
การกำหนดกลยุทธ์ ในการสรรหาพนักงาน
สิ่งสำคัญของกระบวนการสรรหา นอกจากจะต้องทราบข้อมูลช่องทางในการสรรหาคนเข้าสู่องค์กรแล้ว
โดย...ดร.กฤติน กุลเพ็ง บริษัท ไอโอดี คอนเซาท์ติ้ง แอนด์ เทรนนิ่ง www.krittin.in.th
สิ่งสำคัญของกระบวนการสรรหา นอกจากจะต้องทราบข้อมูลช่องทางในการสรรหาคนเข้าสู่องค์กรแล้ว ยังต้องมีความรู้ความสามารถในการหาข้อมูล Demand และ Supply ในแต่ละปีด้วยเช่นกัน
ส่วนใหญ่แล้วนักบริหารงานบุคคลไม่เคยที่จะหาข้อมูลก่อนว่า ในแต่ละปีจะมีจำนวนผู้สมัครมากน้อยเพียงใด และในมหาวิทยาลัยได้ผลิตบัณฑิตออกมารับใช้สังคมในแต่ละปีมีจำนวนเท่าไร
ทั้งๆ ที่ข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นที่บริษัทควรจะต้องทราบในเบื้องต้นเสียก่อน เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดกลยุทธ์ในการสรรหาของแต่ละปีนั่นเอง
ผมขออธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมของคำว่า Demand และ Supply ในความหมายของ การสรรหาพนักงาน เพื่อจะได้เกิดความเข้าใจมากขึ้น
Demand หมายถึง ความต้องการอัตรากำลังคนของในแต่ละองค์กรในแต่ละปี ว่ามีจำนวนเท่าไร ข้อมูลส่วนนี้ส่วนใหญ่จะมีอยู่ที่สำนักงานจัดหางานของแต่ละจังหวัดนั่นเอง
Supply หมายถึง อัตรากำลังของแตะละปีที่มหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยได้ผลิตแรงงานออกมาสู่ภาคธุรกิจ ข้อมูลส่วนนี้จะต้องรวบรวมจากมหาวิทยาลัยในแต่ละแห่ง ว่าในปีดังกล่าวมีการผลิตบัณฑิตออกมาจำนวนเท่าใด
ก่อนที่จะมีการสรรหาพนักงานในแต่ละองค์กร นักบริหารงานบุคคลได้มีข้อมูลทั้งสองส่วนนี้ก่อน ก็จะสามารถวางแผนกลยุทธ์ในการรับคนเข้าสู่องค์กรได้เป็นอย่างดี
สมมติว่า ในปีนี้มีจำนวน Demand มากกว่า Supply ก็แสดงว่า จำนวนความต้องการอัตรากำลังคนนั้นมีมากกว่าอัตราการผลิตของมหาวิทยาลัยที่ผลิตบัฒฑิตออกมาสู่ภาคธุรกิจหรือบริการ
ฉะนั้นผู้บริหารองค์กรในทุกภาคส่วนจึงต้องหาคนเข้ามาสู่องค์กรให้ได้ โดยจะมีวิธีการสรรหาด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อที่จะดึงดูดคนเข้ามาร่วมงานให้ได้มากที่สุด
นี่จึงเป็นที่มาของแต่ละองค์กรที่จะต้องมีวิธีการวางแผนกลยุทธ์ในการรับพนักงาน ด้วยการใช้อัตราค่าจ้างและสวัสดิการมาเป็นเครื่องมือในการต่อรองลูกจ้างให้เข้ามาปฏิบัติงานภายในองค์กร
อย่างไรก็ตาม การใช้อัตราค่าจ้างและสวัสดิการให้มากขึ้น ก็ไม่ได้ตอบโจทย์ของผู้สมัครอย่างแท้จริง กระบวนการดังกล่าวยังต้องมีเทคนิคต่างๆ เข้ามาเป็นเครื่องมือในการดึงดูดพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นการอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน เช่น การมาปฏิบัติงานไม่เต็มเวลา ไม่ต้องบันทึกเวลาการปฏิบัติงาน การปฏิบัติงานที่บ้าน เป็นต้น
ในกรณีที่ Supply มีมากกว่า Demand ก็แสดงว่า จำนวนนักศึกษาที่จบออกมาสู่ภาคธุรกิจและบริการมีเป็นจำนวนมากกว่าตำแหน่งงานที่จะต้องรับ ก็ทำให้บริษัทต่างๆ ไม่จำเป็นที่จะต้องวางแผนกลยุทธ์ในการสรรหาคนมาก ไม่ต้องลงทุนด้านค่าจ้างและสวัสดิการ
ทำไมนะหรือ ก็เพราะว่าผู้สมัครมีให้เลือกมากมาย แย่งกันเข้าทำงาน อัตราการตกงานมีเป็นจำนวนมาก ก็จะทำให้เป็นผลดีต่อบริษัทและองค์กร ที่มีโอกาสได้เลือกผู้สมัครที่มีเป็นจำนวนมาก
จากที่ได้ยกตัวอย่างของคำว่า Demand และ Supply จะมีผลต่อการกำหนดกลยุทธ์ในการสรรหาของแต่ละองค์กร ข้อมูลที่ควรจะต้องหาเพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นข้อมูลที่เป็นของจริง ก็จะทำมั่นใจได้ว่า การวางแผนกลยุทธ์ขององค์กร ได้ถูกต้องตรงประเด็น ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายบริษัทเป็นจำนวนมาก
หากมีการวางแผนด้านบุคลากรที่ดีและดำเนินการอย่างเป็นระบบ ก็จะนำมาซึ่งการได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจ
ลองตรวจสอบในองค์กรของคุณว่ามีการวางแผนกลยุทธ์ หรือมีการวางยุทธศาสตร์ด้านกำลังคนให้สอดคล้องกับดีมานด์และซัพพลายที่แท้จริงในแต่ละปีหรือไม่
บางทีคุณอาจมองเห็นจุดอ่อนในการสรรหาคนดีมีฝีมือมาร่วมขับเคลื่อนองค์กรในอนาคตก็ได้







