
คำชี้แจงสุดท้าย ปฏิรูปสังคมเห็นผล
ก่อนถูกปรับออกจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ส่งหนังสือชี้แจงการทำงาน
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
ก่อนถูกปรับออกจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ส่งหนังสือชี้แจงการทำงานหลัง “โพสต์ทูเดย์” วิเคราะห์การปฏิรูปสังคมของรัฐบาลชุดนี้ว่า “ไร้ผล” โดยเฉพาะการปฏิรูปการศึกษา และสาธารณสุข
ยงยุทธ ระบุว่า การปฏิรูปการศึกษา ซูเปอร์บอร์ดการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานอื่น ได้ร่วมกันเพื่อปฏิรูปความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพ และพัฒนาระบบผลิตกำลังคน โดยเฉพาะการเพิ่มการจัดการศึกษาทางไกลด้วยเทคโนโลยี ทำให้ผลการเรียนโรงเรียนขนาดเล็กดีขึ้น ส่วนด้านการมีงานทำ ก็พบผู้เรียนสายอาชีวะเพิ่มขึ้น และนักเรียนสายสามัญได้พัฒนาทักษะสายอาชีพอีกด้วย
ขณะเดียวกัน ได้แก้ปัญหาขาดแคลนครูในสาขาที่ขาดแคลน รวมถึงพัฒนาระบบประเมินวิทยฐานะให้ผูกกับการสอน และยังได้เลิกการประเมินสถานศึกษาที่ใช้เอกสารจำนวนมาก เป็นระบบออนไลน์ รวมถึงได้เริ่ม “การจัดการศึกษาด้วยการกระจายบทบาทใช้พื้นที่เป็นฐาน” เพื่อให้การศึกษาตอบโจทย์ชุมชนมากที่สุด โดยตั้ง “จังหวัดปฏิรูปการเรียนรู้” รวมถึงได้ตั้งสภาการศึกษาจังหวัด เพื่อจัดงบประมาณตรงตามความจำเป็นบนข้อมูลจริง
ไม่ได้เน้นเฉพาะท่องจำ “ค่านิยม 12 ประการ” อย่างที่ถูกวิจารณ์
ส่วนด้านสาธารณสุข ที่ถูกวิจารณ์ว่าบูรณาการ 3 กองทุนสุขภาพ ไม่เห็นผล และสร้างความขัดแย้งนั้น ยงยุทธ ชี้แจงว่า ขณะนี้ใกล้เสร็จแล้ว โดยได้เสนอร่าง พ.ร.ฎ.ตั้งสำนักงานมาตรฐานและจัดการสารสนเทศระบบบริการสาธารณสุขแห่งชาติ เพื่อพัฒนามาตรฐานสารสนเทศระบบบริการสุขภาพและบูรณาการข้อมูลการเบิกจ่ายและบริการสุขภาพให้คล่องตัวตามสิทธิประโยชน์แต่ละกองทุน
ด้านการให้บริการฉุกเฉินนั้น ได้หารือวิธีการจ่ายค่าบริการที่โรงพยาบาลเอกชนรับได้ พร้อมเสนอคณะรัฐมนตรี และยังได้แก้ปัญหาขาดแคลน และสร้างแรงจูงใจบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกลที่เคยขัดแย้งและถูกละเลย โดยอนุมัติเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายและค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน ทำให้กระจายกำลังคนได้ดี
นอกจากนี้ ยังจัดทีมหมอครอบครัว ทำให้บุคลากรทำงานใกล้ชิดมากขึ้น และยังบูรณาการงานร่วมกันหลายกระทรวงเพื่อสนับสนุนการใช้สมุนไพร ขณะเดียวกันก็สามารถป้องกันโรคอีโบลาและโรคเมอร์สได้
เขายังได้ย้ำเป้าหมายการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต โดยให้เงินอุดหนุน 400 บาทสำหรับเด็กแรกเกิด และขับเคลื่อนการดูแลผู้สูงอายุระดับท้องถิ่น โดยเริ่มแล้ว 155 ตำบล รวมถึงดัน “กองทุนการออมแห่งชาติ” จนสำเร็จ
ยงยุทธ ทิ้งท้ายว่า การปฏิรูปและการบูรณาการแต่ละหน่วยงานอาจมีความยากลำบากและกินเวลาบ้าง แต่ก็มีผลที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนมากกว่า
เป็นคำชี้แจงสุดท้ายก่อนที่ยงยุทธ รวมถึง ครม.ด้านสังคมจะถูกปรับออกจากตำแหน่งเดิมเกือบยกทีม







