posttoday
สะพานเศรษฐกิจภาคใต้ความสับสนของนโยบาย 5 แสนล้าน

สะพานเศรษฐกิจภาคใต้ความสับสนของนโยบาย 5 แสนล้าน

12 กรกฎาคม 2553

...ทีมข่าวภูมิภาค

แผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ หรือที่เรียกว่า เซาเทิร์นซีบอร์ด ถูกกล่าวถึงมาอย่างน้อยร่วม 2 ทศวรรษ เป็น 2 ทศวรรษที่ด้านหนึ่งวาดฝันการพัฒนา แต่อีกด้านหนึ่ง ก็ส่งผลต่อความหวาดวิตกผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม จากบทเรียนการพัฒนาในพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออกที่เกิดขึ้นก่อนหน้า

โครงการดังกล่าวบรรจุอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมายาวนาน โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ศึกษาโครงการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2518 ต่อมา พ.ศ. 2528 สศช.ร่วมกับ JICA ศึกษาเกี่ยวกับการวางแผนพัฒนาภาคใต้ตอนบน และได้มีการทบทวนรายงานการศึกษาเพื่อเตรียมแผนปฏิบัติการพัฒนา โดยธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ในปี พ.ศ. 2530

นโยบายการพัฒนาภาคใต้ชัดเจนขึ้นในปี พ.ศ. 2532 เมื่อ สศช.ได้เสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่ง ครม.มีมติเห็นชอบยุทธศาสตร์ “สะพานเศรษฐกิจ” เชื่อมโยงฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย ด้วยระบบคมนาคมขนส่งแบบผสมผสาน ต่อมา ครม.มีมติเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2532 เห็นชอบให้จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้

ในเดือน ม.ค. 2534 สศช.ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ศึกษาจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ จากนั้นได้เสนอต่อที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2536 ซึ่งสาระสำคัญของแนวทางการพัฒนาคือ การสร้าง “สะพานเศรษฐกิจ” เชื่อมโยง 2 ฝั่งทะเลระหว่างอันดามันอ่าวไทย ซึ่งประกอบด้วย

ระบบการขนส่งร่วมแบบผสมผสาน ได้แก่ ท่าเรือน้ำลึกทั้งสองฝั่ง ซึ่งเชื่อมต่อด้วยทางด่วน ทางรถไฟ และท่อน้ำมัน อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเพื่อใช้ประโยชน์จากน้ำมันดิบที่ขนส่งโดยท่อตามแนวสะพานเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับท่อก๊าซโดยใช้ก๊าซจากแหล่งในอ่าวไทย กิจกรรมการขนส่งทางทะเล การบรรจุภัณฑ์ การเดินเรือในเส้นทางสายรอง และการขนส่งสินค้าข้ามคอคอด อุตสาห กรรมแปรรูป และอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้ทรัพยากรท้องถิ่น ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมที่ติดกับท่าเรือน้ำลึก และการพัฒนาเมืองเพื่อเพิ่มความได้เปรียบของพื้นที่ในการดึงดูดให้เกิดกิจการต่อเนื่องจากการขนส่งทางทะเล อุตสาหกรรม การค้า และธุรกิจต่างๆ

หลังพิจารณาแผนแม่บทของ สศช. ครม.มีมติให้ดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ประกอบด้วย การก่อสร้างถนนสายกระบี่ขนอม เป็น 4 ช่องจราจร การเตรียมการจัดหาที่ดินสำหรับโครงการพัฒนาในระยะยาว รวมทั้งให้การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาความเหมาะสมและเจรจากับภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ในเรื่องกิจกรรมน้ำมัน โดยเฉพาะท่อน้ำมัน คลังน้ำมัน และโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อเสนอผลให้รัฐบาลพิจารณา สำหรับโครงการ “สะพานเศรษฐกิจ” ได้กำหนดที่ตั้งท่าเรือน้ำลึก ฝั่งอันดามันเป็น จ.สตูล ส่วนฝั่งอ่าวไทยเป็น จ.สงขลา

แม้การก่อสร้างถนน ทางรถไฟ และระบบขนส่งทางท่อ จะยังไม่ปรากฏความคืบหน้า แต่การดำเนินโครงการในส่วนของท่าเรือน้ำลึก โดยกรมขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี กลับก้าวหน้าไปมาก นับแต่ปี พ.ศ. 2539 ซึ่งได้มีการศึกษาความเหมาะสมของโครงการเป็นต้นมา ล่าสุดเมื่อเดือน ต.ค. 2552 คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เห็นชอบรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา อ.ละงู เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขณะเดียวกัน กลับปรากฏท่าทีขัดแย้งกันเองของฝ่ายนโยบาย ด้านหนึ่งในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ (กบส.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน กบส. เห็นว่าควรสนับสนุนท่าเรือน้ำลึกทวาย ซึ่งบริษัท อิตัลไทย ได้รับสัมปทานดำเนินการจากรัฐบาลพม่า เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่ง เนื่องจากโครงการท่าเรือปากบาราไม่มีศักยภาพเพียงพอ

ขณะที่นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม จากพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งกำกับดูแลกรมขนส่งทางน้ำฯ กลับเห็นว่าโครงการท่าเรือปากบารา จะมีความคุ้มค่า และมีความเสี่ยงน้อยกว่าท่าเรือทวายในพม่า

อีกด้านหนึ่งนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ สส.จาก จ.สงขลา ก็ได้เร่งศึกษาความคุ้มค่าในการลงทุนโครงการสะพานเศรษฐกิจภายใน 6 เดือน ซึ่งอาจหมายถึงต้องตัดสินใจว่าจะสร้างหรือไม่สร้างภายในระยะเวลาของรัฐบาลชุดนี้

เหล่านี้เป็นความสับสนทางนโยบายต่อโครงการมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งอาจพลิกฝันวิถีชีวิตคนภาคใต้จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งความหวังหรือฝันร้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท