
สงฆ์ไทยช่วยผู้ประสบอุทกภัย เมียนมา
เมื่อพระพรหมดิลก เจ้าคณะ กทม. พระเทพรัตนากร เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระราชปริยัติเวที รองเจ้าคณะ กทม.
โดย...สมาน สุดโต / อลิสา จินดา
เมื่อพระพรหมดิลก เจ้าคณะ กทม. พระเทพรัตนากร เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระราชปริยัติเวที รองเจ้าคณะ กทม. พระราชวิริยาลังการ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ที่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง มอบหมายให้เดินทางไปมัณฑะเลย์ สหภาพเมียนมา เพื่อมอบข้าวสารช่วยเหลือคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวเมียนมาที่ประสบอุทกภัย เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2558 นั้น ท่านที่กล่าวนามข้างต้น ได้ทำงานใหญ่เสร็จสิ้นในช่วงบ่ายวันแรกที่เดินทางไปถึง เพราะบริษัท อิรวดี ทราเวล อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นบริษัทนำเที่ยวได้ประสานงานและดำเนินการจัดหาข้าวสาร 800 กระสอบ เพื่อส่งมอบทั้ง 3 จุดไว้พร้อม หลังจากได้รับบัญชาจากสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ แม้ว่าการหาซื้อข้าวสารจำนวนมากจะยาก เพราะนอกจากปัญหาน้ำท่วมแล้วต้องหาซื้อตามโรงสีหลายแห่งจากหลายเมืองแล้วขนส่งมายังจุดที่จะส่งมอบ
ส่วนที่มาที่ไปของการช่วยเหลือชาวเมียนมานั้น Alisa Chinda แห่งบริษัท อิรวดี ทราเวล อินเตอร์เนชั่นแนล เขียนใน FB : ว่า “จากจำนวนปัจจัยซึ่งท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เมตตาให้ดำเนินการจัดซื้อข้าวสารเพื่อช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเมียนมา จำนวน 1 ล้านบาท ได้จัดซื้อข้าวสารเพื่อส่งมอบในวันนี้ เป็นชุดที่ 1 จำนวน 800 กระสอบ (40,000 กก.) เพื่อถวายแด่ 1.พระเดชพระคุณ ดร.ญานิสสระมหาเถระ (หลวงพ่อสิตากูสยาดอว์) ณ สถาบันพุทธศาสนานานาชาติเมืองสกาย ซึ่งเป็นศูนย์กลางช่วยผู้ประสบภัยในพื้นที่ห่างไกลและเข้าถึงได้ยาก เช่น เมืองกะเล ซึ่งต้องไปโดยเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 600 กระสอบ (เมืองนี้ปกติก็ไปได้ยากอยู่แล้ว ต้องนั่งรถขึ้นภูเขาสลับซับซ้อนหลายวันกว่าจะถึง) 2.โรงเรียนพระปริยัติธรรมมหากันดายน อมรปุระ จำนวน 100 กระสอบ 3.โรงเรียนพระปริยัติธรรมวิสุทธาราม มัณฑะเลย์ จำนวน 100 กระสอบ
ส่วนที่สอง จำนวน 300 กระสอบ จะนำไปมอบสัปดาห์หน้า วันที่ 15 ส.ค. 2558 ที่ย่างกุ้ง เพื่อช่วยเขตใต้ เช่น หงสาวดี ต่อไป
ในการนี้ พระเดชพระคุณพระพรหมดิลก จจ.กรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดสามพระยา พระเดชพระคุณพระเทพรัตนากร จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิง พระเดชพระคุณพระราชวิริยาลังการ รอง จจ.นครปฐม เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง พระเดชพระคุณพระราชปริยัติเวที รอง จจ.กรุงเทพมหานคร ได้รับมอบหมายจากท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เป็นประธานในพิธีส่งมอบข้าวสารดังกล่าว ณ เมืองสกาย
อมรปุระ และมัณฑะเลย์ ในวันที่ 9 ส.ค. 2558 ยังความปลื้มปีติแก่ชาวเมียนมาที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่นี้
กราบขอบพระคุณหลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ด้วยเศียรเกล้า และกราบขอบพระคุณพระมหาเถรานุเถระในความเมตตายิ่ง
พร้อมนี้ ทางอิรวดียังได้มอบเงินบริจาคส่วนที่ 2 จำนวน 2 ล้านจ๊าด (60,600 บาท) มาร่วมบุญผ่านทางหลวงพ่อสิตกูสยาดอว์ ณ สถาบันพุทธศาสนานานาชาติเมืองสกาย ซึ่งเป็นศูนย์กลางช่วยผู้ประสบภัยในพื้นที่ห่างไกลและเข้าถึงได้ยาก โดยขอมอบเป็นเงินสด เพื่อให้ทางคณะทำงานได้จัดหาสิ่งของที่ขาดแคลนนอกเหนือจากข้าวสาร น้ำดื่ม หรือแม้แต่ใช้เพื่อเติมน้ำมันรถบรรทุกคอนเทนเนอร์ รถบรรทุก รถกระบะที่ออกปฏิบัติงานวันละหลายเที่ยว ให้การนำของสิ่งต่างๆ ได้ขับเคลื่อนไปถึงมือผู้ประสบภัยด้วยดี
ส่วนเงินส่วนที่ 3 จะมอบไปที่รัฐยะไข่ ซึ่งจะได้นำเรียนความคืบหน้าต่อไป ขอขอบพระคุณ และขออนุโมทนาบุญในกุศลจิตที่ทุกท่านได้ช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ของคนเมียนมาในครั้งนี้ค่ะ”
การที่ไปมอบความช่วยเหลือผ่านพระสงฆ์นั้นเพราะพระสงฆ์สามารถบริหารจัดการส่งถึงมือผู้ประสบภัยได้ทันกับความต้องการ ทั้งนี้พระสงฆ์เมียนมาลงไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยถึงที่ ดังเช่นที่สำนักของ ดร.ญานิสสระมหาเถระ (หลวงพ่อสิตากูสยาดอว์) ซึ่งเป็นจุดแรกที่คณะนำข้าวสาร 600 กระสอบไปมอบให้นั้น เหลือพระผู้ใหญ่คอยต้อนรับคณะจากเมืองไทย 2 รูป ที่เหลือประมาณ 40 รูป อยู่กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยตลอดชายฝั่งแม่น้ำอิรวดี ผู้แทนสำนักว่าดีใจที่การช่วยเหลือมาทันเวลา เพราะข้าวที่มีอยู่หมดพอดี
หรือที่โรงเรียนพระปริยัติธรรมวิสุทธาราม มัณฑะเลย์ ที่คณะจากไทยส่งมอบข้าวสาร 100 กระสอบนั้น หลวงพ่อภัททันตะ อัคคญาณาภิวังสะ เจ้าสำนักวัย 77 ปี กล่าวด้วยความยินดีว่าข้าวสารที่นำมาถวายนั้นจะส่งมอบวัดที่ท่านปกครอง 2 วัดด้วยกัน ซึ่งมีพระเณรรวมกันประมาณ 230 รูป และจะส่งให้ผู้ประสบอุทกภัยที่เดือดร้อนในพื้นที่ ทั้งพระและฆราวาสอีกส่วนหนึ่ง
การสนทนาวิสาสะระหว่างพระพรหมดิลก กับหลวงพ่อภัททันตะ เกือบไม่ต้องผ่านล่าม เพราะสามารถสื่อสารด้วยภาษาบาลี ด้วยกันทั้งคู่ ในการนี้พระพรหมดิลก (ป.ธ.9) กล่าวว่า ถ้ามีเวลาสัก 1-2 สัปดาห์ จะสนทนาภาษาบาลีได้คล่องกว่านี้
กับผู้สื่อข่าว พระพรหมดิลก กล่าวว่า การมาช่วยเหลือชาวเมียนมา เหมือนมาช่วยผู้ที่คุ้นเคยเพราะต่างก็เป็นชาวพุทธ มีสายสัมพันธ์เหมือนพี่เหมือนน้องที่แนบแน่นอยู่แล้ว
พร้อมกันนั้น ท่านก็บอกว่า รู้สึกประทับใจต่อบทบาทพระสงฆ์เมียนมาที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างแข็งขัน และยังชื่นชมพุทธศาสนิกชนชาวเมียนมา (ตามที่อลิสา จินดา เล่า) ที่ตื่นเช้าสวดพระปริตรก่อนทั้งที่บ้าน ที่ตลาด และที่ทำงาน วิถีแห่งพุทธจึงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของชาวเมียนมา
พระราชวิริยาลังการ (หลวงพ่อแย้ม) เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม บอกว่า มาเมียนมาครั้งใดมีความสุขเมื่อนั้น เพราะเป็นเมืองพุทธ แต่มาหนนี้พิเศษเพราะมาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เป็นงานที่วัดไร่ขิงและวัดพนัญเชิง ชำนาญ เพราะให้ความช่วยเหลือชาวไทยเมื่อประสบภัยต่างๆ เสมอ ดังเช่นมหาอุทกภัย ปี 2554 ที่เป็นเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในรอบ 70 ปีของไทย ทั้งสองวัดได้ให้ความช่วยเหลือเต็มที่ หลายท่านทราบดี
พระราชวิริยาลังการ ซึ่งชีวิตนี้มีแต่ให้ชื่นชมรัฐบาลสหภาพเมียนมา ที่ยกย่องปกป้องชาวพุทธและศาสนาพุทธ แม้ว่าจะปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมก็ตาม พร้อมกับบอกว่า มาเมียนมาไม่เคยเบื่อ เมื่อเดินทางกับอิรวดี ทราเวล อินเตอร์เนชั่นแนล เพราะมิคกี้ ฮาร์ท (Mickey Heart) พ่ออลิสาเป็นไกด์ที่เก่งเล่าประะวัติศาสตร์เมียนมาและไทยได้ทะลุ เนื่องจากเป็นนักประวัติศาสตร์
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เมื่อทราบว่า ชาวพุทธเมียนมาประสบอุทกภัยยื่นมือช่วยเหลือทันที เพราะเป็นชาวพุทธเหมือนกัน และยังมีความสนิทกับพระเถระหลายรูป เช่น ท่านญานิสสระ แห่งสำนักสิตคู เป็นต้น บรรดาศิษย์เมื่อได้ทราบดำริสมเด็จฯ ต่างก็ช่วยกัน วันเดียวได้ 1 ล้านบาท
อุทกภัยในพื้นที่ 12 รัฐจาก 14 รัฐของสหภาพเเมียนมา ได้รับวามเสียหายหนัก นสพ.The Straits Times วันที่ 7 ส.ค. รายงานว่า ประชาชน 3.3 แสนคน เดือดร้อนและเสียชีวิต 74 คน หลายประเทศยื่นมือช่วยเหลือ รวมทั้ง UN ด้วย







