตามที่ได้ตั้งปณิธานไว้แต่แรก

หลังจากการปรับ ครม. สิ่งสำคัญสุดอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องทำการตัดสินใจก็คือ การเลือกผู้เหมาะสมจะดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. คนที่ 39 ระหว่าง “บิ๊กหมู” พล.อ.ธีรชัย นาควานิช กับ “บิ๊กติ๊ก” พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา เพื่อเข้ารับภารกิจสำคัญของบ้านเมืองในการร่วมบริหารดูแลความมั่นคงของประเทศและความสงบสุขของประชาชน ท่ามกลางสภาวะไม่ปกติ อาทิ การเกิดระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหมราชประสงค์ใจกลางเมืองหลวงกรุงเทพฯ อันถือว่าเป็นช่วงเวลาล่อแหลมที่ต้องได้ผู้คุมกำลังทหารที่มีศักยภาพ มีคุณสมบัติเพียบพร้อมเข้ามาช่วยดูแลด้านความมั่นคงและความสงบสุขของประชาชน ตลอดจนการค้ำจุนรัฐบาลบริหารประเทศให้บรรลุเป้าหมายในที่สุด

พล.อ.ธีรชัย นาควานิช เกิด 16 พ.ย. 2498 อายุ 59 ปี เป็นบุตรชายของ พล.ต.ธวัชชัย นาควานิช เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เมื่อ 1 ต.ค. 2557 จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 14 (ตท.14) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 25 (จปร.25) ซึ่งเพื่อนร่วมรุ่นได้แก่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน อดีตเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 มาก่อน

พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา เกิด 8 ก.ค. 2499 เป็นบุตรชาย พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา จบการศึกษาโรงเรียนวัดนวลนรดิศ โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 15 และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 26 เป็น
ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เมื่อ 1 ต.ค. 2557 (พร้อมกัน) อดีตเป็นแม่ทัพภาคที่ 3 มาก่อน เป็นน้องชายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฟ้าลิขิตให้มาเป็นคู่ชิงตำแหน่ง ผบ.ทบ.ในครั้งนี้

ดูแล้วเป็นนายทหารที่มีเกียรติประวัติปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น เป็นที่ชื่นชมของเหล่าทหารรุ่นน้องด้วยกันทั้งคู่ โดยเพราะต่างมีคุณสมบัติเหมาะสมในการเข้ารับตำแหน่งสำคัญนี้ไม่ต่างกันมากนัก ทั้งเป็นผู้มีความสามารถเป็นที่ประจักษ์ทั้งคู่ จึงทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตกอยู่ในห่วง“รักพี่เสียดายน้อง” อันเป็นเรื่องธรรมดาของปุถุชน ทว่าในการเลือก ผบ.ทบ.ครั้งนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีผลต่อการบริหารของรัฐบาลในอนาคตโดยปริยาย

ผู้เขียนอยากจะเห็นผู้นำประเทศอย่าง“บิ๊กตู่” ใช้ความเด็ดขาดในการตัดสินใจครั้งนี้ ด้วยการยึดหลักความสงบสุขและประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญ โดยไม่หวาดหวั่นต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่สร้างสรรค์ หรือถ้อยคำเสียดแทงใจจากคนที่ไม่รู้จริง!

ในวาระหัวเลี้ยวหัวต่ออันสำคัญนี้ ผู้เขียนสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าการใดควร การใดไม่ควร ด้วยสติปัญญาที่มีอยู่พร้อม ด้วยการเน้นถึงความมั่นคงและประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง โดยไม่เอาประเด็นความเป็นพี่น้องมาปะปน หรือเป็นอุปสรรคบั่นทอนความเจริญก้าวหน้าในชีวิตราชการที่พึงมีตามสิทธิมาประเมิน ซึ่งอาจไม่เป็นธรรมแก่อีกฝ่ายหนึ่ง

จะเห็นได้ว่าการเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิตกับผู้มีอำนาจอย่าง “ลีกวนยิว” แห่งสิงคโปร์ ก็ได้ให้ลูกชายสืบทอดอำนาจมาแล้วท่ามกลางความเห็นด้วยของประชาชน เป็นอาทิทั้งนี้ เพราะการบริหารราชการแผ่นดินจำต้องมีมือไม้ที่เข้าใจกันมาเป็นกำลังในการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาประเทศไปสู่เป้าหมายอย่างราบรื่น

ดังนั้น การเลือก ผบ.ทบ.จึงควรคำนึงถึงความเหมาะสมและประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติเป็นสำคัญ หากพิจารณาแล้วพล.อ.ปรีชา มีคุณสมบัติเหมาะสมดังกล่าวข้างต้นการเอาความเป็นพี่น้องมาเป็น ประเด็นปัญหา ย่อมไม่เป็นธรรมแก่คู่แข่งขันตามกติกา มิใช่หรือ? ผู้เขียนมีสัญเจตนาสนับสนุนให้กำลังใจ “บิ๊กตู่” ใช้อำนาจเด็ดขาดหรืออำนาจเผด็จการตัดสินใจตั้งคนใดคนหนึ่งที่เห็นว่าเหมาะสมเป็นผู้นำทางการทหาร โดยไม่จำต้องห่วงกับประเด็นความเป็นพี่เป็นน้อง หรือเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ไม่รู้จริงแต่อย่างใด

ทั้งนี้ อำนาจเผด็จการเปรียบเสมือน “ไฟ” ที่มีอานุภาพทั้งเผาผลาญสรรพสิ่งให้มลายสูญแต่ในทางกลับกัน ก็สามารถให้ความอบอุ่น ความเจริญงอกงามแก่สรรพสิ่งเช่นกัน ถ้ารู้จักนำมาใช้ในทางที่ถูกที่ควร ย่อมเป็นประโยชน์มหาศาล และใช้เพื่อรักษาความสงบสุขของบ้านเมืองในขณะเดียวกัน ความสำคัญจึงอยู่ที่ผู้ใช้อำนาจนั้น ในทางใดหากมีเป้าหมายที่ถูกต้องชัดเจน การใช้เพื่อประโยชน์ชาติและประชาชน อำนาจนั้นก็เป็นธรรมและควรแก่การยกย่องเชิดชู ว่ามั้ย?

อีกประเด็นหนึ่งที่ใคร่จะกล่าวถึงคือ “อาวุโส” ซึ่งน่าจะถือเป็นเรื่องรอง ไม่ใช่เรื่องหลักสำหรับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งทั้งทางราชการหรือเอกชน เพราะบางคนแม้มีอาวุโสแต่สุขภาพไม่ดี ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ จึงควรเน้นที่ความเหมาะสมและความสามารถเป็นหลักในการพิจารณา

อย่างไรก็ตาม การนี้หากนายกฯ ประยุทธ์ มองเห็นว่าใครเหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งตนรู้อยู่แก่ใจแล้ว การจะตัดสินใจเลือก พล.อ.ธีรชัย หรือ พล.อ.ปรีชา มาเป็น ผบ.ทบ.คนที่ 39 นั้น ย่อมต้องขึ้นอยู่กับเหตุผลและความจำเป็นที่เป็นผลประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญนั่นเอง จึงเชื่อว่าเมื่อเลือกแล้วประชาชนคงจะเข้าใจถึงเหตุผลและความจำเป็นในที่สุด ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น

จึงควรดูที่ความเหมาะสมและความสามารถเป็นหลัก โดยไม่เอาความเป็นพี่น้องมาเกี่ยวข้อง มิฉะนั้นก็จะเป็นการไม่เป็นธรรมกับผู้ที่เลือกเกิดไม่ได้ จริงไหม?

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท