
รัฐบาลคสช.ไม่ทิ้งมรดกหนี้ให้ประชาชน
ประยุทธ์ลั่นรัฐบาลนี้จะไม่ทิ้งมรดกหนี้ให้กับประชาชน มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ
ประยุทธ์ลั่นรัฐบาลนี้จะไม่ทิ้งมรดกหนี้ให้กับประชาชน มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า รัฐบาลนี้ยังให้ความสำคัญกับการวางรากฐานเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยจะไม่แก้ปัญหาในลักษณะที่ไม่สร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ ทิ้งมรดกหนี้ไว้เป็นภาระกับรุ่นหลังต่อไป
สำหรับความคืบหน้าการลงทุนเพื่ออนาคตที่สำคัญได้แก่โครงการเกี่วกับเรื่อง“โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางรถไฟ” อาทิ โครงการรถไฟความเร็วปานกลางไทย-จีน 160 – 180 กม./ชม. ระยะทาง873 กม. ที่แบ่งการก่อสร้างเป็น 4 ช่วง คือ กรุงเทพฯ–แก่งคอย 133 กม.,แก่งคอย–มาบตาพุด 246.5 กม., แก่งคอย–นครราชสีมา 138.5 กม. และนครราชสีมา–หนองคาย 355 กม. จะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปีครึ่ง โดยจะเริ่มก่อสร้างช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ–แก่งคอย และช่วงที่ 3 แก่งคอย–นครราชสีมา ก่อน ภายในเดือนธันวาคม 2558 นี้
สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงมีจำนวน3 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ–เชียงใหม่ 672กม., ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งก็อยู่ในขั้นการศึกษานะครับ มีแผนการดำเนินการวางไว้แล้วนะครับคราวนี้อยู่ในระหว่างการร่วมสำรวจและออกแบบ สำหรับอีก 2 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ–ระยอง 193.5 กม. และกรุงเทพฯ–หัวหิน 211 กม. มีความคืบหน้า ดังนี้
(1) ด้านการลงทุน จะเปิดโอกาสให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน โดยการรถไฟอยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอรายงานผลการศึกษาเสนอต่อกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของ ครม. เพื่ออนุมัติโครงการก่อนเปิดให้ภาคเอกชนที่สนใจยื่นข้อเสนอต่อไปนะครับ
(2) ด้านการใช้ประโยชน์ที่จะได้รับ คาดว่าในระยะแรก จะทำให้มีผู้โดยสารเปลี่ยนมาเดินทางในระบบรถไฟเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ สามารถเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรางได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และอาจจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศแล้ว ที่มีโครงข่ายเส้นทาง ไทย–ลาว–จีน ยังเป็นการสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจระหว่างกันอย่างยั่งยืนอีกด้วย เป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ อย่างยั่งยืน สามารถลดต้นทุนการขนส่งสินค้าของผู้ประกอบการ และช่วยในการกระจายความเจริญจากกรุงเทพฯ ไปสู่ภูมิภาคอีกด้วย
โดยทั้งหมดนี้ผู้นำของแต่ละประเทศ ผมได้ปรึกษาหารือกันแล้วจัดทำแผนเรียบร้อยแล้วที่จะเชื่อมโยงกันอย่างไร ทั้งถนน และทางรางนะครับ ทุกประเทศได้มีการหารือร่วมกัน จักทำแผนสรุปมาได้ชัดเจนนะครับ มีแผนการดำเนินการที่เห็นชอบทุกอย่างนะครับ ก็อยู่ที่ว่าจะดำเนินการได้อย่างไร หาทุนก่อสร้างได้ที่ไหน และจะร่วมมือกันอย่างไร วิธีการต่างๆ มีรายละเอียดทั้งหมดนะครับ ไม่ใช่ว่านึกจะสร้างก็สร้าง สร้างง่ายๆ แล้วก็เป็นภาระมากๆ แล้วก็ ความคุ้มทุน ความคุ้มค่ามันไม่เท่าที่ควร เหล่านี้ก็ต้องพิจารณานะครับ เพราะงั้นหลายคนก็ใจร้อน บอกว่าประกาศมาปี เกือบจะสองปี กว่าๆแล้ว เกือบสองปีแล้วไม่เห็นสร้างสักทีก็ปัญหานี่ไง ก็เจรจามา 6 ครั้งแล้วนะครับ
แล้วต่อไปก็ต้องไปดูในเรื่องของการทำ อีไอเอ นะ ประชาพิจารณ์ ประชาขนอยู่ในที่บุกรุกเส้นทางเดิมอยู่แล้วนี่จะทำยังไง ก็สร้างในแนวทางเดิมเกือบทั้งหมด นะครับ มีบางเส้นที่สร้างใหม่เท่านั้นเอง ก็ปรากฏว่าในเส้นทางรถไฟเดิมก็มีประชาชนที่ไปบุกรุกอยู่ แล้วเขาก็เดือดร้อน เขาไม่ยอมให้เราสร้าง นี่แหละครับต้องช่วยกัน ไม่งันมันเกิดอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น ก็เดี๋ยวรัฐบาลจะดูแลให้ หาที่อยู่ที่อาศัยให้ แล้วก็หาประโยชน์ที่จะได้รับในการที่จะค้าขายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ๆ เขาเคยอยู่มาก่อนทั้งๆ ที่ผิดกฎหมายนะขอพูดย้ำตรงนี้เอาไว้







