
เกิดจากสภาพัฒน์ โตกระทรวงทรัพย์ฯ
ปี 2545 รัฐบาลทักษิณตั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เกษมสันต์ จิณณวาโส
ปี 2545 รัฐบาลทักษิณตั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เกษมสันต์ จิณณวาโส ถูก ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ซึ่งนั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ ชักชวนให้ไปช่วยงาน ขณะนั้นคุยกันอยู่นาน โดยเจ้าตัวไม่แน่ใจว่าเป็นการชวนไปช่วยงาน ช่วยราชการ หรือให้ย้ายไปสังกัดถาวร
สุดท้ายก็ตัดสินใจย้ายไปเป็นรองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ
“ผมไม่รู้ว่าชวนเล่นหรือชวนจริง แต่พอมาหารือกับท่านเลขาฯ (จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช) ท่านบอกว่าไปเลยก็ดี สภาพัฒน์จะได้มีคนไปทำงานช่วยงานได้มากขึ้น”
จากนั้นปี 2548 ขยับเป็นรองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทั่งมีการรัฐประหารในปี 2549 ถูกย้ายไปอยู่หลายกรม ก่อนจะขึ้นเป็นเลขาธิการ สผ. และย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง ปี 2550 ไปเป็นอธิบดีกรมอุทยานฯ ในวัย 50 ปี
กรมอุทยานฯ ค่อนข้างมีการขับเคี่ยวและเป็นที่หมายมั่นปั้นมือของศิษย์เก่าวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ต้องการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่ในกรมนี้ แต่เกษมสันต์ซึ่งเป็นลูกพ่อขุนกลับเบียดแทรกเข้าไปนั่งเก้าอี้อธิบดีได้เหนือความคาดหมาย...ก่อนจะย้ายไปเป็นอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ
ต่อมาไปนั่งอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งกรมนี้ไม่มีผลงานโดดเด่นนัก แต่เกษมสันต์สามารถหาจุดเด่นของกรมด้วยการเข้าไปจับงานวาฬบรูด้า ได้ศึกษาติดตามวาฬบรูด้าในแนวชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน เฝ้าศึกษาติดตามการอพยพเคลื่อนย้ายของวาฬบรูด้าในอ่าวไทยตลอดทั้งปี
ผลงานในช่วงนั่งอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนี่เอง เขาสามารถทำให้เกิดกระแสอนุรักษ์วาฬบรูด้า จนมีการจัดนิทรรศการ “วาฬแห่งสยาม” ในเวลาต่อมา รวมทั้งได้ระดมทุนจากภาคเอกชนจัดทำหนังสือภาพและการ์ตูนชีวิตบรูด้าในอ่าวไทย จัดรณรงค์ให้เกิดกระแสอนุรักษ์บรูด้าในหมู่นักท่องเที่ยวอย่างจริงจัง
พร้อมกันนี้ยังได้สำรวจและจำแนกประชากรวาฬบรูด้า โดยหลักกายภาพรวบรวมข้อมูลเป็นภาพถ่าย หรือ Photo-ID ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 ปัจจุบันสามารถประเมินประชากรวาฬบรูด้าในอ่าวไทยได้ สามารถจำแนกอัตลักษณ์โดยภาพถ่าย และตั้งชื่อได้จำนวนกว่า 30 ตัว
ผลการศึกษาเหล่านี้ ท้ายที่สุดสามารถสรุปว่าวาฬบรูด้าเป็นสัตว์ประจำถิ่นในอ่าวไทย และปัจจุบันประเทศไทยเป็นแหล่งที่มีข้อมูลวาฬบรูด้ามากที่สุด
ถึงช่วงเกิดมหาอุทกภัย ปี 2554 เกษมสันต์ถูกย้ายอีกครั้ง คราวนี้ไปเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมอยู่ประมาณ 8 เดือน ต่อมาปี 2555 ถูกเตะไปนั่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ก่อนก้าวเป็นหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอีกประมาณ 2 ปี
กระทั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจ ในปี 2557 ถูกย้ายไปเป็นรองปลัด ทส. อยู่ช่วงสั้นๆ ก่อนจะกลับไปนั่งเลขาธิการ สผ.อีกครั้ง และทะยานขึ้นนั่งปลัดกระทรวงเมื่อเดือน พ.ค. 2558
ในฐานะปลัดกระทรวง เกษมสันต์ ระบุว่า ได้แบ่งงานออกเป็น 3 กลุ่มภารกิจ คือ ด้านน้ำ ด้านทรัพยากร และด้านสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้รองปลัดแต่ละสายรับผิดชอบ ไม่หวงอำนาจไว้กับตัวเอง เพราะยึดหลักว่ามีอำนาจต้องเอาอำนาจให้คนอื่นทำงาน
“นั่นคือวิธีการบริหารงาน ผมก็คอยดู การแบ่งงานตามภารกิจ ถ้าอยู่ในโครงสร้างนี้ผมไปแล้วคนที่ดูภารกิจแต่ละด้านก็จะขึ้นมาแทนผมได้ทันที ไม่ใช่เอาคนที่วิ่งเต้นมาทำงาน ยุคผมต้องไม่มีการวิ่งเต้น ใครที่ส่งเรื่องวิ่งเต้นมาให้ผม เรื่องก็จะอยู่ที่นั่น ไปอยู่ในเครื่องย่อยเอกสารข้างโต๊ะทำงานผม ไม่ต้องส่งมาให้เสียเวลา” ปลัด ทส. ย้ำจุดยืน







