
ตามเท่าไหร่ก็ควรไล่ให้ทัน
บางทีเราอาจเคยได้ยินกันบ่อยๆ กับคำถามที่ว่า “ทำไมเราตามเกาหลีใต้ไม่ทัน” ทั้งๆ ที่เราเคยมีอัตราการพัฒนาที่ใกล้เคียงกัน
โดย...กรกิจ ดิษฐาน
บางทีเราอาจเคยได้ยินกันบ่อยๆ กับคำถามที่ว่า “ทำไมเราตามเกาหลีใต้ไม่ทัน” ทั้งๆ ที่เราเคยมีอัตราการพัฒนาที่ใกล้เคียงกัน เคยล้มในช่วงวิกฤตการเงินปี 2540 เหมือนกัน เอาเข้าจริง เกาหลีใต้เคยพังยับจากช่วงสงครามเกาหลี จนไทยต้องส่งกำลังทหารไปช่วยมาแล้ว มาวันนี้เขากลับเหนือกว่าเราเสียอย่างนั้น
คำตอบก็คือเกาหลีพื้นฐานดีกว่าเรามาก ให้ค่าการศึกษาสูงมาก รับผิดชอบสูง ตรงต่อเวลา
อีกอย่างที่เราตามไม่ทันคือความรักชาติแบบสร้างสรรค์ ตอนนี้ในยุโรปมีการพูดถึงกันมากเรื่องเกาหลีใต้โมเดลมาใช้กับกรณีของกรีซ หากยังจำกันได้ เมื่อคราววิกฤตต้มยำกุ้ง ในบ้านเรามีหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เป็นผู้ถือธงนำในการบริจาคทองคำและเงินดอลลาร์ ทำผ้าป่าช่วยชาติ ซึ่งช่วยให้คลังหลวงพ่อจะมีเงินอีกครั้งหลังถูกดูดออกไปจนเกลี้ยง
แต่น่าเสียดายที่ยังไม่มากพอที่รัฐบาลในขณะนั้นจะนำมาต่อรองกับการบีบคั้นของ IMF เอาเข้าจริงผมคิดว่ารัฐบาลไม่ตอบสนองต่อโครงการนี้เท่าไหร่ด้วย เพราะหากรัฐบาลสนองตอบหลวงตาและนำธงเอง รับรองจะสำเร็จอย่างงดงาม
ต้องยอมรับว่าตอนนั้นขวัญและกำลังใจคนไทยตกต่ำมาก หากมีสักคนที่ปลุกกระแสชาตินิยมในขณะนั้นได้ทันการณ์ โอกาสที่จะถูก IMF โขกสับก็จะน้อยลงไป
ตรงกันข้ามกับเกาหลีใต้การระดมทองคำช่วยชาติได้รับการตอบรับดีมาก คนบริจาคหลายล้าน ส่วนใหญ่นำทองคำที่เป็นมรดก หรือสินสอด มาให้แบบไม่เสียดาย เพราะรัฐบาลออกปากขอร้องให้พี่น้องช่วยบ้านเมือง พี่น้องทั้งหลายก็ตอบสนองอย่างเด็ดเดี่ยว ช่วยให้รัฐบาลชำระหนี้ IMF ได้ก่อนกำหนด
ตอนนี้ประวัติศาสตร์ความรักชาติครั้งนั้นถูกนักวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์นำมากดดันกรีซทางอ้อมว่า ไม่ควรแบมือขอเงินอย่างเดียว หากจะรอดจากวิกฤตอย่างสง่างาม ต้องมีความ “รักชาติ” มีความ “ขยันหมั่นเพียร” และมี “วินัย” แบบเกาหลีด้วย ถึงจะรอด
อันที่จริงเงื่อนไขของ IMF ต่อเกาหลีและไทยเข้มงวดไร้ปรานีเอามากๆ แต่ทั้งสองประเทศก็ยังผ่านวิกฤตมาได้ ส่วนกรีซถูกอุ้มแล้วอุ้มอีก จนคนเกาหลีเริ่มเคือง IMF และมองเห็นธาตุแท้ว่า องค์กรนี้อุ้มแต่ฝรั่ง พอเอเชียเจ็บบ้างก็กระทืบซ้ำฐานพยายามตั้งตัวเป็นใหญ่ (ตอนนั้นเอเชียชูค่านิยม Asian value ยี้ตะวันตกที่ใช้ประเด็นสิทธิมนุษยชนมาตั้งแง่โจมตีมากเกิน) จากนั้นก็ถือโอกาสปล้นทรัพย์แบบผีซ้ำด้ำพลอย แบบไม่ให้ผุดให้เกิดอีก
ความสำเร็จของโครงการทองช่วยชาติเกาหลี (Collect Gold for the Love of Korea) ในเวลานั้นนอกจากจะช่วยปลดตัวเองจากทาส IMF แล้วยังกระตุ้นค่านิยมใช้ของในประเทศให้หนักหน่วงเข้าไปอีก เพราะเขาถือว่าบริษัทใหญ่ๆ เช่น ซัมซุง ฮุนได เป็นบรรษัทแห่งชาติ (แจบอล) รัฐบาลหนุนบริษัทเหล่านี้ ประชาชนก็สนับสนุน เพราะเห็นว่าบริษัทเหล่านี้รุ่งเรือง ชาติก็รุ่งเรือง พอชาติรุ่ง เราก็รุ่งด้วย
ตรงนี้อีกจุดครับที่เราขาด คือ ชาตินิยมด้านธุรกิจ ในเกาหลีมีกลุ่มแจบอล (Chaebol) ส่วนในญี่ปุ่นมีกลุ่มไซบัตสึ (Zaibatsu) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพร้อมกับภาครัฐ และประชาชนก็ตอบสนอง เพราะถือว่าบริษัทเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งเสาหลักของชาติ และบริษัทก็สนองด้วยการอุทิศให้ประเทศอย่างมากมาย
ธุรกิจใหญ่ๆ ระดับอภิมหาบรรษัทบ้านเราก็มีอยู่พอสมควรแก่ฐานะ แต่กลับไม่ทำให้คนรู้สึกภูมิใจว่าเป็นหน้าตาของประเทศ ซ้ำยังเกลียดชังเสียอีกว่าเป็นทุนไร้หัวใจ นับเป็นความล้มเหลวอย่างใหญ่หลวง ส่วนในเกาหลีแจบอลกลายเป็นทุนอันประเสริฐกันเลยทีเดียว ซึ่งทุนไทยควรเอาเยี่ยงอย่าง (แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้แจบอลก็ผ่านความชั่วร้ายมามากเช่นกัน โดยเฉพาะการเป็นต้นเหตุของวิกฤตการเงิน 2540)
ความรักชาติ (Nationalism) มีประโยชน์มหาศาลหากใช้อย่างชาญฉลาด แต่คลั่งชาติ (Chauvinism) เป็นเรื่องอันตราย ต่อให้ฉลาดใช้ก็ยังแต่จะนำความเสียหายมาให้ไม่ช้าก็เร็ว และทุกประเทศมีลักษณะ Chauvinism คือรักปมเขื่องของตัวเองเหมือนๆ กันหมด
เกาหลีเองก็มีเหมือนกันและรุนแรงมาก คุยกับคนจีนเรื่องเกาหลีใต้เขาจะขำๆ ว่า คนเกาหลีใต้ชอบโมเมของจีนว่าเป็นเกาหลี แม้แต่ขงจื๊อยังแปลงสัญชาติเป็นเกาหลีกันเลยทีเดียว ส่วนญี่ปุ่นไม่ต้องพูดถึง เพราะเทียบและแข่งกันตลอด แต่เกาหลีตั้งท่าแข่งนะครับ ญี่ปุ่นก็อยู่ของเขาเฉยๆ
ยังมีอยู่เรื่องหนึ่งที่เราไม่ควรตามเกาหลีคือ อัตราการฆ่าตัวตายที่สูงมากมายมหาศาล ล่าสุดตัวเลขเดือน มิ.ย. 2558 สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่เป็นอันดับที่ 1 ของประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งสวนกระแสมาก เพราะประเทศพัฒนาแล้วมีอัตราฆ่าตัวตายลดลงเป็นลำดับ ส่วนหนึ่งเพราะสังคมเกาหลีใต้พัฒนาทางวัตถุรวดเร็ว แต่ขาดที่พึ่งทางจิตใจ ครอบครัวย่อยตัวเองจากครอบครัวใหญ่มากๆ เป็นครอบครัวเดี่ยวมากเช่นกัน ส่วนเด็กๆ ก็ถูกกดดันจากพ่อแม่ และโรงเรียน พ่อแม่ถูกกดดันจากที่ทำงาน ที่ทำงานถูกกดดันจากมหาชน
ผลสำรวจปีที่แล้วโดย Korea Health Promotion Foundation พบว่า วัยรุ่นกว่า 40% มีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย 17% อยากตายเพราะหน้าตาไม่สวยไม่หล่อ 16% เพราะปัญหาครอบครัว แต่ส่วนใหญ่อยากตายเพราะแรงกดดันด้านการศึกษาเล่าเรียน
เกาหลีเป็นสังคมที่มีความรับผิดชอบสูง ความสำเร็จน่าประทับใจ แต่หลายกรณีความรับผิดชอบมันหนักเกินกว่าจะแบกรับ หากเราอยากจะสำเร็จแบบเกาหลีใต้ ต้องระวังปัญหาจุดนี้ให้ดี
เราจะเลือกโมเดลไหน หรือจะปั้นแบบอย่างของเราขึ้นมาเอง ยังพอมีเวลาให้ไตร่ตรองอยู่พอสมควร แต่ไม่ควรจะนวยนาดจนน่าสิ้นหวัง







