
ยันถ่านหินก่อมะเร็ง
เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินกว่า 300 คน เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นเรื่องการพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าที่เหมาะสมและยั่งยืนของภาคใต้ ซึ่งจัดขึ้นโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยได้ถือป้ายคัดค้านโครงการพัฒนาภาคใต้ และโพกผ้าสีเขียวรณรงค์ให้ภาคใต้เป็นพื้นที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปลอดโครงการสกปรก
เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินกว่า 300 คน เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นเรื่องการพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าที่เหมาะสมและยั่งยืนของภาคใต้ ซึ่งจัดขึ้นโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยได้ถือป้ายคัดค้านโครงการพัฒนาภาคใต้ และโพกผ้าสีเขียวรณรงค์ให้ภาคใต้เป็นพื้นที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปลอดโครงการสกปรก
พร้อมกันนี้ได้อ่านแถลงการณ์ขอให้ยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโครงการท่าเทียบเรือขนส่งถ่านหิน และขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของนายธำรงค์ เจริญกุล ผวจ.สงขลา ที่ไม่ชอบธรรม ด้วยการประกาศคำสั่งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา
ขณะที่ นายธนพล เพ็ญรัตน์ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวในเวทีรับฟังความคิดเห็นตอนหนึ่งว่า ผลการศึกษาของประเทศไทย สหรัฐ และอีกหลายประเทศ ยืนยันตรงกันว่าในถ่านหินมีสารก่อมะเร็ง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ทั้งก่อนเผาและหลังเผา โดยโลหะหนักต่างๆ สามารถฟุ้งกระจายในระดับท้องถิ่น ข้ามภาค ข้ามโลกได้
“กรณีโรงไฟฟ้าเทพา จ.สงขลา มีการโฆษณาอย่างต่อเนื่องว่ามีการกำหนดระบบกำจัดไนโตรเจนออกไซด์ มีตัวกำจัดปรอท เตาเผาที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ที่สุดแล้วถ้าไม่เป็นตามคำโฆษณาก็ไม่มีกฎหมายใดๆ รองรับการกระทำดังกล่าว ดังนั้นหากเราปฏิเสธถ่านหินไม่ได้ ก็ต้องดูว่ามีกฎหมายรับผิดชอบความเสียหายจากเคมีในถ่านหินอย่างไรบ้าง” นายธนพล ระบุ







