posttoday
คลี่7ปมขย่มคสช.

คลี่7ปมขย่มคสช.

19 สิงหาคม 2558

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การก่อวินาศกรรมกลางแยกราชประสงค์ ใจกลางเมืองหลวงในครั้งนี้ สร้างความหวาดผวาจนสะเทือนขวัญไปทั่วโลก และแน่นอนที่สุดปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นปฏิบัติการพุ่งเป้าเขย่าอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เต็มๆ

จากเหตุปัจจัยแวดล้อมการก่อเหตุ ฝ่ายสืบสวนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินเบื้องต้นว่า ความน่าสงสัยน่าจะตกอยู่ใน 7 กลุ่มด้วยกัน คือ

1.กลุ่มต้าน คสช. กลุ่มนี้เป็นคู่ขัดแย้งหลักกับคณะรัฐประหารที่ยึดอำนาจมาจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ซึ่งมี“คนเสื้อแดง” เป็นฐานสนับสนุน เมื่อรัฐบาลไฟเขียวให้เร่งถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป้าจึงพุ่งไปยังบุคคลในกลุ่มนี้เป็นอันดับต้นๆ 

2.กลุ่มเสียประโยชน์จากการโยกย้ายนายทหารประจำปีแม้โผโยกย้ายนายทหารจะยังไม่คลอด แต่มีการขับเคี่ยวกันมาอย่างต่อเนื่องระหว่าง “น้องประยุทธ์” พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา กับ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช 2 ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ว่าใครจะได้ขึ้นเบอร์ 1 แห่งกองทัพ ไม่ว่าใครคนใดคนหนึ่งจะได้ตำแหน่งไปย่อมมีผู้เสียประโยชน์ เพราะหลังการยึดอำนาจทุกครั้งเมื่อถึงฤดูโยกย้ายนายทหารประจำปี จะมีการย้ายนายทหารกันขนานใหญ่ไปจนถึงระดับ ผบ.พัน เพื่อกระชับขั้วอำนาจให้ไว้วางใจมากที่สุด

อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อป้องกัน “การปฏิวัติซ้อน” หรือการแตกแถว ซึ่งในกรณีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคยท้าทายด้วยว่า “มาเลย” ไม่ต้องมาปฏิวัติ เพราะไม่อยากได้อำนาจ ประเด็นนี้เป็นอีกโจทย์ที่หน่วยสืบสวนตัดทิ้งไม่ได้เช่นกัน

3.กลุ่มเสียประโยชน์จากการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่แน่นอนว่าเมื่อมีการเปลี่ยนขั้วบิ๊กปทุมวัน ย่อมมีทั้งผู้สมหวังและผิดหวัง แต่ในอดีตที่ผ่านมาการตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่เคยเกิดเหตุการณ์ท้าทายในทำนองนี้ เพราะในวงการตำรวจรับรู้กันดีว่าการแต่งตั้งแต่ละครั้งเป็นเรื่องทีใครทีมัน น้ำหนักในเรื่องนี้ค่อนข้างน้อย และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ชัยจินดา นรต.36 เป็นคนที่รักพวกและเพื่อนรัก การก้าวขึ้นนั่งเก้าอี้นี้จึงไม่น่าใช่ปัจจัย

4.กลุ่มโจรใต้ ข้อมูลจากฝั่งตำรวจระบุว่า ระเบิดแสวงเครื่องในที่เกิดเหตุนั้นไม่มีส่วนคล้ายคลึงกับการก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และไม่มีวันครบรอบสำคัญอะไรอย่างมีนัยพอจะเชื่อมโยงให้ต้องมาก่อเหตุในกรุงเทพฯ แม้วันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา จะครบรอบ 61 ปี การหายตัวไปของ หะยีสุหลง โต๊ะมีนา (13 ส.ค. 2497) แต่เทียบเคียงกับการระเบิดกลางกรุงรอบนี้ไม่น่าจะไปด้วยกันได้

โฆษก กอ.รมน. ก็ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวกับโจรใต้ แต่ฝ่ายสืบสวนก็อย่าเพิ่งวางใจ เพราะเมื่อปี 2550 เคยเกิดเหตุวางระเบิด 9 จุดในกรุงเทพฯ โดยในขณะนั้นมีความสงสัยว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายจากภาคใต้ แต่เวลาต่อมาเรื่องราวคดีได้เงียบหายไปอย่างน่าสงสัย

5.กลุ่มมุสลิมอุยกูร์ ภาพวงจรปิดที่เห็นชายสวมเสื้อเหลืองสะพายเป้ไปวางบริเวณศาลพระพรหมทำให้เป้าหมายเพ่งเล็งไปยังชายคนดังกล่าว ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าอาจเป็นชาวมุสลิมอุยกูร์หรือชาวเติร์กที่ไม่พอใจรัฐบาลไทยหลังส่งผู้อพยพอุยกูร์ที่หลบหนีเข้ามาในไทย จำนวน 109 ราย กลับประเทศจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวตุรกีเคยก่อเหตุทำลายสถานกงสุลไทยในตุรกีมาแล้ว

รวมทั้งได้ทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางไปเที่ยวตุรกี ซึ่งศาลพระพรหมเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาจำนวนมาก แต่ สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ยืนยัน กลุ่มอุยกูร์ไม่เคยก่อเหตุวางระเบิดนอกพื้นที่ ยกเว้นการขว้างปา เอามีดฟัน แต่แนวทางการสอบสวนยังให้น้ำหนักในประเด็นนี้

6.กลุ่มมหาอำนาจและกลุ่มผลประโยชน์ในไทยมีข้อมูลเชื่อมโยงว่าชาติมหาอำนาจอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุ โดยสมคบคิดกับกลุ่มอำนาจเก่าในประเทศ เพื่อเอาคืนการดำเนินนโยบายการต่างประเทศของรัฐบาลไทยที่ปันใจไปคบมหาอำนาจใหม่ กลุ่มนี้เคยปฏิบัติการมาแล้วในหลายประเทศและมีเป้าหมายสร้างความสูญเสียจำนวนมาก ซึ่งประเด็นนี้ค่อนข้างล่อแหลม เพราะไทยอาจตกเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะถูกยกระดับเป็นประเทศที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

7.กลุ่มมือที่สาม กลุ่มนี้ถูกอ้างทุกครั้งเมื่อเกิดเหตุรุนแรงขึ้น แต่น้ำหนักค่อนข้างน้อย เพราะอานุภาพการทำลายล้างของระเบิดแสวงเครื่องไม่ใช่ฝีมือคนธรรมดาจะทำได้

ทั้ง 7 ปม น้ำหนักการสืบสวนสอบสวนจึงเทยังกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 5 มากที่สุด ซึ่งเป็นไปได้ว่ากลุ่มที่ 1 ลงมือก่อเหตุ แต่พรางตัวเบี่ยงเบนความสนใจให้ไขว้เขวไปตกอยู่กับกลุ่มที่ 5 ซึ่งตัวสะเก็ดระเบิดจะค่อยๆ คลี่ปมออกมาในที่สุด

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย