posttoday
ปั่นลดโรค

ปั่นลดโรค

16 สิงหาคม 2558

การไปหาหมอครั้งล่าสุดตามนัด ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปหลายอย่าง อย่างแรกคือผมกลัวการวัดความดันโลหิตที่โรงพยาบาล

โดย...เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข [email protected]

การไปหาหมอครั้งล่าสุดตามนัด ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปหลายอย่าง อย่างแรกคือผมกลัวการวัดความดันโลหิตที่โรงพยาบาล เพราะที่บ้านผมมีเครื่องวัดความดันไว้ตรวจวัดเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งระดับความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ แต่เมื่อใดก็ตามที่มาวัดความดันที่โรงพยาบาล ผลความดันเป็นอันพุ่งสูง อาจเพราะตื่นเต้นหรือเพราะเพิ่งขับรถฝ่าการจราจรในกรุงเทพฯ มาก็เป็นได้ ทำให้ค่าความดันพุ่งสูง จนพยาบาลต้องให้นั่งพักสักครึ่งชั่วโมงและกลับมาวัดใหม่ ผมต้องไปนั่งกำหนดลมหายใจ ทำใจให้เย็นสบาย เพื่อคลายความกังวลลง ผลความดันโลหิตจึงพอลดลงมาบ้าง แต่นั่นก็ทำให้ผมตื่นเต้นทุกครั้งเวลาวัดความดันโลหิตที่โรงพยาบาล เพราะกลัวว่ามันจะสูง กลายเป็นว่ายิ่งกลัว ยิ่งกังวล ความดันยิ่งเพิ่มขึ้นตามการเต้นของหัวใจที่บีบรัด อย่างต่อมาผมกลัวว่าจะได้รับยาเพิ่ม ผมไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย แต่ความเข้าใจแบบบ้านๆ ของชาวบ้านอย่างผม คิดได้แต่เพียงว่ากินยาเยอะมีผลต่อตับต่อไต แต่ในทางกลับกัน ถ้ายิ่งไม่กินยาเลย อาจมีผลต่ออวัยวะหลายส่วน และอาจจากไปก่อนวัยอันควร ยิ่งตอนหลังผมได้รับยา
ลดไขมันในเส้นเลือดมาอีก หลังจากตรวจพบว่า ค่าไขมันและน้ำตาลในเส้นเลือดสูงเกินกว่าค่ามาตรฐานไปพอสมควร ทำให้ทุกวันนี้ผมต้องกินยาวันละ 3 เม็ด เพื่อลดความดันโลหิตสูงและลดไขมันในเส้นเลือด

สองปีก่อนตอนผมมาเช็กสุขภาพที่โรงพยาบาล และตรวจพบว่าตัวเองมีอาการของโรคความดันโลหิตสูง จนต้องกินยาลดความดัน ผมจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดีว่า เอาเข้าจริงๆ แล้วผมกลัวตายแค่ไหน ผมเห็นเส้นทางชีวิตของคนป่วยโรคความดันโลหิตสูงรอบๆ ตัวผมหลายคน ทั้งจากไปแบบเส้นเลือดในสมองแตก หรือป่วยเป็นโรคหัวใจหรือไตวายระยะสุดท้าย สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมต้องรักษาสุขภาพมากขึ้น ผมใช้ชีวิตเปลืองไปกับการทำงานดึก นอนน้อย กินของไม่เลือก โดยเฉพาะน้ำอัดลม ตอนนั้นผมหนักเกือบ 95 กก. สิ่งแรกที่ผมจะต้องทำคือการลดน้ำหนักลง พลังแห่งการกลัวความตาย ทำให้ผมรีบไปจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายทันทีในเย็นวันนั้นหลังจากไปพบหมอ ผมเลือกเครื่องออกกำลังกายแบบจักรยานปั่นในร่มมาเป็นเครื่องมือในการออกกำลังกาย ผลของการไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ทำให้วันแรกของการออกกำลังกายอย่างเต็มรูปแบบผมสามารถปั่นไปได้แค่ประมาณ 20 นาที เหงื่อก็ท่วมโทรมกาย และขาสั่นพั่บๆ หัวใจเต้นแรง แต่รู้สึกผ่อนคลายที่เลือดได้สูบฉีด วันต่อๆ มาผมเริ่มที่จะปั่นได้นานขึ้น และตั้งไว้ว่าจะต้องปั่นต่อเนื่องวัน 45 นาที   จากนั้นประมาณ 1 เดือน น้ำหนักผมลดลงไป 7-8 กก. นั่นทำให้ผมพอใจ และเป็นที่มาของการนิ่งนอนใจในที่สุด มันเริ่มดูเหมือนเป็นการออกกำลังกายที่น่าเบื่อ ไม่มีอะไรตื่นเต้น ไม่สนุกแล้ว จนกระทั่งเครื่องออกกำลังกายอันนั้นเป็นที่ตากผ้าเช็ดตัวในที่สุด

ผมหยุดออกกำลังกายไปเกือบปี น้ำหนักแกว่งๆ ขึ้น แต่ไม่เกิน 90 กก. ซึ่งยังทำให้ผมพอใจอยู่ กระนั้นก็ตาม ผมควรจะลดน้ำหนักลงไปประมาณ 75-80 กก. ถึงจะอยู่ในจุดที่เหมาะสมไม่เจ็บป่วยง่าย คราวนี้พอผลตรวจร่างกายล่าสุดที่ผมมีไขมันในเส้นเลือดสูงเกินมาตรฐานจนต้องเพิ่มยา ทำให้ผมกลับมาฉุกคิดและกลัวความตายอีกครั้ง

ครั้งนี้ผมใช้เวลาพอสมควรในการตัดสินใจเลือกวิธีการลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย และการควบคุมอาหาร ทุกวันนี้ผมกินอาหารโดยไม่ปรุงเพิ่ม และลดกินหวานไปพอสมควร (แต่น้ำอัดลมยังลด
ไม่ค่อยจะได้) พยายามหาข้อมูลที่น่าสนใจ แม้กระทั่งพวกสมุนไพรต่างๆ ท้ายสุดแล้วก็คิดว่าการออกกำลังกายจะช่วยทุกอย่างได้ ผมเลือกดูกีฬาหลายประเภทที่เหมาะกับเวลาและเล่นคนเดียวได้ เพราะมีเวลาแค่หลังเลิกงานในช่วงค่ำ โดยไม่ได้ไปคิดถึงเครื่องปั่นออกกำลังกายที่กลายเป็นที่แขวนผ้าเช็ดตัวอยู่เลย แม้ว่ามันจะเป็นเครื่องมือที่ออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี แต่พอคิดถึงความรู้สึกน่าเบื่อของมัน ก็ทำให้ผมคิดหาวิธีออกกำลังกายแบบใหม่ที่ไม่น่าเบื่อ

จริงๆ แล้วมีคนเคยจุดประกายความคิดในการออกกำลังกายบนโต๊ะอาหารในงานแต่งงานแห่งหนึ่ง พี่คนนี้ถามผมเรื่องการลดน้ำหนักและการออกกำลังกาย แกแนะนำว่าการปั่นจักรยานจะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น และสนุก จะทำให้เกิดความรู้สึกอยากไปออกกำลังกาย ตอนนั้นผมได้แต่รับฟัง แต่ไม่ได้สนใจอะไร เพราะวิถีชีวิตในกรุงเทพฯ รู้สึกว่าการปั่นจักรยานบนเมืองกรุงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผมเก็บเรื่องนี้กลับมา
ทบทวนอีกครั้งหลังจากทราบผลเลือดและยาที่ต้องกินเพิ่ม กระทั่งบ่ายวันหนึ่ง ผมยอมโดดงานเพื่อไปหาซื้อจักรยานมาปั่น ตอนแรกคิดจะซื้อจักรยานมือสองญี่ปุ่นมาปั่นลองดูก่อน แต่ไปลองดูตามร้านต่างๆ พบว่า จักรยานมือสองญี่ปุ่นราคาแพงมาก และส่วนใหญ่สนิมขึ้นเต็มไปหมด

เรื่องที่ไม่น่าเชื่ออีกเรื่อง พบว่าจักรยานมีราคาสูงพอสมควร การจะหาจักรยานสำหรับผู้เริ่มต้นที่ได้มาตรฐานก็พบว่าต้องกำเงินเกิน 1 หมื่นบาทขึ้นไป สุดท้ายจากการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดทั้งมวล ผมเชื่อว่า ถ้าจะปั่นจักรยานออกกำลังกาย เอาแบบไหนก็ได้ อย่างน้อยของใหม่ วัสดุอะไหล่ต่างๆ ยังมีสภาพดี เอาตัวถูกๆ มาปั่นเพื่อเรียกเหงื่อ ในขณะที่ก็มีหลายคนเตือนว่า ระวังจะเสียเงินสองต่อ เพราะต้องงอกคันใหม่อยู่ดี ซึ่งผมยังไม่เชื่อในตอนนั้น

หลังจากครอบครองจักรยานสัญชาติจีน เป็นรถจักรยานเสือภูเขาขนาดใหญ่สุดในร้าน น้ำหนักร่วมๆ 18 กก.  ผมสนุกกับการปั่นจักรยานในหมู่บ้านและถนนใกล้ๆ บ้านพอสมควร ผมใช้เวลาในการปั่นจักรยานทุกวันหลังเริ่มงานในช่วงค่ำ ถ้ามีโอกาสและไม่ติดลงพื้นที่ต่างจังหวัด ส่วนใหญ่ผมจะปั่นจักรยานประมาณ 1 ชม. หรือระยะทางรวมประมาณ 15 กิโลเมตร

ค่าตัวจักรยานจีนคันแรกของผม ประมาณ 4,900 บาท ซื้อมาจากร้านจักรยานย่านนวลจันทร์ ร้านนี้ใจดีมาก แนะนำผมหลายเรื่อง แต่ท้ายสุดการตั้งงบสำหรับจักรยานราคาไม่เกิน 5,000 บาท ก็ถูกพังทลายลง เพราะจริงๆ แล้ว การจะปั่นจักรยานสักคัน มันต้องแต่งองค์ทรงเครื่องพอสมควร โดยเฉพาะต้องมี หมวกกันน็อก ถุงมือ ไฟหน้า ไฟท้าย เบาะเจลสำหรับกันเจ็บก้น สรุปแล้วต้องตั้งงบเพิ่มอีกเป็นพันบาท

ผมมีความสุขและสนุกกับการปั่นจักรยานออกกำลังกายมาก ทุกครั้งที่ออกจากบ้านและอยู่บนหลังอานจักรยาน ผมต้องมีสมาธิและมีไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะ ทั้งสภาพการจราจร รถเข้าออกจากซอย มอเตอร์ไซค์ที่วิ่งมาใกล้เรา สิ่งเหล่านี้คือความท้าทายและหาไม่ได้จากการปั่นเครื่องออกกำลังกายอยู่ภายในบ้าน แถมอากาศช่วงค่ำๆ ยังเย็นสบาย มีแรงลมมาปะทะใบหน้า และยังรู้สึกได้ชัดเจนว่าร่างกายแข็งแรงขึ้น น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ

ท้ายสุดแล้วคำว่าต้องงอกคันใหม่ก็เกิดขึ้นกับผมจนได้ ทั้งๆ ที่คิดในใจว่าผมซื้อจักรยานมาเพื่อปั่นออกกำลังกาย แต่ใจด้านหนึ่งก็คิดว่า ถ้าได้ปั่นจักรยานคันที่เราชอบ มันน่าจะสนุกกว่า วันนั้นผมปั่นเจ้าเสือภูเขาคันใหญ่อยู่ในสวนสาธารณะแถวบ้าน ปรากฏว่าผู้หญิงคนหนึ่งปั่นจักรยานคันเล็กๆ แซงหน้าผมไป มันเป็นรถคันเล็กที่สวยมาก น้ำหนักคงเบา และแบกขนขึ้นรถไปโน่นมานี่ได้โดยง่าย วันนั้นหลังจากปั่นกลับบ้าน ผมไปค้นข้อมูลก็พบว่า มันเรียกว่ารถจักรยานมินิทัวร์ริ่ง ขนาดความกว้างของยางประมาณ 20 นิ้ว คุณสมบัติปราดเปรียวไปได้ทุกที่ ผมหาข้อมูลไปเรื่อยๆ ก็ตกหลุมรักเจ้าจักรยานคันนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ผมตระเวนไปตามร้านจักรยานต่างๆ เพื่อหาเจ้ามินิคันนี้มาครอบครอง และราคาค่าตัวมันแพงพอสมควร ผมเที่ยวไล่หาร้านที่ขายจักรยานคันนี้เกือบสิบร้าน กระทั่งผมไปพบร้านจักรยานแห่งหนึ่งแถวรามอินทรา คุยสอบถามรายละเอียดทางโทรศัพท์จนมั่นใจ คนขายใจดีมาก ผมขอให้เขาเลื่อนเวลาปิดร้านออกไปหน่อย เพราะผมเลิกงานเย็นมาก และรามอินทรารถติด เขาอยู่รอผมจนค่ำ ผมลองคร่อมรถดูและเลือกสีอยู่นาน เจ้าของร้านใจดีให้ลองจนกว่าจะพอใจ และคิดราคาพิเศษแก่ผมในฐานะที่เห็นว่าอยากซื้อไปปั่นออกกำลังกาย สุดท้ายผมแบกเจ้าเสือขาว (ชื่อที่ผมตั้งให้) ขึ้นหลังรถ ภายในห้องโดยสารด้านหลังได้อย่างพอดีโดยไม่ต้องถอดล้อ และยกเข้าออกง่ายมาก เพราะน้ำหนักมันแค่ 11 กก. สำหรับใครที่กำลังหาจักรยานคันเล็กๆ ไปปั่นออกกำลังกายเช่นผม ขออนุญาตแนะนำร้านไบค์มอนสเตอร์ ซอยรามอินทรา 109 ครับ มีจักรยานขนาดเล็กและจักรยานพับจำนวนมากให้เลือก แถมเจ้าของใจดีให้ลองคร่อมและปรับแต่งรถให้เข้ากับสรีระของคนปั่นด้วย

ท้ายสุดแล้วการจะลดโรคให้ตัวเอง ก็คงต้องเริ่มจากตัวเองก่อนครับ ผมขอตัวพาเจ้าเสือขาวไปตะลุยเส้นทางในเมืองหลวงก่อนนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท