
รถหายในห้าง
คนไทยในทุกวันนี้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็น Gen X หรือ Gen Y หรือคนรุ่นก่อนๆ ก็ตาม จะมีวิถีชีวิตที่คล้ายๆ กัน
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง
คนไทยในทุกวันนี้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็น Gen X หรือ Gen Y หรือคนรุ่นก่อนๆ ก็ตาม จะมีวิถีชีวิตที่คล้ายๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นคนเมืองหรือต่างจังหวัดก็ตาม คือการใช้ชีวิตในห้างสรรพสินค้าที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เรียกได้ว่า มีสินค้าและบริการต่างๆ ครบถ้วน สามารถใช้ชีวิตได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็นโดยไม่ต้องไปไหน
ห้างสรรพสินค้าดังๆ จึงแห่กันไปเปิดในต่างจังหวัด ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อมากและกล้าใช้จ่ายเงิน ยิ่งในยุคโครงการประชานิยมอัดฉีดเงินสู่รากหญ้า ประชาชนมีเงินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยวิธีการง่ายๆ ไม่ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำทำเรือกสวนไร่ทำนา เหมือนพ่อแม่ปู่ย่าตายาย การใช้จ่ายเงินจึงไม่ต้องคิดอะไรมาก ได้มาง่ายก็ใช้ง่าย เมื่อไม่ลำบาก ก็ไม่เห็นคุณค่าของเงิน
ในยุคความเจริญแผ่กระจายไปชนบท รถยนต์กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกครอบครัว ไม่ว่าจะอยู่ในป่าในเขา แทบทุกบ้านจะมีรถยนต์ไว้ใช้อำนวยความสะดวก
เมื่อมีรถก็ต้องใช้รถ เมื่อห้างใหญ่ๆ ดังๆ มาเปิดใกล้บ้าน ก็อดที่จะใช้บริการไม่ได้ เป็นธรรมชาติของมนุษย์ ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือชนบทก็ตาม
เพราะกิเลสของคนนั้น เป็นกิเลสตัวเดียวกัน ไม่มียกเว้นให้ใครทั้งสิ้น เพียงแต่รูปแบบของกิเลสที่ครอบงำอาจแตกต่างกัน แต่ให้ผลเหมือนกัน
เมื่อห้างเป็นแหล่งรวมรถยนต์หลากหลายยี่ห้อ มีทุกรุ่นทุกขนาด เป็นเสมือนศูนย์รวมรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุด ครบถ้วนที่สุด จึงเป็นสถานที่ที่ง่ายสำหรับหัวขโมยทั้งหลาย ที่จะทำมาหากินตามทางของตัวเอง
เมื่อรถหายเจ้าของรถจะเรียกร้องให้เจ้าของสถานที่รับผิดชอบชดใช้ให้ เจ้าของสถานที่ก็มักจะหาข้อกฎหมายเพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบ เกิดเป็นคดีที่มีวิวัฒนาการมานานแล้ว
การจอดรถในระยะแรกๆ ถือเป็นการรับฝาก ซึ่งกฎหมายแพ่งมาตรา 659 บัญญัติหน้าที่ของผู้รับฝากในการดูแลทรัพย์ที่ฝากไว้ 3 ระดับ คือ
ถ้ารับฝากโดยไม่มีค่าตอบแทน ผู้รับฝากต้องใช้ความระมัดระวังดูแลเหมือนเป็นทรัพย์ของตนเอง
ถ้ารับฝากโดยมีค่าตอบแทน ผู้รับฝากต้องใช้ความระมัดระวังดูแลทรัพย์สิน ดั่งเช่นวิญญูชนทั่วไป
ถ้าผู้รับฝากทำเป็นอาชีพ ต้องใช้ความระมัดระวังดูแลทรัพย์ที่ฝากสูงที่สุด ตามมาตรฐานวิชาชีพ
ในยุคแรกๆ ยังไม่มีห้างใหญ่โตเหมือนทุกวันนี้ รถยนต์มักจะหายที่โรงแรม หรือร้านอาหารทั่วไป ทำให้โรงแรมหรือร้านอาหาร ซึ่งได้ค่าบริการไม่มาก ต้องรับผิดชอบเป็นเงินจำนวนมาก จึงหาทางเลี่ยงด้วยการจัดทำเอกสารเป็นการให้เช่าที่จอดรถ เพราะในกฎหมายเช่า ผู้ให้เช่าไม่ต้องรับผิดชอบ แต่ศาลท่านเห็นว่าเป็นการเลี่ยงกฎหมาย ท่านดูว่าปฏิบัติต่อกันจริงๆ อย่างไร เมื่อเป็นการฝากแม้จะเขียนเป็นการเช่า กฎหมายถือว่าเป็นนิติกรรมอำพรางให้บังคับตามเจตนาที่แท้จริง คือถือเป็นการรับฝากทรัพย์
ต่อมาคงจะเป็นในยุคห้างสรรพสินค้า เมื่อต้องรับผิดจำนวนมากก็คิดวิธีใหม่คือ ให้ที่จอดรถเป็นการให้บริการ ไม่ใช่ฝาก ไม่ใช่เช่าที่จอด อยากจะเข้ามาจอดก็จอดได้ ไม่เก็บค่าจอด แต่ให้บัตรเข้า-ออก และป้องกันความรับผิดชอบด้วยการจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยให้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ
ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาฎีกาที่ 5800/2553 ว่า การที่พนักงานรักษาความปลอดภัยปล่อยให้คนร้ายนำรถของผู้บริโภคออกจากลานจอดรถ โดยไม่ระมัดระวังในการตรวจบัตรจอดรถโดยเคร่งครัด จึงเป็นผลโดยตรงที่ทำให้รถยนต์ถูกลักไป เป็นการประมาทเลินเล่อของพนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นลูกจ้างกระทำการในทางการที่จ้างของบริษัทรักษาความปลอดภัย
สำหรับเจ้าของห้างนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ว่า การว่างจ้างบริษัท รปภ.ให้ดูแลป้องกันการโจรกรรม จึงเป็นตัวแทนที่รับมอบหมายจากเจ้าของห้าง ในการรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินในห้าง เจ้าของห้างในฐานะเป็นตัวการ จึงต้องร่วมกันรับผิดในผลแห่งละเมิดซึ่งตัวแทนได้กระทำไปในกิจการที่รับมอบหมายให้ทำแทนนั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 427 ประกอบมาตรา 425
เมื่อศาลยังคงพิพากษาให้รับผิด ห้างสรรพสินค้าก็เปลี่ยนวิธีใหม่ ไม่แจกบัตร จะได้ไม่เป็นการประมาทเลินเล่อให้ต้องร่วมรับผิดอีก แต่ได้ใช้วิธีติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในความปลอดภัย แต่ด้วยความสามารถของโจรบ้านเรา รถยนต์ก็ยังคงหายอีก จึงมีคดีให้ศาลฎีกาวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7471/2556 วินิจฉัยไว้ว่า จำเลยเป็นห้างสรรพสินค้าขายปลีกและขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภค ย่อมต้องให้ความสำคัญด้านบริการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการเกี่ยวกับสถานที่จอดรถ ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของลูกค้าที่จะเข้าไปซื้อสินค้าหรือใช้บริการอื่นๆ หรือไม่ แม้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 8 (9), 34 บัญญัติให้จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของอาคารต้องจัดให้มีพื้นที่จอดรถ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การจราจร แต่จำเลยยังต้องคำนึงและมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของลูกค้าทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน มิใช่ปล่อยให้ลูกค้าระมัดระวังหรือเสี่ยงภัยเอาเอง
การที่จำเลยเคยจัดให้มีการแจกบัตรสำหรับรถของลูกค้าที่เข้ามาในห้าง ซึ่งเป็นวิธีการที่ค่อนข้างรัดกุม เพราะหากไม่มีบัตรผ่าน กรณีจะนำรถยนต์ออกไปจะต้องถูกตรวจสอบโดยพนักงานของจำเลย แต่ขณะเกิดเหตุกลับยกเลิกวิธีการดังกล่าวเสียโดยใช้กล้องวงจรปิดแทน เป็นเหตุให้คนร้ายสามารถเข้าออกลานจอดรถห้างของจำเลยและโจรกรรมรถได้โดยง่ายยิ่งขึ้น แม้จำเลยจะปิดประกาศว่าจะไม่รับผิดชอบต่อการสูญหายหรือเสียหายใดๆ รวมทั้งการที่ลูกค้าก็ทราบถึงการยกเลิกการแจกบัตรจอดรถ แต่ยังนำรถเข้ามาจอดก็ตาม ก็เป็นเรื่องข้อกำหนดของจำเลยแต่ฝ่ายเดียวไม่มีผลเป็นการยกเว้นความรับผิดในการทำละเมิดของจำเลย
ฉะนั้น เจ้าของห้างยังคงต้องรับผิดชอบในความสูญหายของรถลูกค้าเช่นเดิม
ศาลฎีกาท่านวินิจฉัยไว้ชัดเจนครับว่า ห้างเป็นผู้ประกอบกิจการ ได้รับประโยชน์จากลูกค้าที่นำรถเข้ามาจอด คิดกันง่ายๆ ถ้าห้างไม่มีที่จอดรถ ย่อมไม่สามารถอยู่เป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่โตได้ ห้างได้รับประโยชน์ ได้กำไรสูงมาก จึงควรต้องรับผิดชอบทรัพย์สินของลูกค้า ห้างสามารถทำประกันความเสียหายได้ ซึ่งต้นทุนที่สูงขึ้น ห้างเองก็ผลักภาระให้กับผู้บริโภคอยู่แล้ว
กฎหมายนั้นเป็นเพียงตัวอักษรบนกระดาษ หัวใจสำคัญของกฎหมายจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวอักษรบนกระดาษ แต่อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย อยู่ที่การตีความกฎหมาย (โดยสุจริต) เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม







