
ปั้นคอนโดกรีน ต่อยอดชุมชนน่าอยู่
หลังจากปลุกปั้นแบรนด์ “ชุมชนน่าอยู่” ในการบริหารอาคารชุดลุมพินีของค่ายแอล.พี.เอ็น.ฯ มายาวนาน จนถึงวันนี้
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
หลังจากปลุกปั้นแบรนด์ “ชุมชนน่าอยู่” ในการบริหารอาคารชุดลุมพินีของค่ายแอล.พี.เอ็น.ฯ มายาวนาน จนถึงวันนี้ แอล.พี.เอ็น.ฯ กำลังก้าวไปอีกหนึ่งสเต็ปของการพัฒนาคอนโดมิเนียมภายใต้แนวคิดชุมชนน่าอยู่ นั่นคือการนำแนวคิดเกี่ยวกับความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้กับโครงการคอนโดมิเนียม หรือ “กรีน คอนโดมิเนียม”
พิเชษฐ ศุภกิจจานุสันติ์ กรรมการบริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวว่า ภาพรวมของกรีน คือ ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งหลายคนอาจถามว่าธุรกิจอสังหาฯ มีบทบาท เกี่ยวกันอย่างไรกับสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง แอล.พี.เอ็น.ฯ มองว่า ธุรกิจอสังหาฯ มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายส่วนของสังคม เช่น ตึกที่สร้างขึ้นมาบังทิศทางลม บังทัศนียภาพ ระหว่างก่อสร้าง ฝุ่น เสียงจากการก่อสร้าง โดยส่วนใหญ่พื้นที่รอบรัศมี 500 เมตร ของโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างจะได้รับผลกระทบดังกล่าว
นั่นคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ทีมผู้บริหารมองว่าควรรับผิดชอบกับสังคมกับการพัฒนาคอนโดมิเนียมที่ส่งผลกระทบกับเพื่อนบ้านน้อยที่สุด รวมถึงการดูแลหลังการขายให้ดีภายใต้แนวคิด “ชุมชนน่าอยู่” ก็จะช่วยให้โครงการคอนโดมิเนียมนั้นๆ ยังอยู่ในสภาพที่ดินอย่างยาวนาน
“คอนโดมิเนียม ถ้าปราศจากการดูแลที่ดี จะกลายเป็นสลัม สร้างภาระให้กับสังคม”
ในเชิงการทำธุรกิจ แม้ผลกำไรจะเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ แต่การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการจะมองผลกำไรอย่างเดียวไม่พอ ต้องมองสิ่งแวดล้อมและสังคมด้วย โดยแนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อม แอล.พี.เอ็น.ฯ อยู่ภายใต้ 3P นั่นคือ Profit (กำไร) People (คนหรือสังคม) และ Planet (สิ่งแวดล้อม) ซึ่งจะมีรายละเอียดปลีกย่อย เป็น “6 กรีน แอล.พี.เอ็น.” อันประกอบด้วย
Profit (กำไร) ต้องสร้างสมดุลของผลตอบแทนในการดำเนินงาน โปร่งใส ซึ่งแยกย่อยออกเป็น 2 เรื่องหลักๆ คือ 1.กรีน มาร์เก็ตติ้ง แมนเนจเมนต์ (Green Marketing Management) การตลาดที่เป็นธรรมกับผู้บริโภคหรือลูกค้า และคู่แข่ง โดยบริษัทได้กำหนดกลยุทธ์การตลาดให้กำหนดราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ให้กับกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง-ล่าง และ 2.กรีน ไฟแนนเชียล แมนเนจเมนต์ (Green Financial Management) การกำหนดผลตอบแทนและการเติบโตขององค์กรต่อเนื่อง
People (คนและสังคม) การรับผิดชอบต่อสังคมที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบุคลากรภายใน (พนักงาน) เท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงสังคมภายนอก บุคลากรของคู่ค้า ลูกค้า และผู้พักอาศัยในโครงการ รวมถึงสังคมภายนอก อันได้แก่ ชุมชนเพื่อนบ้าน แรงงานก่อสร้าง แยกย่อยอีก 2 ข้อ 1.กรีน เอนเตอร์ไพรส์ (Green Enterprise) ดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการและทุนมนุษย์ และ 2.กรีน คอมมูนิตี้ แมนเนจเมนต์ (Green Community Management) การดูแลคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัยในโครงการหลังการส่งมอบ รวมทั้งดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัยและชุมชน ด้วยกลยุทธ์ “ชุมชนน่าอยู่”
Planet (สิ่งแวดล้อม) การรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดผลกระทบจากการพัฒนาโครงการในกระบวนการ (In process) ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ กระบวนการก่อสร้าง ตลอดจนดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในชุมชนและชุมชนข้างเคียง คือ 1.กรีน ดีไซน์ คอนเซ็ปต์ (Green Design Concept) การออกแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม วางผังโครงการเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งบริษัทให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาคารเขียว (Green Building) ของสหรัฐอเมริกา (LEED – The Leadership in Energy and Environmental Design) และ
ในส่วนที่ 2 ของ Planet คือ กรีน คอนสตรัคชั่น โปรเซส (Green Construction Process) การบริหารจัดการผลกระทบที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในกระบวนการก่อสร้าง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมมากที่สุด โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยสำหรับคนงานและผู้เกี่ยวข้อง
พิเชษฐ กล่าวว่า กระบวนการออกแบบและกระบวนการก่อสร้างมาตรฐานกรีน 8 หมวด 129 ข้อ เฉลี่ยแล้วประมาณ 70% ที่จะทำได้ กำหนดมาตรฐานกระบวนการออกแบบและกระบวนการก่อสร้าง ทุกโครงการเป็นกรีน แต่จะมี 2-3 โครงการที่จะกรีนเข้มข้น ที่เรียกว่า แอล.พี.เอ็น. ซิกเนเจอร์ (LPN Signature) เช่น มีที่จอดรถ มีอีโคคาร์ รณรงค์ลดใช้พลังงาน มีที่จอดจักรยานยนต์ มีมาตรฐานพิเศษ ที่แยกขยะ ลดพลังงานไฟฟ้า ลดปริมาณน้ำใช้ ออกแบบตึกนี้ให้หันทิศเหนือกับทิศใต้ แต่ยอมรับว่าไม่ใช่ทุกตึกจะออกแบบเช่นนี้ได้ อนาคตจะมีออกแบบอุปกรณ์เพื่อผู้สูงอายุและเด็ก ซึ่งต้นทุนอาจจะสูงกว่าเล็กน้อยประมาณ 5-10%
สำหรับปัจจุบัน แอล.พี.เอ็น.ฯ ทดลองพัฒนาโครงการที่เป็นกรีน 3 โครงการด้วยกัน คือ 1.โครงการลุมพินี เพลส พระราม 9-รัชดา นับเป็นโครงการพักอาศัยที่พัฒนาขึ้นตามมาตรฐานและเป็นต้นแบบโครงการแอล.พี.เอ็น. กรีน โปรเจกต์ และอีก 2 โครงการ ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2557 ได้แก่ โครงการ ลุมพินี พาร์ค นวมินทร์-ศรีบูรพา โครงการอาคารชุดพักอาศัย สูง 15 ชั้น บนเนื้อที่ 15 ไร่เศษ บนถนนนวมินทร์ และโครงการมิลล์ เพลส โพศรี ศูนย์การค้าชุมชน หรือคอมมูนิตี้ มอลล์ ที่พัฒนาภายใต้มาตรฐานอาคารเขียว”
นี่คือโครงการคอนโดมิเนียมแนวคิดแอล.พี.เอ็น. กรีน โปรเจกต์ ที่มาจากแรงบันดาลใจในการอยากตอบแทนสังคม ซึ่งโครงการลักษณะนี้จะไปได้ต่อหรือไม่ ผู้บริหาร แอล.พี.เอ็น.ฯทิ้งท้ายว่าคงต้องขึ้นอยู่กับการตอบรับของลูกค้านั่นเอง







