
แจงกก.ยุทธศาสตร์ฯเปลี่ยนนายกฯไม่ง่าย-เงื่อนไขเพียบ
กมธ.ยกร่างรธน. ยอมรับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯเปลี่ยนนายกฯได้ แต่ทำได้ยาก เหตุมีเงื่อนไขล็อคเพียบ
กมธ.ยกร่างรธน. ยอมรับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯเปลี่ยนนายกฯได้ แต่ทำได้ยาก เหตุมีเงื่อนไขล็อคเพียบ
นายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการสร้างความปรองดองเกี่ยวกับการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่ามีความเป็นได้ยาก เพราะนายกฯ คือผู้ที่มาจากการเลือกโดยสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน อีกทั้งตำแหน่งนายกฯ ถือเป็นตำแหน่งที่ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
นายมานิจ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในที่ประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ช่วงที่พิจารณาเรื่องดังกล่าวมีผู้ที่ยกประเด็นซักถามว่าการเสนอให้ปลดนายกฯ ทำได้หรือไม่ ซึ่งที่ประชุมได้อภิปรายว่าขั้นตอนการเสนอนั้นสามารถทำได้ แม้แต่ประชาชนเสนอก็สามารถทำได้ แต่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้หรือไม่ต้องพิจารณาบนเงื่อนไข ได้แก่ 1.ความจำเป็นเรื่องรักษาความเป็นเอกราชของชาติ บูรณภาพแห่งดินแดน, 2.ป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ และ 3.เกิดความขัดแย้งอันอาจนำไปสู่ความรุนแรงขึ้นในประเทศ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร ซึ่งการดำเนินการปกติของสถานบันทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญและคณะรัฐมนตรีไม่อาจดำเนินการเพื่อยุติได้
นอกจากนี้ การดำเนินการต่างๆยังต้องมีขั้นตอนที่สำคัญอีก คือ 1.เมื่อพิจารณาเข้าเงื่อนไข ต้องปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญและประธานศาลปกครองสูงสุด 2.การลงมติเห็นชอบกับการดำเนินการโดยต้องมีการลงมติจากคณะกรรมการฯ ซึ่งต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการที่มีอยู่ด้วย ทั้งนี้ยังมีมาตรการควบคุมการใช้อำนาจพิเศษ โดยรัฐสภา เพราะกำหนดให้เมื่อมีการใช้อำนาจพิเศษ จะถือเป็นการเปิดสมัยประชุมรัฐสภา และส.ส.หรือส.ว.สามารถตรวจสอบการทำหน้าที่ได้ รวมถึงให้สิทธิในการยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ด้วย
นายมานิจ กล่าวด้วยว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ตามร่างรัฐธรรมนูญได้กำหนดอาจหน้าที่หลักที่สำคัญ คือการขับเคลื่อนการปฏิรูป ด้วยการเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปฏิรูป นำข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องบูรณาการให้สามารถพัฒนาประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน, ดำเนินการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ระหว่างคู่ขัดแย้ง, ตรวจสอบและไต่สวนการไม่ปฏิบัติตามแผนหรือขั้นตอนที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ และเสนอเรื่องความพร้อมเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยการไม่ปฏิบัติตามแผนหรือขั้นตอนการปฏิรูป เป็นต้น
พล.ท.นคร สุขประเสริฐ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการเปิดโอกาสให้สมาชิกสปช.ที่เสนอคำแปรญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง 8 กลุ่ม และครม. มารับฟังคำชี้แจงแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 19-20 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า หลังจากที่กมธ.ยกร่างฯได้ชี้แจงเหตุผลการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นต่างๆให้สมาชิกสปช.กลุ่มต่างๆที่ขอแปรญัตติแก้รัฐธรรมนูญฟังแล้ว ส่วนใหญ่เข้าใจเหตุผลของกมธ.ยกร่างฯทำให้มั่นใจว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านความเห็นชอบจากสปช. ขณะนี้เชื่อว่า เสียงสปช.ที่จะสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญน่าจะมีเกิน 220 เสียงแล้ว จากเดิมที่มั่นใจว่า มี 200 เสียง







