posttoday
แรงต้าน รธน.แผ่ว การเมืองยอมเลือกตั้ง

แรงต้าน รธน.แผ่ว การเมืองยอมเลือกตั้ง

25 สิงหาคม 2558

การเมืองนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่ 6 ก.ย. เป็นสถานการณ์ที่ต้องจับตาเป็นอย่างยิ่ง

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การเมืองนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่ 6 ก.ย. เป็นสถานการณ์ที่ต้องจับตาเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นช่วงที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กำลังเดินเกมการเมืองภายในเพื่อชี้ชะตาว่าเห็นควรจะให้ความเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่

สปช.กำลังทุ่มเทสมาธิให้กับการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญอย่างหนัก หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเรื่องการเสนอโรดแมปเพื่อการปฏิรูปประเทศไปหมาดๆ ความเคลื่อนไหวที่เห็นและโดดเด่นที่สุดของ สปช.คงต้องยกให้กับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง และคณะ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นคณะ กมธ.คณะใหญ่ของ สปช. เพราะได้มีการประชุมเพื่อชำแหละร่างรัฐธรรมนูญทีละมาตราร่วมกันเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา

ท่าทีจากทั้งสองคณะ กมธ.พูดตรงกันว่าการลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิก สปช.แต่ละคน

"การลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ คณะ กมธ.ทั้งสองคณะจะให้สมาชิกฟรีโหวตลงมติ เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งส่วนตัวก็ไม่ขอออกความเห็นจะลงมติอย่างไร เพราะจะกลายเป็นการชี้นำ" สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมือง ระบุ

เดิมทีหลายฝ่ายจับตาคณะ กมธ.ทั้งสองชุดนี้เป็นอย่างมากว่าน่าจะเป็นแกนนำสำคัญในสภาในการเดินหน้าลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเต็มไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดเป็นจำนวนมาก แต่ทำไปทำมากำลังจะใส่เกียร์ถอยเสียแล้ว สะท้อนได้จากการให้สัมภาษณ์ของอาจารย์สมบัติในข้างต้น

เมื่อคณะ กมธ.ใหญ่ทั้งสองคณะเริ่มเอนเอียงไปในทางลงมติเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ จึงไม่ต่างอะไรกับการส่งสัญญาณให้สาธารณะรับทราบว่า สปช.น่าจะพร้อมประทับตรา “เห็นชอบ” ให้กับร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนเข้าสู่กระบวนการประชามติต่อไป

การทำประชามติในภาวะเช่นนี้ มีผลให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสียวสันหลังอยู่ไม่น้อย ด้วยเหตุที่นับวันความขัดแย้งทางการเมืองยิ่งจะทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกที อันเป็นภาวะที่ถูกสะสมมาตลอดในช่วงปีกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะการใช้อำนาจรัฐปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชนบางกลุ่มทั้งหนักและเบา

แน่นอนว่ากลุ่มต่อต้านอาจเลือกแสดงถึงการเอาคืน คสช.ด้วยการลงมติประชามติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกฉีกโดยการประชามติ ก็จะไม่ต่างอะไรกับการไล่ให้ คสช.พ้นจากอำนาจและคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชน

อย่างไรก็ตาม การทำให้ร่างรัฐธรรมนูญแพ้การทำประชามติต้องถือว่ายังมีความเป็นไปได้ยากพอสมควร ด้วยเหตุผล 2 ประการสำคัญ

1.เกณฑ์ของคะแนนที่ใช้ในการตัดสิน รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม บัญญัติว่าให้ถือเอาเสียงข้างมากมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินว่าประชาชนจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งการใช้แค่คะแนนเสียงข้างมากมาเป็นเกณฑ์นั้นเอื้อต่อการให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านด่านประชามติได้ค่อนข้างง่าย

หมายความว่า สมมติถ้าวันลงประชามติมีประชาชนออกมาใช้สิทธิ 10 ล้านเสียง จากผู้มีสิทธิจำนวน 20 ล้านคน แต่มีประชาชนลงคะแนนเห็นชอบมากกว่า 5 ล้านคนขึ้นไป ก็จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติไปได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เสียงถึง 10 ล้านเสียง

2.บทลงโทษระหว่างการทำประชามติ รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดให้นำบทลงโทษที่อยู่ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการทำประชามติ พ.ศ. 2552 มาบังคับใช้เฉพาะการทำประชามติในครั้งนี้ ซึ่งปรากฏว่ามีข้อความบางมาตราในกฎหมายประชามติที่สามารถตีความได้ว่า ห้ามฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญเคลื่อนไหวในระหว่างการรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ

“มาตรา 43 ผู้ใดกระทําการก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสิบปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท”

บทบัญญัติที่ว่านี้มีผลให้การเคลื่อนไหวของฝ่ายที่คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญอย่างพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ หรือแม้แต่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ทำได้ไม่คล่องตัว เพราะหากฝ่ายถืออำนาจรัฐมองว่าแม้เพียงแค่การแสดงความคิดเห็นในทำนองไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญเสมือนหนึ่งเป็นการชี้นำประชาชน ย่อมอาจเข้าข่ายการทำให้การออกเสียงประชามติไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและนำมาซึ่งการถูกลงโทษตามกฎหมายได้

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าพรรคการเมืองใหญ่ทั้งสองพรรคที่กุมมวลชนไว้ในมือจำนวนมาก ไม่ค่อยแสดงออกถึงการประกาศเคลื่อนไหวล้มร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกลัวมาตรการทางกฎหมายที่ คสช.นำมาใช้ในช่วงสถานการณ์พิเศษ

ดังนั้น บรรดาฝ่ายการเมืองเลยเลือกที่จะขออยู่แบบเงียบๆ ปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญเผชิญกับเส้นทางวิบากเอาเอง และเก็บตัวเพื่อรอเข้าสู่เส้นทางของการเลือกตั้งในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท