posttoday
สั่งเร่งเมกะโปรเจกต์10โครงการ

สั่งเร่งเมกะโปรเจกต์10โครงการ

12 กรกฎาคม 2553

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจสั่งเร่งรัดดำเนินโครงการลงทุนสาขาขนส่งขนาดใหญ่ 10 โครงการที่ครม.มีมติให้ดำเนินการไปแล้ว

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจสั่งเร่งรัดดำเนินโครงการลงทุนสาขาขนส่งขนาดใหญ่ 10 โครงการที่ครม.มีมติให้ดำเนินการไปแล้ว

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (รศก.) วันนี้ (12ก.ค.) ได้เห็นชอบให้เร่งรัดการดำเนินโครงการลงทุนสำคัญในสาขาขนส่งที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้ดำเนินการโครงการแล้ว ดังนี้

1.1โครงการลงทุนภายใต้แผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของการรถไฟแห่งประเทศไทย (เพิ่มเติม) ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2553 ที่มีความพร้อมและสามารถดำเนินการได้ทันที จำนวน 11 รายการ โดยมอบหมายให้ กระทรวงคมนาคม และ รฟท. ติดตามเร่งรัดการดำเนินการลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดและรายงานความก้าวหน้าผลดำเนินการให้คณะรัฐมนตรีทราบทุก 6 เดือน นอกจากนี้ได้มอบกระทรวงคมนาคมเร่งรัดการปรับโครงสร้างการรถไฟแห่งประเทศไทยให้เป็นไปตามมติ ครม. 27 เมษายน 2553

1.2 โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต - สะพานใหม่ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาหาข้อยุติเรื่องหน่วยงานเจ้าของโครงการ การเชื่อมต่อเส้นทางกับโครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ และการพิจารณารูปแบบการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้โดยเร็วต่อไป โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในครั้งต่อไป

1.3 โครงการรถไฟฟ้าเชื่อมโยงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Airport Rail Link) มอบหมายให้ รฟท. เร่งรัดการจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อให้บริการขนส่งผู้โดยสารของโครงการโดยเร็ว เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายในสิงหาคม 255

1.4 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต มอบหมายให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด เร่งรัดการก่อสร้างโครงการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศได้ทันความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปริมาณผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของปริมาณนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากปัจจุบันท่าอากาศยานภูเก็ตมีความสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 6.5 ล้านคน/ปี ในขณะที่สิ้นปี 2553 จะมีปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 6.25 ล้านคน/ปี

1.5 โครงการจัดหาเครื่องบิน ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ปี 2553 - 2557 จำนวน 15 ลำ ซึ่งที่ประชุมฯ ตั้งข้อสังเกตว่าในการจัดซื้อเครื่องบินควรพิจารณาให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการขยายศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องบินให้เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการการบินในภูมิภาค

1.6 โครงการในสาขาการจัดการทรัพยากรน้ำ วงเงินลงทุนรวม 61,909 ล้านบาท โดยมีโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการประกวดราคาก่อสร้าง ได้แก่ (1) โครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี - พุมดวง จังหวัดสุราษฎร์ธานี (2) โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรี (3) โครงการผันน้ำจากจังหวัดจันทบุรีไปยังพื้นที่กักเก็บน้ำจังหวัดระยอง เป็นต้น

นายวัชระ กล่าวว่า ที่ประชุมฯ ได้เห็นชอบว่าการดำเนินโครงการลงทุนสำคัญที่อยู่ระหว่างการจัดเตรียมโครงการเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามขั้นตอน ควรให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่เริ่มโครงการ เพื่อให้เกิดความยอมรับของประชาชนในพื้นที่ และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยในส่วนของโครงการสำคัญ ได้แก่

1.7 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ 2 ให้เร่งรัดการนำเสนอโครงการให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยเร็ว เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นจาก 45 ล้านคน/ปี เป็น 60 ล้านคน/ปี ซึ่งในปี 2553 คาดว่าจะมีผู้โดยสารประมาณ 43 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่มีผู้โดยสารจำนวน 40 ล้านคน

1.8 โครงการก่อสร้างทางคู่ภายใต้แผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของการรถไฟแห่งประเทศไทย (เพิ่มเติม) ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2553 เช่น ทางคู่ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ช่วงมาบกะเบา-นครราชสีมา เป็นต้น เพื่อเพิ่มความจุของทาง สามารถรองรับการขนส่งสินค้าทางรถไฟเพิ่มมากขึ้น

1.9 เร่งรัดความเชื่อมโยงโครงข่ายเส้นทางขนส่ง Asian Connectivity

1.10 ท่าเรือปากบารา มอบหมายให้ สนข. และ สศช. เร่งรัดการจัดทำรายละเอียดโครงการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว รวมทั้งศึกษาผลกระทบโครงการต่อประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ที่ประชุมฯ ยังได้มอบหมายให้มีการติดตามโครงการไทยเข้มแข็ง (SP2) ที่เน้นการสร้างความเข้มแข็งให้ตำบล เช่น โครงการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล และโครงการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศทางการแพทย์

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์