
หมายจับชายต่างชาติ ตร.ตั้งค่าหัว 1 ล. ชี้เป้าคนร้าย
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงพลิกแผ่นดินไล่ล่าคนร้ายวางระเบิดแยกราชประสงค์ โดยพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ได้ขออนุมัติหมายจับคนร้ายตามภาพที่สเกตช์ได้จากวงจรปิด ลักษณะใบหน้ารูปไข่ รูปร่างสูง ผิวขาว ข้อหาทำให้เกิดระเบิด ฆ่าคนตายโดยเจตนา ซึ่งศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติหมายจับในเวลาต่อมา
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงพลิกแผ่นดินไล่ล่าคนร้ายวางระเบิดแยกราชประสงค์ โดยพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ได้ขออนุมัติหมายจับคนร้ายตามภาพที่สเกตช์ได้จากวงจรปิด ลักษณะใบหน้ารูปไข่ รูปร่างสูง ผิวขาว ข้อหาทำให้เกิดระเบิด ฆ่าคนตายโดยเจตนา ซึ่งศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติหมายจับในเวลาต่อมา
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า ผบ.ตร.ได้ตั้งรางวัลนำจับ 1 ล้านบาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับคนร้ายกระทั่งนำไปสู่การออกหมายจับได้ ในส่วนของคดีนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบผู้ต้องสงสัยที่เป็นชาวต่างชาติประมาณ 2-3 คน เนื่องจากมีลักษณะใบหน้าคล้ายกับชายต้องสงสัยในภาพวงจรปิด แต่ยังไม่ได้เป็นการจับกุม
“ภาพที่สเกตช์เป็นชายผิวขาว เชื้อสายแขก คนร้ายน่าจะร่วมมือกับชายอีก 2 คน ซึ่งภาพกล้องวงจรปิดถ่ายให้เห็นจากการลุกที่นั่งให้คนร้ายได้วางเป้” พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว
ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า แม้ภาพที่สเกตช์อาจคล้ายต่างชาติ แต่ก็อาจมีการปลอมตัวด้วยการสวมวิก ใส่จมูก หรืออาจพูดภาษาอาหรับก็ได้ เราไม่มีทางรู้
“คนร้ายเป็นได้ทั้งคนไทยหรือต่างชาติ เขาอาจปลอมเป็นต่างชาติ เพราะเข้าใจว่าเรามีโปรแกรมตรวจสอบใบหน้า เขาก็เลยพยายามทำทีโซนให้ดูเปลี่ยนไป คำว่า ทีโซน คือ ดั้งจมูกกับสันคิ้ว ทำให้ระบบอ่านยากหน่อย” ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าว
ด้าน เกษม สุขสุวรรณ มอเตอร์ไซค์รับจ้างบริเวณแยกราชประสงค์ ที่รับคนร้ายไปส่งที่สวนลุมพินี ให้สัมภาษณ์สปริงนิวส์ว่า ในช่วง 19.00 น. ของวันเกิดเหตุ ได้รับชายคนหนึ่งซึ่งต่อมาเพิ่งรู้จากตำรวจว่า เป็นคนร้ายวางระเบิดแยกราชประสงค์ ทั้งนี้ชายคนดังกล่าวมีลักษณะไม่ใช่คนไทย แต่คล้ายชาวตะวันออกกลางมาจ้างให้ไปส่งที่สวนลุมพินี โดยกางกระดาษเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า ลุมพินีปาร์ค และมาขึ้นรถหลังจากมีเสียงระเบิดแล้ว
ทั้งนี้ ระหว่างที่โดยสารบนรถได้ยินพูดคุยโทรศัพท์ตลอดเวลา แต่ไม่น่าใช่ภาษาไทย จากนั้นก็ไปส่งที่สวนลุมพินีย่านราชดำริในราคาค่าโดยสาร 30 บาท
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าคนร้ายอยู่ในขบวนการใด แต่กลุ่มนี้มุ่งหวังดิสเครดิตรัฐบาล เพราะทำให้รัฐบาลและประเทศชาติเสื่อมเสีย เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ
“ผมว่าไม่ใช่การก่อการร้าย แต่ยังไม่ได้สรุปว่ามูลเหตุจากตรงไหน ก่อการร้ายหรือการเมือง ทุกประเด็นมีความสำคัญ ยังไม่ตัดเรื่องใดทิ้งจนกว่าการสืบสวนสอบสวนจะบ่งชัด” ผบ.ตร. กล่าว
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ได้เรียกจักรยานยนต์รับจ้างที่ไปส่งชายต้องสงสัยมาสอบแล้ว ซึ่งให้ข้อมูลดี ทั้งนี้ การที่ผู้ต้องสงสัยหลบหนีเป็นไปได้ว่ามีผู้ให้ความช่วยเหลือ เชื่อว่าไม่ทำคนเดียว แต่เป็นขบวนการ มีการช่วยเหลือ ตั้งแต่ดูต้นทาง ตรวจสอบเส้นทางหลบหนี หรือแม้กระทั่งช่วยเหลือในการเตรียมวัสดุอุปกรณ์ แบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน
ผบ.ตร. กล่าวว่า เหตุระเบิดบริเวณสะพานตากสิน น่าจะเป็นคนไทยทำ แต่ถ้าต่างชาติทำต้องอยู่มาแล้ว 3 ปี ถึงสามารถขับรถขึ้นสะพานได้ และรู้เวลาชัดเจนว่าคนจะคับคั่งช่วงไหน
สมหวัง อัสราษี แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ กล่าวว่า เห็นด้วยที่ ผบ.ตร. ตั้งรางวัล 1 ล้านบาท แก่ผู้ที่ให้ข้อมูลจนสามารถจับกุมคนร้ายได้และพร้อมสมทบเพิ่มเงินรางวัลให้อีก 2 ล้านบาท รวมเป็น 3 ล้านบาท โดยจะนำเงินสดไปมอบให้ด้วยตัวเอง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุระเบิดเกิดจากประเด็นใด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับหลักฐาน และไม่เชื่อจะเป็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ เพราะถ้าต้องการแก้แค้นกัน เมื่อก่อเหตุรุนแรงแล้ว ก็จะประกาศความรับผิดชอบออกมา แต่จนถึงขณะนี้ไม่มี
เตือนมือโพสต์บึ้มผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์
พงศ์ภพ บุญสารี อายุ 36 ปี ชาว จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าของเฟซบุ๊กในชื่อบัญชี "วิชเวช พรพรหมรักษา" เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอาจมี ส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดแยก ราชประสงค์ เนื่องจากโพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 13 ส.ค. เตือนว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ กทม. ในระหว่างวันที่ 14-18 ส.ค.
พงศ์ภพ ให้ข้อมูลกับตำรวจว่า ข้อความดังกล่าวเป็นการก๊อบปี้มาจากเฟซบุ๊กหนึ่งจากในเพจของกลุ่มการเมืองที่เป็นสมาชิกอยู่ ซึ่งเป็นการแชร์ข้อความต่อกันมาตั้งแต่ประมาณปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา และปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดครั้งนี้พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ยังไม่มีการแจ้งข้อหาใดกับพงศ์ภพ แต่การโพสต์ข้อความลักษณะดังกล่าวมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากเป็นการปล่อยข่าวสร้างความตื่นตระหนก







