
ใช้โอกาสแก้ปัญหา
สังคมไทยมีความคาดหวังอย่างสูงให้รัฐบาลทุกรัฐบาลเร่งปฏิรูปการศึกษาของชาติอย่างจริงจังและเห็นเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ด้วยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้เสียเวลาและสูญเสียโอกาสการยกระดับการพัฒนาคนมามากพอแล้ว
สังคมไทยมีความคาดหวังอย่างสูงให้รัฐบาลทุกรัฐบาลเร่งปฏิรูปการศึกษาของชาติอย่างจริงจังและเห็นเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ด้วยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้เสียเวลาและสูญเสียโอกาสการยกระดับการพัฒนาคนมามากพอแล้ว
การปรับเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอบใหม่ ซึ่งได้เลือกผู้มีความรู้ความสามารถถูกฝั่งถูกฝามารับผิดชอบ ดังนั้นทั้ง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ซึ่งผ่านงานระดับเสนาธิการของกองทัพที่ได้รับการยอมรับสูง และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ซึ่งผ่านงานด้านการศึกษาจนเป็นที่ยอมรับ ควรได้ใช้โอกาสนี้เร่งรัดเดินหน้าการปฏิรูปการศึกษาให้มีความก้าวหน้าสมความคาดหวัง
จริงอยู่การปรับรื้อโครงสร้างด้านการศึกษาเป็นโจทย์ที่ใหญ่และมีความท้าทายในหลายมิติ แต่สำหรับนักบริหารที่ดีแล้ว จักต้องใช้คนให้เหมาะกับงาน เพราะเราไม่ได้ขาดแคลนนักการศึกษาที่ดี แต่ที่ผ่านมามักมีข้อจำกัดภายใน และขาดความจริงจังในการผลักดันนโยบาย
ความขัดแย้งในสังคมไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น ยอมรับกันเป็นการทั่วไปว่า เพราะเรามีปัญหาเรื่องคุณภาพของคนในชาติ ขาดการวางยุทธศาสตร์การพัฒนาคนที่เข้มข้น จริงจัง และต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าความเสียหายอันเกิดจากความขัดแย้งกันเองได้ทำลายความก้าวหน้าของประเทศให้ถดถอยไปมาก
เมื่อได้เสนาบดีที่มีความเหมาะสมมารับผิดชอบกระทรวงศึกษาธิการ เวลานับจากนี้ไปจึงเป็นโอกาสอันสำคัญยิ่งที่รัฐมนตรีทั้งสองจะเร่งสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ จะจัดลำดับความสำคัญงานเร่งด่วน จะปรับยุทธศาสตร์เสียใหม่ให้สอดคล้องสถานการณ์ก็ต้องดำเนินการโดยทันที เพราะไม่มีเวลาให้นับหนึ่งอีกแล้ว
กระทรวงสาธารณสุขก็เป็นอีกหนึ่งกระทรวงด้านสังคมที่นับว่าได้บุคลากรที่มีความเหมาะสม มากความสามารถ เพราะ ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร มีประสบการณ์ด้านการสาธารณสุข จนเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์มายาวนาน ฉะนั้น นโยบายทั้ง 8 ด้านที่ได้กำหนดเป็นแนวทางการทำงานแก่บรรดาข้าราชการต้องเห็นผลในทางปฏิบัติโดยเร็ว
ความขัดแย้งที่เรื้อรังระหว่างกลุ่มแพทย์ด้วยกัน ซึ่งเป็นอุปสรรคขัดขวางการให้บริการประชาชนน่าจะหมดไปในยุคหมอปิยะสกล นโยบายการบริการด้านสาธารณสุขของประเทศ หลังจากนี้จึงควรได้เห็นการยกระดับมาตรฐานการให้บริการที่เท่าเทียม สามารถลดความเหลื่อมล้ำในแต่ละระบบสุขภาพ ประชาชนเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง
ขณะเดียวกัน การแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ในแต่ละปีจะต้องเพียงพอ มีความเป็นธรรม และสามารถหยุดภาวะสมองไหลซึ่งกำลังวิกฤต ฯลฯ
กระทรวงด้านสังคมทั้งสองจึงถูกจับจ้องว่าเมื่อได้ผู้บริหารที่มากความสามารถ ความสามารถนั้นต้องไม่ทำให้ประชาชนผิดหวังซ้ำซากอีก







