
ศาลออกหมายจับ "บรรยิน-พริตตี้" พร้อมพวกรวม4คน
ศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับ บรรยิน-พริตตี้-โบรกเกอร์สาวและมารดา รวม 4 คนข้อหาลักทรัพย์ ปลอมเอกสารสิทธิ
ศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับ บรรยิน-พริตตี้-โบรกเกอร์สาวและมารดา รวม 4 คนข้อหาลักทรัพย์ ปลอมเอกสารสิทธิ
เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้อนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตส.ส.นครสวรรค์ และอดีต รมช.พาณิชย์ พร้อมพวกรวม 3 คนประกอบด้วย น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาว ที่รับโอนหุ้นของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง, น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์สาวคนสนิทที่ดำเนินการเรื่องการโอนหุ้น ในฐานความผิดร่วมกันลักทรัพย์และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดควสามเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน,หรือรับของโจร รวมทั้งออกหมายจับ น.ส.ศรีธรา พรหมา มารดาของ น.ส.อุรชา ในข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์และรับของโจร
อย่างไรก็ตามขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกองปราบปราม ได้อยู่ระหว่างการประชุมเพื่อวางแนวทางในการติดตามตัวทั้งหมดมาดำเนินคดีทางกฎหมาย
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตำรวจพบหลักฐานที่น่าเชื่อว่า พ.ต.ท.บรรยิน ร่วมกับ น.ส.กัญฐณา และ นางอุรชา ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารบัตรประชาชนของนายชูวงษ์ และหนังสือการโอนหุ้น โดยมีการขีดฆ่า และเปลี่ยนแปลงข้อความจากการจำนำหุ้นเป็นการโอนหุ้น โดยที่นายชูวงษ์ไม่มีส่วนรู้เห็น เจ้าหน้าที่จึงได้ขอศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติหมายจับ
ด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หลังจากศาลอนุมัติหมายจับแล้ว ตำรวจยังไม่ได้รับการประสานจากพันตำรวจโทบรรยินเข้ามามอบตัวแต่อย่างใด ซึ่งหากตำรวจพบตัวก็สามารถจับกุมได้ทันที ยืนยันว่าการสืบสวนคดีดังกล่าว จะไม่มีการใช้อิทธิพลเข้ามาแทรกแซงการสืบสวนสอบสวนคดีอย่างแน่นอน เนื่องจากคดีการโอนหุ้นและคดีการเสียชีวิตถูกโอนมาอยู่ในความดูแลของกองปราบปราม
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก นายชูวงษ์ ได้เสียชีวิตหลังเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน เป็นคนขับเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ต่อมาญาติเข้าร้องเรียนกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้รื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ เนื่องจากติดใจการเสียชีวิตหลายประเด็นนั้น รวมทั้งเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ให้ตรวจสอบการโอนหุ้นของนายชูวงษ์มูลค่ารวมเกือบ 300 ล้านบาทให้ น.ส.กัญฐณา และมารดาของ น.ส.อุรชา ก่อนเสียชีวิต







