
แก้คอร์รัปชั่น
โดย...พิษณุ พรหมจรรยา ที่ปรึกษาการประชาสัมพันธ์ สถาบันกรรมการบริษัทไทย
โดย...พิษณุ พรหมจรรยา ที่ปรึกษาการประชาสัมพันธ์ สถาบันกรรมการบริษัทไทย
การทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นหนึ่งในปัญหาสุดคลาสสิกที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน จนหลายๆ คนอาจจะรู้สึกชาชินกับมัน และมองมันเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยที่เราต้องปรับตัวให้เข้ากับมัน แต่นับว่ายังโชคดีที่รัฐบาลชุดปัจจุบันมองเห็นความสำคัญและยกปัญหาคอร์รัปชั่นขึ้นเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของการปฏิรูปประเทศ สำหรับภาคเอกชนและประชาสังคมเองต่างก็เร่งเดินเครื่องเต็มกำลังเช่นกัน เพื่อเสริมโมเมนตัมการต่อต้านการคอร์รัปชั่นให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
วันนี้ผมอยากจะเล่าถึงความคืบหน้าของการดำเนินการเพื่อต่อต้านการทุจริตในภาคเอกชน ซึ่งบริษัทธุรกิจที่ไม่ต้องการดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบนี้ จึงได้รวมตัวกันในรูปของการสร้างแนวร่วม (Collective Action) ที่ปฏิเสธการรับ-จ่ายสินบน และการทุจริตในรูปแบบต่างๆ โดยสร้างเครือข่ายธุรกิจสะอาด และนั่นคือที่มาของโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต หรือที่รู้จักกันในนามของโครงการ CAC (Collective Action Coalition against Corruption)
โครงการ CAC เป็นความริเริ่มของภาคเอกชนที่จัดตั้งขึ้นมาโดยองค์กรธุรกิจชั้นนำของประเทศ ซึ่งได้แก่สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัท ไทย (IOD) หอการค้าไทย หอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT) สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สมาคมธนาคารไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งหมายที่จะสร้างและขยายแนวร่วมในภาคเอกชน เพื่อสร้างกระแสการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นด้วยการส่งเสริมให้บริษัทต่างๆ กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติในการที่จะปฏิเสธการรับและจ่ายสินบน รวมถึงการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ
บริษัทเอกชนทุกประเภทและทุกขนาดไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก เป็นบริษัทไทยหรือต่างชาติ จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ ก็สามารถเข้าร่วมโครงการ CAC ได้ตามความสมัครใจ ซึ่งในการเข้าร่วมบริษัทจะต้องประกาศเจตนารมณ์ที่จะวางนโยบาย และกำหนดแนวปฏิบัติ รวมถึงระบบควบคุมภายในที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการทุจริต และมีระบบตรวจสอบว่านำแนวปฏิบัติดังกล่าวไปใช้งานจริง ซึ่งหากบริษัททำได้ครบตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ CAC กำหนด และผ่านการสอบทานโดยบุคคลภายนอก เช่น ผู้ตรวจสอบภายนอกว่าบริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติจริง คณะกรรมการ CAC ที่มี ดร.พนัส สิมะเสถียร เป็นประธาน ก็จะให้การรับรองบริษัทอย่างเป็นทางการว่าเป็นบริษัทที่มีนโยบาย และแนวปฏิบัติต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นครบถ้วน ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ CAC กำหนด
ในปัจจุบันมีบริษัทเอกชนที่เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์กับโครงการ CAC แล้ว 488 บริษัท และในจำนวนนี้มี 122 บริษัท ที่ได้ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการ CAC ว่าเป็นบริษัทที่มีนโยบายและแนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการ (ดูรายชื่อบริษัทที่ร่วมประกาศเจตนารมณ์และบริษัทที่ผ่านการรับรองได้ที่ www.thai-cac.com)
โครงการ CAC ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นที่ยอมรับในภาคเอกชน 8 ท่านมาร่วมทำหน้าที่คณะกรรมการพิจารณารับรอง (Certification Committee) ซึ่งจะทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองคำขอรับรองของบริษัทตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการ CAC กำหนด
นอกจากจะเพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบของคณะผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวแล้ว ทางโครงการ CAC ยังได้เพิ่มกำหนดกรอบเวลาให้บริษัทที่ยื่นประกาศเจตนารมณ์ต้องดำเนินการให้ผ่านการรับรองภายใน 18 เดือน หลังการเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ทาง CAC ก็กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนากระบวนการรับรองใหม่ในระดับที่สูงขึ้นเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ คือระดับ Advanced ซึ่งจะมีรายละเอียดและความเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กิจการของไทยสามารถออกไปทำธุรกิจในประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้โดยไม่ติดปัญหาในประเด็นเรื่องมาตรฐานการป้องกันการทุจริต
เมื่อไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสได้รับฟังผู้บริหารของบริษัทเอกชนที่ผ่านการรับรองจาก CAC พูดคุยกัน หลายๆ ท่านเห็นตรงกันว่าความรุนแรงของปัญหานี้เริ่มลดลงไปบ้างแล้ว ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีสอดคล้องกับผลสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทย (ซีเอสไอไทย) ล่าสุดของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในเดือน มิ.ย. 2558 ซึ่งพบว่าสถานการณ์ในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นภายในประเทศดีขึ้น โดยดัชนีซีเอสไอไทยอยู่ที่ระดับ 55 เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ระดับ 49 ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบ 6 ปี
ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลมาจากความเอาจริงเอาจังของภาครัฐในการดำเนินการเอาผิดกับกรณีการทุจริตคอร์รัปชั่น และความคืบหน้าของการปฏิรูปตัวบทกฎหมาย ซึ่งมีทั้งส่วนที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ ยังต้องมีการปรับจิตสำนึกและทัศนคติของคนหมู่มากในสังคมไม่ให้ยอมรับพฤติกรรมการทุจริตคอร์รัปชั่นด้วย
วิธีการที่ดีที่สุดที่จะแก้ไขค่านิยมอันตรายนี้ก็คือ การประกาศเจตนารมณ์ และดำเนินการวางนโยบายและแนวปฏิบัติต่อต้านการทุจริตตามเกณฑ์ของ CAC ถึงเวลาแล้วที่ภาคธุรกิจเอกชนจะต้องจับมือรวมพลังกัน ประสานการขับเคลื่อนร่วมกับภาครัฐและภาคประชาสังคม เพื่อขจัดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นให้หมดไป







