
ชวนเตรียมวางตัวทีมสู้คดียุบพรรค
ชวนรอถก อภิสิทธิ์-บัณฑิต-กรรมการบริหารพรรค ก่อนวางตัวทีมงานสู่คดียุบพรรคส่วน 258 ล้าน วอนเพื่อไทยหยุดวิจารณ์
ชวนรอถก อภิสิทธิ์-บัณฑิต-กรรมการบริหารพรรค ก่อนวางตัวทีมงานสู่คดียุบพรรคส่วน 258 ล้าน วอนเพื่อไทยหยุดวิจารณ์
นายชวน หลีกภัย หัวหน้าทีมสู้คดียุบพรรคกล่าวว่า ไม่มีแนวคิดที่เปลี่ยนแปลงทีมกฎหมายในการต่อสู้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ แต่เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ได้รับคำร้องในส่วนของเงินบริจาคพรรคการเมือง 258 ล้านบาท จากบริษัททีพีไอ ต้องรอดูว่าสิ่งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และอัยการร้องไปนั้นมีอะไรบ้างส่วนคณะทำงานอย่างน้อยต้องหาคนเพิ่ม เพราะลำพังคดี 29 ล้านบาทถือเป็นภาระหนักอยู่แล้ว มีเอกสารมากถึงขนาดต้องจ้างคนมาอ่านเพื่อสรุปใจความสำคัญต่อคณะทำงานแล้ว
นายชวน กล่าวว่า กรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม ซึ่งช่วยงานมาตั้งแต่ต้น ตนเองเป็นผู้หารือกับนายนิพิฏฐ์ว่าไม่อยากให้มาดูแลเพราะมีงานประจำในตำแหน่งที่รับผิดชอบมากอยู่แล้ว จึงไม่อยากให้เสียเวลางาน และอยากหาคนมาช่วยตลอด เพราะที่มีอยู่แล้วยังไม่พอ เพราะเอกสารมีจำนวนมาก มีการอ้างรวมทั้งฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้องเกือบร้อยราย จึงจำเป็นต้องศึกษาโดยละเอียด หากจะได้คนมาเพิ่มและไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ รายละเอียดก็จะยิ่งเสียเวลาไปใหญ่ ดังนั้น ในงานทำบุญพรรควันที่ 15 ก.ค. ตนเองจะได้หารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคก่อนว่าจะให้ใครมาช่วยเต็มเวลาบ้าง
นอกจากนี้ ในการหาทีมกฏหมายมาช่วยในคดี 258 ล้านตนเองต้องหารือกับนายบัณฑิต ศิริพันธ์ ในฐานะทนายความรับผิดชอบคดีโดยตรงอีกชั้นหนึ่งด้วย ว่าจะมีทีมทนายความจากข้างนอกมาช่วยทำคดีอีกมาน้อยเพียงใด หรือไม่อย่างไร เพราะหากเทียบกับสมัยที่พรรคเคยถูกฟ้องคดีทุจริตเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ครั้งนั้นมีตัวแทนของสำนักงานกฏหมายที่มารับผิดชอบคดีดังกล่าวโดยตรงมาช่วยเป็นตัวเป็นตน
"เวลาที่เราถูกฟ้องร้องทางคดีไม่มีใครที่ไม่หนักใจ แต่ยืนยันว่าเราก็สู้ตามข้อเท็จจริงประกอบกับข้อกฏหมาย เพราะถ้าพรรคประชาธิปัตย์ทำผิดเราก็ต้องรับผิดในผลที่เรากระทำ แต่ผมยังเชื่อในความเป็นกลางเป็นธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เช่นครั้งคดียุบพรรคครั้งที่ผ่านมา มีข่าวมาว่ามีการวิ่งเต้นกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วยวงเงินสูงถึง 30 ล้านบาท แต่ในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ก็สามารถต่อสู้ด้วยข้อเท็จจริงรอดพ้นจากการถูกยุบพรรคมาได้ ผมเชื่อในเรื่องกฏแห่งกรรม และความศักดิ์ศิทธิ์ของกฏหมายที่ว่าใครทำดีได้ดี ใครทำไม่ดีย่อมได้รับผลไม่ดีตอบ ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะรับคำวินิจฉัยจากดุลยพินิจของศาล" นายชวน กล่าว
นายชวน กล่าวว่า กรณีพรรคเพื่อไทยออกมาวิจารณ์คดีนั้น ไม่อยากให้วิจารณ์ เพราะไม่รู้ข้อเท็จจริงดีพอ และรู้ว่าอยากให้ยุบพรรค แต่ที่สำคัญอย่าให้คนของท่านมาข่มขู่คุกคามสถาบันหรือองค์กรอิสระ เช่น กกต. อย่างที่ผ่านมาเพราทุกคนล้วนเป็นปุถุชน ทุกคนมีความกลัวตนเองเคยเรียกร้องให้รัฐบาลมาก่อนหน้านี้แล้วว่าขอให้ดูแลคุ้มครองผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในองค์กรต่างๆที่ทำหน้าที่ในการวินิจฉัยเพื่อไม่ให้ถูกคุกคาม







