
ประยุทธ์ปลื้มดัชนีปราบโกงดีขึ้น
นายกฯปลื้มผลงานรัฐบาลคสช. ทำดัชนีปราบโกงดีขึ้น ลั่นเดินหน้าขจัดพวกสนิมเนื้อในต่อไป
นายกฯปลื้มผลงานรัฐบาลคสช.ทำดัชนีปราบโกงดีขึ้น ลั่นเดินหน้าขจัดพวกสนิมเนื้อในต่อไป
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ว่า นโยบายที่รัฐบาลนี้ และ คสช. ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คือได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ในเรื่องของการป้องกันและปราบปรามการทุจริต-คอร์รัปชั่น ซึ่งมีผลการดำเนินงานจนถึงปัจจุบันเป็นที่น่าพึงพอใจในระยะแรก
จากผลการสำรวจ ดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทย (Corruption Situation Index : CSI) ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับเดือนธันวาคมปีที่แล้ว สะท้อนว่าการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นในประเทศ มีทิศทางปรับตัวดีขึ้น และดีที่สุดในรอบ 6 ปี สามารถช่วยให้รัฐบาลลดการสูญเสียเงินไปกับการคอร์รัปชั่น ได้เกือบ 2 แสนล้านบาท เม็ดเงินงบประมาณในโครงการต่างๆ ถึงมือประชาชนโดยตรงโดยไม่ผ่านขบวนการคอร์รัปชั่น สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างเต็มเม็ด เต็มหน่วย มีประสิทธิภาพสูงสุด และคุ้มค่ามากที่สุด
แต่ทั้งนี้ก็ยังมีพูดให้ร้ายข้าราชการ, รัฐมนตรี, รัฐบาล ในสิ่งที่อาจจะไม่ใช่ข้อเท็จจริงเพราะรัฐบาลนี้ไม่เปิดโอกาสให้มีการสมยอมเกิดขึ้น ไม่มีการช่วยเหลือเป็นพิเศษใดๆ กับทุกโครงการ หากยังมีเล็ดลอดไปได้อยู่ ขอให้แจ้งเบาะแสเพื่อจะได้ตรวจสอบโดยทันที
ที่ผ่านมานั้น ประเทศไทยได้ปล่อยปละละเลยกับปัญหานี้มานาน ประชาชนเคยชินกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่มีความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย ไม่มีการปรับปรุงกฎ ระเบียบให้รัดกุม ไม่มีกลไกในการการกำกับดูแลกิจการ, การตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ ปล่อยให้มีการให้สินบน สินน้ำใจ ของกำนัล รางวัลต่างๆ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือการจ่ายเงินเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ในภายหลัง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมานานแล้วครับ ก็เป็นปัญหาที่ทำลายชาติ ทำร้ายประชาชน ทำให้ประเทศไม่สามารถพัฒนาได้เท่าที่ควร
“ผลการสำรวจนี้ ถือเป็นกำลังใจสำคัญในการทำงาน และเป็นข้อมูลให้แก่รัฐบาลในการดำเนินนโยบายที่ชัดเจนในการต่อต้านการคอร์รัปชั่น ในทุกระดับ ให้เป็นรูปธรรมยิ่งๆ ขึ้นไป รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อต้านการคอร์รัปชั่นต่อไป เพื่อกำจัด “สนิมเนื้อใน” ที่กัดกินประเทศ ในช่วงนับ 10 ปีที่ผ่านมาให้ได้ โดยหวังว่าพี่น้องประชาชนคนไทย จะให้กำลังใจ และร่วมแรงร่วมใจกัน กำจัดการคอร์รัปชั่นให้หมดสิ้นไป จากสังคมไทยของเรา”นายกฯ กล่าว







