posttoday
ตามเท่าไหร่ก็ควรไล่ให้ทัน

ตามเท่าไหร่ก็ควรไล่ให้ทัน

16 สิงหาคม 2558

บางทีเราอาจเคยได้ยินกันบ่อยๆ กับคำถามที่ว่า “ทำไมเราตามเกาหลีใต้ไม่ทัน” ทั้งๆ ที่เราเคยมีอัตราการพัฒนาที่ใกล้เคียงกัน

โดย...กรกิจ ดิษฐาน

บางทีเราอาจเคยได้ยินกันบ่อยๆ กับคำถามที่ว่า “ทำไมเราตามเกาหลีใต้ไม่ทัน” ทั้งๆ ที่เราเคยมีอัตราการพัฒนาที่ใกล้เคียงกัน เคยล้มในช่วงวิกฤตการเงินปี 2540 เหมือนกัน เอาเข้าจริง เกาหลีใต้เคยพังยับจากช่วงสงครามเกาหลี จนไทยต้องส่งกำลังทหารไปช่วยมาแล้ว มาวันนี้เขากลับเหนือกว่าเราเสียอย่างนั้น

คำตอบก็คือเกาหลีพื้นฐานดีกว่าเรามาก ให้ค่าการศึกษาสูงมาก รับผิดชอบสูง ตรงต่อเวลา

อีกอย่างที่เราตามไม่ทันคือความรักชาติแบบสร้างสรรค์ ตอนนี้ในยุโรปมีการพูดถึงกันมากเรื่องเกาหลีใต้โมเดลมาใช้กับกรณีของกรีซ หากยังจำกันได้ เมื่อคราววิกฤตต้มยำกุ้ง ในบ้านเรามีหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เป็นผู้ถือธงนำในการบริจาคทองคำและเงินดอลลาร์ ทำผ้าป่าช่วยชาติ ซึ่งช่วยให้คลังหลวงพ่อจะมีเงินอีกครั้งหลังถูกดูดออกไปจนเกลี้ยง

แต่น่าเสียดายที่ยังไม่มากพอที่รัฐบาลในขณะนั้นจะนำมาต่อรองกับการบีบคั้นของ IMF เอาเข้าจริงผมคิดว่ารัฐบาลไม่ตอบสนองต่อโครงการนี้เท่าไหร่ด้วย เพราะหากรัฐบาลสนองตอบหลวงตาและนำธงเอง รับรองจะสำเร็จอย่างงดงาม

ต้องยอมรับว่าตอนนั้นขวัญและกำลังใจคนไทยตกต่ำมาก หากมีสักคนที่ปลุกกระแสชาตินิยมในขณะนั้นได้ทันการณ์ โอกาสที่จะถูก IMF โขกสับก็จะน้อยลงไป

ตรงกันข้ามกับเกาหลีใต้การระดมทองคำช่วยชาติได้รับการตอบรับดีมาก คนบริจาคหลายล้าน ส่วนใหญ่นำทองคำที่เป็นมรดก หรือสินสอด มาให้แบบไม่เสียดาย เพราะรัฐบาลออกปากขอร้องให้พี่น้องช่วยบ้านเมือง พี่น้องทั้งหลายก็ตอบสนองอย่างเด็ดเดี่ยว ช่วยให้รัฐบาลชำระหนี้ IMF ได้ก่อนกำหนด

ตอนนี้ประวัติศาสตร์ความรักชาติครั้งนั้นถูกนักวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์นำมากดดันกรีซทางอ้อมว่า ไม่ควรแบมือขอเงินอย่างเดียว หากจะรอดจากวิกฤตอย่างสง่างาม ต้องมีความ “รักชาติ” มีความ “ขยันหมั่นเพียร” และมี “วินัย” แบบเกาหลีด้วย ถึงจะรอด

อันที่จริงเงื่อนไขของ IMF ต่อเกาหลีและไทยเข้มงวดไร้ปรานีเอามากๆ แต่ทั้งสองประเทศก็ยังผ่านวิกฤตมาได้ ส่วนกรีซถูกอุ้มแล้วอุ้มอีก จนคนเกาหลีเริ่มเคือง IMF และมองเห็นธาตุแท้ว่า องค์กรนี้อุ้มแต่ฝรั่ง พอเอเชียเจ็บบ้างก็กระทืบซ้ำฐานพยายามตั้งตัวเป็นใหญ่ (ตอนนั้นเอเชียชูค่านิยม Asian value ยี้ตะวันตกที่ใช้ประเด็นสิทธิมนุษยชนมาตั้งแง่โจมตีมากเกิน) จากนั้นก็ถือโอกาสปล้นทรัพย์แบบผีซ้ำด้ำพลอย แบบไม่ให้ผุดให้เกิดอีก

ความสำเร็จของโครงการทองช่วยชาติเกาหลี (Collect Gold for the Love of Korea) ในเวลานั้นนอกจากจะช่วยปลดตัวเองจากทาส IMF แล้วยังกระตุ้นค่านิยมใช้ของในประเทศให้หนักหน่วงเข้าไปอีก เพราะเขาถือว่าบริษัทใหญ่ๆ เช่น ซัมซุง ฮุนได เป็นบรรษัทแห่งชาติ (แจบอล) รัฐบาลหนุนบริษัทเหล่านี้ ประชาชนก็สนับสนุน เพราะเห็นว่าบริษัทเหล่านี้รุ่งเรือง ชาติก็รุ่งเรือง พอชาติรุ่ง เราก็รุ่งด้วย

ตรงนี้อีกจุดครับที่เราขาด คือ ชาตินิยมด้านธุรกิจ ในเกาหลีมีกลุ่มแจบอล (Chaebol) ส่วนในญี่ปุ่นมีกลุ่มไซบัตสึ (Zaibatsu) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพร้อมกับภาครัฐ และประชาชนก็ตอบสนอง เพราะถือว่าบริษัทเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งเสาหลักของชาติ และบริษัทก็สนองด้วยการอุทิศให้ประเทศอย่างมากมาย

ธุรกิจใหญ่ๆ ระดับอภิมหาบรรษัทบ้านเราก็มีอยู่พอสมควรแก่ฐานะ แต่กลับไม่ทำให้คนรู้สึกภูมิใจว่าเป็นหน้าตาของประเทศ ซ้ำยังเกลียดชังเสียอีกว่าเป็นทุนไร้หัวใจ นับเป็นความล้มเหลวอย่างใหญ่หลวง ส่วนในเกาหลีแจบอลกลายเป็นทุนอันประเสริฐกันเลยทีเดียว ซึ่งทุนไทยควรเอาเยี่ยงอย่าง (แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้แจบอลก็ผ่านความชั่วร้ายมามากเช่นกัน โดยเฉพาะการเป็นต้นเหตุของวิกฤตการเงิน 2540)

ความรักชาติ (Nationalism) มีประโยชน์มหาศาลหากใช้อย่างชาญฉลาด แต่คลั่งชาติ (Chauvinism) เป็นเรื่องอันตราย ต่อให้ฉลาดใช้ก็ยังแต่จะนำความเสียหายมาให้ไม่ช้าก็เร็ว และทุกประเทศมีลักษณะ Chauvinism คือรักปมเขื่องของตัวเองเหมือนๆ กันหมด

เกาหลีเองก็มีเหมือนกันและรุนแรงมาก คุยกับคนจีนเรื่องเกาหลีใต้เขาจะขำๆ ว่า คนเกาหลีใต้ชอบโมเมของจีนว่าเป็นเกาหลี แม้แต่ขงจื๊อยังแปลงสัญชาติเป็นเกาหลีกันเลยทีเดียว ส่วนญี่ปุ่นไม่ต้องพูดถึง เพราะเทียบและแข่งกันตลอด แต่เกาหลีตั้งท่าแข่งนะครับ ญี่ปุ่นก็อยู่ของเขาเฉยๆ

ยังมีอยู่เรื่องหนึ่งที่เราไม่ควรตามเกาหลีคือ อัตราการฆ่าตัวตายที่สูงมากมายมหาศาล ล่าสุดตัวเลขเดือน มิ.ย. 2558 สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่เป็นอันดับที่ 1 ของประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งสวนกระแสมาก เพราะประเทศพัฒนาแล้วมีอัตราฆ่าตัวตายลดลงเป็นลำดับ ส่วนหนึ่งเพราะสังคมเกาหลีใต้พัฒนาทางวัตถุรวดเร็ว แต่ขาดที่พึ่งทางจิตใจ ครอบครัวย่อยตัวเองจากครอบครัวใหญ่มากๆ เป็นครอบครัวเดี่ยวมากเช่นกัน ส่วนเด็กๆ ก็ถูกกดดันจากพ่อแม่ และโรงเรียน พ่อแม่ถูกกดดันจากที่ทำงาน ที่ทำงานถูกกดดันจากมหาชน

ผลสำรวจปีที่แล้วโดย  Korea Health Promotion Foundation พบว่า วัยรุ่นกว่า 40% มีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย 17% อยากตายเพราะหน้าตาไม่สวยไม่หล่อ 16% เพราะปัญหาครอบครัว แต่ส่วนใหญ่อยากตายเพราะแรงกดดันด้านการศึกษาเล่าเรียน

เกาหลีเป็นสังคมที่มีความรับผิดชอบสูง ความสำเร็จน่าประทับใจ แต่หลายกรณีความรับผิดชอบมันหนักเกินกว่าจะแบกรับ หากเราอยากจะสำเร็จแบบเกาหลีใต้ ต้องระวังปัญหาจุดนี้ให้ดี

เราจะเลือกโมเดลไหน หรือจะปั้นแบบอย่างของเราขึ้นมาเอง ยังพอมีเวลาให้ไตร่ตรองอยู่พอสมควร แต่ไม่ควรจะนวยนาดจนน่าสิ้นหวัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท