
กมธ.ยกร่างฯเมินเสียง"ทักษิณ"
กมธ.ยกร่างรธน.เมินทักษิณวิจารณ์ เย้ยไม่มองภาพรวมแล้วเอามาบิดเบือน
กมธ.ยกร่างรธน.เมินทักษิณวิจารณ์ เย้ยไม่มองภาพรวมแล้วเอามาบิดเบือน
นายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วิพากษ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่าเป็นฉบับของเน่าที่มีผักชีโรยหน้าว่า คณะกมธ.ยกร่างฯ ไม่ให้ความสำคัญกับบุคคลที่ใช้ความรู้สึกมาตัดสินเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แทนการนำความรู้มาพิจารณารวมถึงบุคคลที่ไม่ได้ดูร่างรัฐธรรมนูญทุกมาตราและความเชื่อมโยงของมาตราต่างๆ ในร่างรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามไม่กังวลต่อประเด็นที่พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาให้สัมภาษณ์ เพราะทราบความต้องการของพ.ต.ท.ทักษิณแล้วว่าต้องการเลือกตั้งและอยากใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540
นายมานิจ กล่าวว่า สิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาพูดนั้นมีความบิดเบือน เช่น ประเด็นที่ระบุว่ากรณีมีกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ ที่มีผบ.เหล่าทัพมาคุมรัฐบาล หากนายกฯ ไปประชุมที่ต่างประเทศ เขาอาจบอกว่าให้ส่ง ผบ.ทบ.มาคุยดีกว่า เพราะตำแหน่งใหญ่กว่า ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ที่ถูกออกแบบมานั้นมีหน้าที่หลัก คือ การดูและสานต่องานปฏิรูปและสร้างความปรองดอง ส่วนหน้าที่พิเศษที่แก้ไขความไม่สงบนั้น ถูกกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล และใช้ได้เมื่อมีเหตุการณ์วิกฤต เหตุการณ์ชุมชนในระดับที่ทำให้รัฐบาลล้มเหลว หรือเป็นเป็ดง่อย คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ มีหน้าที่ที่ต้องดำเนินการแก้ไข เช่นหากเทียบกับสถานการณ์ช่วงที่ผ่ามา คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ อาจสั่งให้มีการเปลี่ยนตัวนายกฯ เป็นต้น
ด้าน นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กมธ.ยกร่างฯ กล่าวถึงกระบวนการของกลุ่มบุคคลที่คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจในสาระของร่างรัฐธรรมนูญที่ผิดเพี้ยนว่า ขอให้กลุ่มบุคคลที่ว่านั้นคิดและไตร่ตรองให้ดี เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา คือ การเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปจากเดิม และมีกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญมาทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งยังไม่ทราบว่าเนื้อหาจะเป็นอย่างไร เบื้องต้นตนเชื่อว่าหากกลุ่มบุคคลได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วจะเข้าใจมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการประจำกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญให้จัดทำสำเนาเอกสารร่างรัฐธรรมนูญเพื่อแจกจ่าย ใน 3 ส่วน คือ ส่วนของสปช. จำนวน 250 เล่ม, ส่วนของครม. และ ส่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)







