
กมธ.ยกร่างฯทยอยเชิญสปช.มาฟังรธน.
กมธ.ยกร่างฯทยอยเชิญสปช.มาฟังร่างรธน. "นพ.พลเดช" ชมเป็นรธน.ที่ดีที่สุด ขณะที่ "พล.อ.เลิศรัตน์" ระบุทำดีที่สุดแล้ว ที่เหลือแล้วแต่สปช.
กมธ.ยกร่างฯทยอยเชิญสปช.มาฟังร่างรธน. "นพ.พลเดช" ชมเป็นรธน.ที่ดีที่สุด ขณะที่ "พล.อ.เลิศรัตน์" ระบุทำดีที่สุดแล้ว ที่เหลือแล้วแต่สปช.
เมื่อวันที่ 19 ส.ค. เวลา 09.00น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งวาระการประชุมในระหว่างวันที่ 19- 20 ส.ค.คือ การชี้แจงการพิจารณาคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) จำนวน 8 กลุ่ม และคณะรัฐมนตรี
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป สมาชิกสปช.ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้ารับฟังคำชี้แจงของกมธ.ยกร่างฯ ว่า ทางกลุ่มได้ข้อแก้ไขจำนวน 71 ประเด็น โดยคณะกมธ.ยกร่างฯแจงว่ามี 33 ประเด็นที่เห็นด้วย ส่วน38ประเด็นเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยบางส่วน อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวประเมินในภาพรวมในเรื่องของสังคมคิดว่าได้รับการตอบรับจากคณะกมธ.ยกร่างฯประมาณ 90% ส่วนด้านการเมือง การบริหาร ได้รับประมาณ 50-60%แต่ถ้าเป็นเรื่องการปฏิรูปคิดว่าได้ 100% เพราะมีการนำไปไว้ในร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ
“ในช่วงเวลาที่เหลือ คาดว่ากมธ.ยกร่างฯคงไม่มีการแก้ไขอะไรแล้ว คงแค่ให้เจ้าหน้าที่กฤษฎีกาดูถ้อยคำ แต่ส่วนตัวมองว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างอยู่มีความก้าวหน้ามากกว่าปี40 และ ปี50” นพ.พลเดช กล่าว
ด้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า ในวันที่ 25 ส.ค.นี้ ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพที่ทางสปช.จะหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ภายหลังจากที่ได้รับร่างในวันที่ 22 ส.ค. โดยจะเป็นการหารือภายในไม่เปิดให้สื่อเข้าฟัง ซึ่งคณะกมธ.ยกร่างฯจะชี้แจงภาพรวม 1 ชั่วโมง เพื่อให้เห็นพัฒนาการของร่างรัฐธรรมนูญจากร่างแรก จนสู่ร่างสุดท้าย พร้อมกับจะเปิดให้ สมาชิกสปช.ที่ร่วมลงชื่อเข้าร่วมงาน ได้ซักถามอย่างเต็มที่ตั้งแต่เวลา 09.00น.เป็นต้นไป จากนั้นวันที่ 26 ส.ค.จะเป็นสัมมนาภายในระหว่างกมธ.ยกร่างฯ กับสื่อมวลชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่กมธ.ยกร่างฯไปชี้แจงกับสมาชิกสปช. จะเป็นการโน้มน้าวให้สมาชิกเห็นด้วยกับ กมธ.หรือไม่ พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นการโน้มน้าว ซึ่งการสัมมนาจะเชิญเฉพาะผู้ที่สมัครใจ อีกทั้งสมาชิกส่วนใหญ่ก็อายุมาก จึงโน้มน้าวไม่ได้ สมาชิกคงจะดูปัจจัยของตัวร่างรัฐธรรมนูญว่าทำไมถึงยกร่างออกมาในแนวทางนี้ ซึ่งกมธ.ยกร่างฯก็มีเหตุผล ในการทำงาน ตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา เพื่อประกอบการยกร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ซึ่งทุกมาตรา ทุกบทบัญญัติผ่านการอภิปรายกันมามากแล้ว โดยกมธ.ยกร่างฯ ไม่มีใครที่จะพอใจกับทุกบทบัญญัติ แต่ก็ต้องเคารพเสียงข้างมาก
“เรามั่นใจว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดีที่สุดแล้วภายใต้การนำของอาจารย์บวรศักดิ์ ซึ่งเราตั้งใจทำให้ดีที่สุดและได้ให้คำมั่นต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าเราจะทำงานเพื่อชาติ บ้านเมือง ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง และยืนยันว่าไม่มีกรรมาธิการคนไหนได้ประโยชน์จากการยกร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้”พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว
เมื่อถามว่า กมธ.ยกร่างฯจะชี้แจงประเด็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติที่ถูกมองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจให้ คสช. กับสมาชิกสปช.อย่างไร พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวยืนยันว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯไม่ได้มีภารกิจมาเพื่อสืบทอดอำนาจ แต่เป็นการกำหนดไว้เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเมืองที่ผ่าน ซึ่งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯก็มาในช่วงเปลี่ยนผ่าน 3-5 ปีเท่านั้น เพื่อให้ประเทศไม่ถึงทางตัน ตรงนี้ใช้เวลาไม่นาน ตรงนี้ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งหลังจากนนี้ก็จะมีการเลือกตั้ง รับรองว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะมีอิสระ 100 เปอร์เซนต์และไม่มีข้อจำกัดในการบริหารราชการ ขอยืนยันอีกครั้งว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน ในการจัดสรรงบประมาณต่างๆ รัฐบาลก็มีอำนาจเต็มเหมือนเดิม
“อย่าไปคิดว่าจะมีใครอยากอยู่ในอำนาจต่อ ซึ่งถ้ามีความเรียบร้อย รัฐบาลบริหารประเทศดี ก็ไม่น่ามีปัญหา”พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว







