
7 วันคุณแชร์เราเช็ก
ล่าสุดมีเว็บดังออกมาแชร์เคล็ดลับเพิ่มความหอมและความอร่อยง่ายๆ ถึงขั้นตอนในการหุงข้าว
ใส่เกลือ น้ำส้มสายชู และน้ำมันหมูทำให้หุงข้าวอร่อยนุ่ม
ล่าสุดมีเว็บดังออกมาแชร์เคล็ดลับเพิ่มความหอมและความอร่อยง่ายๆ ถึงขั้นตอนในการหุงข้าว โดยขั้นตอนแรกก่อนหุงข้าวให้ใส่เกลือและน้ำมันหมูลงไปเล็กน้อย จะช่วยให้ข้าวฟูนุ่ม วิธีที่สองใส่น้ำส้มสายชูลงไปสัก 3-4 หยดตอนหุงข้าว จะช่วยให้ข้าวขาวสวย หอมน่าทาน หลังจากตรวจสอบข้อมูลจาก เชฟวิชิต มุกุระ เจ้าของร้านอาหาร Chef’Table by Khao ผู้ปลูกข้าวรับประทานเองได้อธิบายให้ฟังว่า เรื่องของเคล็ดลับที่ว่านั้นไม่จริงสำหรับการหุงข้าวเจ้า เพราะตัวกรดที่อยู่ในเกลือ น้ำมันหมู และน้ำส้มสายชู จะทำปฏิกิริยาทางเคมีให้ข้าวหอมมะลิเสื่อมคุณภาพ ทว่าเคล็ดลับนี้หากนำไปใช้กับการนึ่งข้าวเหนียวจะสามารถเพิ่มความหอมอร่อยนุ่มให้กับข้าวได้จริง! เพราะข้าวเหนียวต้องการกรดที่อยู่ในเกลือ น้ำมันหมู และน้ำส้มสายชู
ทั้งนี้เชพวิชิตแนะนำวิธีการหุงข้าวให้อร่อยแบบง่ายๆ ให้ฟังเพิ่มเติมว่า วิธีการหุงข้าวด้วยหม้อหุงข้าวที่ดีต้องกะปริมาณน้ำให้พอดี หากใช้ข้าวเก่าควรล้างข้าวให้สะอาดแล้วเช็ดน้ำให้แห้ง เติมน้ำโดยการวัดปริมาณด้วยการใช้ปลายนิ้วสัมผัสผิวข้าวใส่น้ำเท่าหนึ่งองคุลี (1 ข้อนิ้ว) เวลาข้าวหุงสุกให้เอาไม้พายชุบน้ำคลุกข้าวบนล่างให้ชุ่มเสมอกันแล้วปิดฝาเอาไว้สักพัก ข้าวก็จะนุ่มขาวสวยน่ารับประทานและอร่อย
อย่าแลกบัตรปชช.
มีการแชร์แจ้งเตือนให้ระวังกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งจะขโมยข้อมูลบัตรประชาชนจากบัตรที่ใช้แลกเพื่อขึ้นอาคารต่างๆ
“โพสต์ทูเดย์” ตรวจสอบข้อเท็จจริงจาก พ.ต.อ.ชัยพจน์ สุวรรณรักษ์ รองผู้บังคับการกองสารนิเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า ยังไม่เคยมีคดีในลักษณะดังกล่าว แต่เพื่อความปลอดภัยควรแลกบัตรด้วยบัตรที่มีรายละเอียดส่วนบุคคลน้อย เช่น บัตรพนักงาน ก็เพียงพอ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องใช้บัตรประชาชน
กระเทียมต้านมะเร็ง
มีการแชร์ข้อความว่า โรคมะเร็งสามารถป้องกันได้ด้วยการรับประทาน “กระเทียม” เนื่องจากมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย รวมถึงต้านเซลล์มะเร็ง โดยมีงานวิจัยระบุชัดว่า ในผู้สูงอายุสามารถลดอัตราการป่วยเป็นมะเร็งได้
ทั้งนี้ ข้อมูลจากภาควิชารังสีรักษาและมะเร็งวิทยาให้ข้อมูลไว้ว่า กลิ่นฉุนกระเทียมมาจากสารประกอบ “อลิชิน” และยังมีส่วนประกอบอื่นๆ เช่น กรดอะมิโนอาร์จีนีน ฟลาโวนอยด์ เกอร์ซิทิน และซีลีเนียม รวมถึงมีสารประกอบอื่นๆ ที่ช่วยกระตุ้นเอนไซม์ทำลายพิษ
ผลการป้องกันมะเร็งจากกระเทียม สันนิษฐานว่ามาจากฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย หรือจากการยับยั้งการสร้างสารก่อมะเร็ง นอกจากนี้ยังเพิ่มการซ่อมแซมสารพันธุกรรม และลดการเพิ่มจำนวนเซลล์
การศึกษาในกลุ่มประชากรตัวอย่างหลายการศึกษาพบความเกี่ยวข้องเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคกระเทียมและการลดลงของความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ หลอดอาหาร ตับอ่อน และเต้านมอีกด้วย
ห้ามกินพาราเกิน 500 มก.
มีการส่งต่อข้อความผ่านทางสังคมออนไลน์ แจ้งเตือนอันตรายจากการรับประทานยาพาราเซตามอล โดยเฉพาะหากรับประทานเกินวันละ 500 มิลลิกรัม จะเกิดผลกระทบกับตับอย่างรุนแรง และในหลายประเทศได้ควบคุมการจ่ายยาดังกล่าวอย่างเข้มงวด อาทิ สหรัฐอเมริกา สวีเดน เนื่องจากเป็นยาอันตราย
โพสต์ทูเดย์ได้สอบถามเรื่องนี้จาก ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้คำตอบว่า เกณฑ์มาตรฐานการรับประทานยาพาราเซตามอลอยู่ที่ไม่เกินวันละ 4,000 มิลลิกรัม หรือขนาด 500 มิลลิกรัม ไม่เกินวันละ 8 เม็ด หากรับประทานยามากกว่านั้นและติดต่อกันหลายวันจะเกิดผลเสียต่อร่างกาย มีผลต่อตับอย่างแน่นอน
ขณะนี้มีการทบทวนว่าจะอนุญาตให้ใช้ขนาด 500 มิลลิกรัมได้ต่อไป หรือควรลดเหลือเพียง 325 มิลลิกรัม/เม็ด แต่โดยหลักการเห็นว่าควรหันมาคำนวณสูตรยาให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวมากกว่า
แป้งหมี่รักษาแผล
เป็นข้อความที่แพร่ออกไปในโลกออนไลน์ โดยเจตนาผู้ส่งหวังดีด้วยระบุว่า “แป้งหมี่แช่เย็น” สามารถช่วยรักษาแผลพุพอง ไฟลวก ใจความของข้อความส่งต่ออ้างว่า “ที่เวียดนาม เคยเกิดเหตุการณ์ชายคนหนึ่งมีไฟติดลุกไหม้ที่ลำตัว ผู้คนต่างตกใจและมีคนโยนถุงแป้งใส่ตัวเขาเพียงหวังเพื่อดับไฟที่ตัวชายคนนี้ ปรากฏว่าทำให้ทุกคนตื่นตะลึงไม่เพียงดับไฟได้ แต่ที่ร่างของชายผู้นี้กลับไม่มีร่องรอยแผลพุพองเลย” หนำซ้ำยังบอกอีกว่า ควรจะมีแป้งหมี่แช่ตู้เย็นเอาไว้ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ถูกน้ำร้อนลวก อย่าได้ไปแช่น้ำเย็น แต่ให้ใช้แป้งหมี่แทนในเวลา 10 นาที แผลจะหาย
“โพสต์ทูเดย์” ตรวจสอบพบว่าข้อความดังกล่าวที่แพร่หลายออกไปนั้น เป็นข้อความที่แปลมาจากภาษาอังกฤษและมีผลวิจัยตรวจสอบทางการแพทย์แล้วพบว่า แป้งหมี่
ไม่สามารถรักษาแผลไฟไหม้ แผลพุพองได้ ในบทความที่วิจัยยังบอกอีกว่านอกจากจะไม่ช่วยแล้ว หากใช้แป้งหมี่แช่เย็นมาประคบแผลจะยิ่งทำให้แผลถูกกักความร้อนเอาไว้จะอันตรายยิ่งกว่าเดิม







