posttoday
ใช้ชีวิตคนเป็นเครื่องสังเวย

ใช้ชีวิตคนเป็นเครื่องสังเวย

20 สิงหาคม 2558

คนไทยมีความสุขได้เพียง 1-2 วันจากโครงการปั่นเพื่อแม่ เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2558 ได้เพียงวันเดียวเท่านั้น พอวันรุ่งขึ้น วันที่ 17 ความสุขก็เปลี่ยนเป็นความเศร้าแทน เมื่อคนร้ายลอบวางระเบิดที่ศาลท่านท้าวมหาพรหมจนทำให้คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเสียชีวิตไปแล้ว 20 คน และบาดเจ็บ 123 คน ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 68 คน ไม่เพียงรัฐบาลไทยเสียหายเท่านั้น แต่ประเทศไทยเสียหายด้วย คนไทยต้องใช้สติและปัญญามองและแก้ไขปัญหา อย่าตื่นตกใจ เชื่อว่าคนส่วนใหญ่อยากรู้ว่าใครทำ ทำไมถึงทำ และให้รัฐบาลเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้

คนไทยมีความสุขได้เพียง 1-2 วันจากโครงการปั่นเพื่อแม่ เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2558 ได้เพียงวันเดียวเท่านั้น พอวันรุ่งขึ้น วันที่ 17 ความสุขก็เปลี่ยนเป็นความเศร้าแทน เมื่อคนร้ายลอบวางระเบิดที่ศาลท่านท้าวมหาพรหมจนทำให้คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเสียชีวิตไปแล้ว 20 คน และบาดเจ็บ 123 คน ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 68 คน ไม่เพียงรัฐบาลไทยเสียหายเท่านั้น แต่ประเทศไทยเสียหายด้วย คนไทยต้องใช้สติและปัญญามองและแก้ไขปัญหา อย่าตื่นตกใจ เชื่อว่าคนส่วนใหญ่อยากรู้ว่าใครทำ ทำไมถึงทำ และให้รัฐบาลเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้

เราต้องค้นหา “ความจริง” ให้ได้เสียก่อน ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดของเจ้าหน้าที่สรุปว่าเป็นการกระทำของมืออาชีพ การระเบิดสมบูรณ์ที่สุด ระเบิดเป็นแบบไปป์บอมบ์ใส่ลูกปืนหรือบอลแบริ่ง ไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือและนาฬิกาเป็นตัวจุดชนวนระเบิด เพราะไม่พบเศษซากชิ้นส่วนซึ่งไม่ว่าการระเบิดจะสมบูรณ์เพียงไรย่อมทิ้งร่องรอยอุปกรณ์พวกนี้ไว้บ้าง แสดงว่าใช้การกดแบบถ่วงเวลา พิจารณาจากคราบไนเตรตที่เหลืออยู่เป็นได้ทั้งระเบิดทีเอ็นทีที่ใช้ระเบิดหิน และซีโฟร์ที่ใช้ในกิจการทหาร ทหารส่วนใหญ่เชื่อว่าน่าจะเป็นซีโฟร์เพราะอำนาจทำลายรุนแรงมาก มิฉะนั้นต้องใช้ทีเอ็นทีหลายแห่ง คนร้ายหวังผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตรุนแรงที่สุด

มืออาชีพแบบนี้ต้องมีการ “เคสซิ่ง”หรือสำรวจสถานที่หลายแห่งล่วงหน้าและตัดสินใจเลือกเอาบริเวณศาลท่านท้าวมหาพรหม ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวมีคนไทยและต่างชาติจำนวนมากมาไหว้ขอพร โดยเฉพาะคนจีนซึ่งมีความศรัทธา มีการวางแผนเข้าสู่เป้าหมายและออกจากเป้าหมายโดยใช้รถตุ๊กตุ๊กไปที่ศาลพระพรหม และออกจากศาลพระพรหมมาใช้รถจักรยานยนต์ไปทางสีลม จากนั้นมีข่าวว่าขึ้นรถแท็กซี่ไปสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติประจำที่ผู้ก่อเหตุร้ายชาวต่างชาติต้องออกจากไทยให้เร็วที่สุดหลังปฏิบัติการ ส่วนชายที่ลุกจากม้านั่งเป็นเรื่องบังเอิญหรือเป็นคนที่ถูกส่งมาจองที่นั่งเหมาะที่สุดสำหรับการวางระเบิดเพื่อให้แรงระเบิดพุ่งไปในทิศทางที่ต้องการ ดังนั้น คนขับรถตุ๊กตุ๊ก ชายที่ลุกจากที่นั่ง คนขี่จักรยานยนต์ และคนขับแท็กซี่ ควรมาให้ข้อมูลกับตำรวจแบบเงียบๆ เพื่อช่วยกันหาตัวคนร้ายและเอาคนที่อยู่เบื้องหลังมาลงโทษให้ได้   

ในวันรุ่งขึ้น วันที่ 18 มีคนร้ายซ้อนจักรยานยนต์ขว้างระเบิดจากที่สูงไปที่ท่าเรือข้ามฟากที่สาทร ซึ่งช่วงเวลานั้นมีคนไทยและชาวจีนรอข้ามฟากจำนวนมาก แต่ระเบิดที่ทำงานแล้วพลาดตกลงไปในน้ำ ตำรวจเปิดเผยว่าเป็นระเบิดแบบเดียวกันที่ศาลพระพรหม ข้างในใส่โลหะแบบเดียวกัน ใช้วิธีจุดชนวนแบบเดียวกัน แสดงว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดียวกันที่มุ่งหวังชีวิตของประชาชนเป็นสำคัญ คนที่กล้าจะทำความรุนแรงแบบนี้ติดต่อกันได้สองวันย่อมไม่ใช่ธรรมดา

สิ่งที่ทุกคนอยากรู้คือ “ใครทำ” เวลานี้ค่อนข้างแน่ใจว่าคนใส่เสื้อเหลืองสะพายเป้ที่ศาลพระพรหมเป็นผู้วางระเบิด แต่คนคนนี้คงเป็นผู้ปฏิบัติการเท่านั้น แล้วใครล่ะที่ “อยู่เบื้องหลัง” เจ้าหน้าที่ได้ตั้งสมมติฐานไว้ 3 ประเด็น คือ เป็นฝีมือของ (1) กลุ่มก่อการร้ายสากล (2) มหาอำนาจตะวันตก (3) กลุ่มสูญเสียอำนาจทางการเมืองในไทย สำหรับกลุ่มแรกนั้นมีการพูดถึงชาวอุยกูร์โดยมองว่าชายเสื้อเหลืองอาจเป็นชาวอุยกูร์ที่ต้องการแก้แค้นรัฐบาลจีนเพราะผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นชาวจีน แต่จากพฤติกรรมที่ผ่านมา กลุ่มก่อการร้ายอุยกูร์ไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน น้ำหนักในข้อแรกจึงมีน้อยยกเว้นมีข้อมูลเพิ่มเติมในภายหลัง

ดังนั้น คนส่วนใหญ่จึงพุ่งความสนใจมากที่ 2 ประเด็นหลัง หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐหลายรายมองว่าเป็นฝีมือของอเมริกันที่สามารถปฏิบัติการเช่นนี้ได้ เพื่อลดความน่าเชื่อถือรัฐบาลเพราะไม่พอใจที่รัฐบาล คสช.ใกล้ชิดกับจีน ต้องการให้รัฐบาลชุดนี้ออกไปโดยเร็วเพื่อให้พรรคเพื่อไทยที่อเมริกันหนุนหลังกลับคืนสู่อำนาจ เพราะก่อนหน้านี้มหาอำนาจตะวันตกชาติหนึ่งเคลื่อนไหวบ่อนทำลายจัดตั้งกลุ่มต่อต้านรัฐบาล และมีการเปลี่ยนทีมงานในสถานทูตผิดปกติ อย่างไรก็ดี ส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นเรื่องการเมืองในประเทศ เพื่อตอบโต้การถอดยศและริบเครื่องราชฯ ของทักษิณ หรือกลุ่มสองและสามร่วมมือกันเพราะมีผลประโยชน์ร่วมกันที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล

คนเลวพวกนี้ใช้ชีวิตของประชาชนที่บริสุทธิ์เป็นเครื่องสังเวยความกระสันทางการเมืองของตน คนเลวที่คิดและทำแบบนี้กับประเทศไทยมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ  

การสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่จะเป็นตัวกำหนดในเวลาต่อมาว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มใดมากที่สุด สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งหาคือ “ซิกเนเจอร์” ที่บอกรูปแบบระเบิด วิธีการว่าจะไปเหมือนกับกลุ่มใดในอดีต ปรากฏว่า ข้อมูลชั้นแรกพบว่า เป็นแบบเดียวกับกรณีระเบิดที่เมตตาแมนชั่นในช่วงเผาบ้านเผาเมือง และเหมือนกับมือระเบิดจักรยานยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุทำให้ระเบิดที่เตรียมไปวางระเบิดขึ้นและฆ่ามือระเบิดตายทั้งคู่ที่ปทุมธานีในช่วงการชุมนุมของ กปปส. ตำรวจได้ตามรอยไปจนพบแหล่งประกอบระเบิดในบ้านหลังหนึ่งที่มี “ซิกเนเจอร์” ตรงกับระเบิดที่ศาลพระพรหมเอราวัณ และเมื่อสืบสาวต่อไปพบว่า พวกนี้อยู่ในเครือข่ายอดีตเจ้าหน้าที่ใหญ่คนหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี ถ้าซิกเนเจอร์ตรงกันเช่นนี้ก็พอจะรู้ว่าใครน่าจะอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่ศาลพระพรหมเอราวัณ โดยอาจเป็นเรื่องการเมืองภายในอย่างเดียว หรือมีการประสานงานกับการเมืองภายนอกก็ได้

เราเชื่อว่าอีกไม่นานเจ้าหน้าที่จะสามารถคลี่คลายคดีได้ แล้ววันนั้นเราจะได้รู้ว่า “ไอ้โม่ง” ที่อยู่เบื้องหลังระเบิดครั้งนี้คือใคร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท