posttoday
รัฐธรรมนูญใหม่ ต้องมีกลไกถอดสลักปฏิวัติ

รัฐธรรมนูญใหม่ ต้องมีกลไกถอดสลักปฏิวัติ

16 สิงหาคม 2558

นับเป็นภารกิจหนักกับบทบาทประธาน สปช. ในการผลักดันวาระปฏิรูปเร่งด่วนให้แล้วเสร็จ

นับเป็นภารกิจหนักกับบทบาทประธาน สปช. ในการผลักดันวาระปฏิรูปเร่งด่วนให้แล้วเสร็จ ตามความคาดหวังของคนทั้งประเทศเพื่อเดินหน้าไปสู่จุดหมาย ท่ามกลางอุปสรรครายรอบทาง หนึ่งปีกับการตัดสินใจเข้ามาจุดนี้ ศ.เทียนฉาย กีระนันทน์ บอกด้วยน้ำเสียงอย่างภาคภูมิว่า “ถ้าย้อนกลับไปก็ยังจะเลือกมารับหน้าที่นี้”

“รู้สึกดีใจที่การตัดสินใจเข้ามาทำงานนี้ มีคนถามผมว่าคิดยังไงที่ตัดสินใจมารับหน้าที่นี้ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง ผมอาสาเข้ามา ผมไม่เห็นว่ามันเสี่ยง มันแน่นอนเสียยิ่งกว่าแน่นอน เพราะมันไม่ใช่ประชาธิปไตย เราถึงตัดสินใจ ถ้าเราไม่เข้ามาทำจะยิ่งแย่กว่านี้ ถามว่าเสี่ยงไหม ไม่กลัวเสี่ยงเลย”​

ศ.เทียนฉาย ยอมรับว่าสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้น หลายคนบอกอาจารย์ต้องตัดสินใจ ถ้าไม่ทำจะอธิบายกับลูกหลานและสังคมอย่างไร เมื่อตัวเองพอมีพลังเหลือ แต่ไม่ได้บอกว่าช่วยได้ จึงลองดู ทว่าดีใจมาถึงจุดนี้ แต่หมดแรงจริงๆ เหนื่อยมาก (หัวเราะ)

แม้จะล้ากับการงานที่หนักหน่วง แต่เอกสารที่ออกมาจากทุกคณะกรรมาธิการปฏิรูป อาจารย์เทียนฉาย การันตีว่า ตรวจเองทั้งหมด เพราะเวอร์ชั่นที่ส่ง ครม.ไปจากสภามันอ่านยาก มีทั้งกฎหมาย ความเห็น และที่ทำเอง เพื่อให้รู้ว่าทั้งหมดเข้าท่าหรือไม่ ถ้าไม่อ่านเองทำไม่ได้

“ถ้าไม่ตรวจสอบเองไม่ใช่แค่คนอ่าน อ่านง่ายๆ เพราะสอนหนังสือมากว่า 40 ปี ทำอย่างไรให้คนเข้าใจ หลายคนก็ทำไม่ได้ และถ้าทำงานไปคนละทิศละทางแล้วจะออกมาเละ แต่ทำให้พลังงานหมด อ่านเยอะมาก ต้องมาปรับเรียงถ้อยคำใหม่ ซึ่งยากน่าดู ลงมือเองคนเดียวทั้งหมด ไม่มีทีมงาน ปากกาหมดเป็นด้ามๆ”

ประธานเทียนฉาย เล่าว่า งานส่วนใหญ่ใช้เวลาว่างๆ ทำ ​อยู่บ้าน นอนอยู่โรงพยาบาล ว่างๆ ก็นั่งทำไปเรื่อยๆ ตื่นเช้ามาอ่านหนังสือพิมพ์เตรียมตัวให้เรียบร้อย พร้อมลงมือเหนื่อยก็พัก แต่ทำงานไม่ดึก นึกเพียงว่าสมองตายแน่ ถ้าไม่ใช้สมอง อันนี้เป็นวิธีกระตุ้น แต่มากไปหน่อย (หัวเราะ)

ศ.เทียนฉาย ย้ำว่า งานนี้ทำให้ได้ความรู้เยอะ เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล ไม่รู้เลยว่ามีต้นทุนการใช้ธนบัตรสูงมาก ทั้งผลิต เก็บรักษา ขนส่งระหว่างธนาคาร ถ้าไม่ใช้ตรงนี้ ใช้ดิจิทัล ประหยัดต้นทุนไม่ต่ำกว่า 100% เมื่อเห็นตรงนี้ จะลดได้หรือไม่ แต่การใช้ดิจิทัลก็ต้องลงทุน แล้วจะไปอธิบายให้ประชาชนเข้าใจอย่างไร

ทั้งนี้ ยอมรับตอนนี้รู้สึกช็อก เพราะยังมีงานเหลืออยู่อีกจำนวนหนึ่งที่เข้าในวันจันทร์ และวันอังคารเป็นเรื่องธุรการของ สปช. อาทิ การลงประชามติ วันร่างรัฐธรรมนูญ อาทิตย์ถัดไป เรื่องรับร่างรัฐธรรมนูญมันต้องจบ แต่ได้พยายามต่อรองให้เวลาสมาชิกอภิปรายแต่ละเรื่องรวมไม่เกิน 1 ชม. ซึ่งทุกคนโอเค

ส่วนประเด็นที่มีสมาชิก สปช. ออกมาระบุเรื่องโหวตคว่ำรัฐธรรมนูญ ศ.เทียนฉาย ระบุว่า มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น แต่ดันเสียงดัง ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นความงาม แต่ทำให้คนไม่ได้ตามชักหลงทาง เช่น สปช.มีความเห็นอย่างนี้ แท้ที่จริงไม่ใช่ เป็นเพียงความเห็นคนคนเดียว

ทั้งนี้ พอคนมาอ่านข่าวเข้าใจว่า สปช.ทะเลาะกัน แต่ถือเป็นเรื่องปกติ และได้ประเมินตลอด ทว่าเมื่อไหร่ก้าวล่วงไปกระทบต่อการตัดสินใจของสมาชิก จำเป็นต้องเบรก แต่เบรกในความหมายไม่ใช่ว่าให้หยุด แต่แค่เป็นเพียงคนเดียวนะ เพราะปล่อยให้เป็นอย่างนี้กระทบต่อกระบวนการประชาธิปไตยตั้งแต่ต้นทาง

สำหรับกระแสต่อสาย สปช.ให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ศ.เทียนฉาย ยืนยันเป็นเพียงข่าวลือธรรมดา ไม่เหมือนเรื่องบ่อน ออกสื่อชัดเจนมาก แต่ไม่ได้เบรกอะไร และยืนยันไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วนปฏิรูป และก็ไม่นำเข้าสู่ระเบียบพิจารณาใน สปช. ส่วนตัวหยุด สปช. แต่บังเอิญ ผบ.ตร.ออกมา เรื่องนี้มันส์จริงๆ (หัวเราะ) ไม่เคยเห็นอะไรแบบนั้น

ศ.เทียนฉาย อธิบายจุดล่อแหลมรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น โดยยอมรับว่ายังไม่เห็นทั้งหมด และความเห็นส่วนตัวจากที่ติดตามการปรับแก้ คิดว่าอยู่ในระดับไม่มีอะไรรบกวนถึงขั้นกระทบกระบวนการประชาธิปไตย แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับที่จะได้เห็น

ต่อกรณีเกิดการถกเถียงการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ ที่ดูมีอำนาจเหนือกว่ารัฐบาล ซึ่ง ศ.เทียนฉาย ยืนยันเสียงเข้มว่า ต้องรอดูรายละเอียดถ้อยคำที่เขียนทั้งหมด แต่หลักของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ว่าไม่อยากเห็นเหตุการณ์วันที่ 22 พ.ค. 2557 อีก

อาจารย์เทียนฉาย อธิบาย 1.ไม่มีใครแน่ใจว่าจะเกิดอีก 2.หนำซ้ำมีท่าจะเกิด ถ้ามันเกิดล็อกอีกจะทำอย่างไร ปฏิวัติอีกหรือ คงไม่มีใครแฮปปี้ ดังนั้นมันควรมีอะไรถอดสลักไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าว ถ้าไม่เตรียมไว้ก็เกิดปฏิวัติเข้าที่เดิมไม่ไปไหน ดังนั้นต้องเขียนให้ชัดตรงนี้

“ถ้าประชาธิปไตยทำไม่ได้ มันต้องไม่ออกด้วยการปฏิวัติ ชุดนี้เข้ามาแก้ไขโดยเร็วแล้วก็ไป และเชื่อว่าวิกฤตตรงนี้จะเบาได้ 3-5 ปี ขอเป็นกันชนสำรองไว้ก่อน ไม่ใช่สร้างตัวนี้มามีอำนาจ มันต้องถึงวินาทีสุดท้ายจริงๆ ป้องกันไม่ให้มีปฏิวัติและไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ ใครที่เข้ามาทำหน้าที่ตรงนั้น ก็ต้องเข้ามาในแผนตรงนี้”

“การที่มองว่าไม่ต่างจากปฏิวัติ ถือเป็นเรื่องธรรมดา คือในภาวะวิกฤตนั้นแล้ว ก็ดีกว่าเอารถถังออกมา เพราะไม่อยากเห็นวันที่ 22 พ.ค. 2557 นึกไม่ออก มาได้ยังไง และถ้าไม่ยุติเกิดไรขึ้น แต่รู้อยู่ไม่ได้ แผ่นดินไม่มี สุดท้ายฆ่ากันตายเปล่า ตรงนี้สำคัญแก้เพื่อไม่ให้ปฏิวัติ แต่ยากมาก เห็นใจเสนอกันมาหลายวิธี แต่ก็ยี้กันหมด แล้วมีสักอันไหมไม่ยี้ ให้ปฏิวัติอีกแย่ใหญ่ไปไม่ได้แล้วประเทศไทย”

ส่วนเรื่องรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ ส่วนตัวไม่ขอให้ความเห็น เพราะอาจไปกระทบต่อการตัดสินใจของสมาชิกที่กำลังทำญัตติตัวนี้อยู่

ถามเรื่องความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ มีการล็อบบี้หรือใบสั่งบ้างหรือไม่ ศ.เทียนฉาย อธิบายว่า ไม่ใช่ใบสั่ง แต่เรียกว่าใบคำร้อง เพราะสมมติถ้าเดินหน้าไปด้วยกัน ​4-5 คน แต่ไม่พูดกันจะอยู่กันอย่างไร ดังนั้นต้องมาคุยกัน 1.เห็นตรงกันหรือไม่ 2.ทำอย่างนี้นะ แกไปตะวันออก ฉันไปตะวันตก เดี๋ยวเจอกัน และถ้าไม่พูดกัน เข้าใจกันเอง มันเป็นไปไม่ได้

ยกตัวอย่างเรื่องสัมปทานพลังงาน ​ที่สุดท้าย สปช.มีมติไม่เห็นด้วยกับการเดินหน้า ตรงนี้ ไม่มีใครสั่ง แต่ที่ต้องชี้ให้เห็นคือ ไม่ใช่ว่าเป็นมติแล้วรัฐบาลต้องทำ ซึ่งไม่ใช่ เพราะวิธีทำงานของสภาที่ต้องออกมติแบบนี้ แต่มติที่ออกไปจะพ่วงด้วยความเห็นสมาชิก เพื่อให้อ่านทั้งหมด แล้วตัดสินใจว่าจะทำตามหรือไม่ทำตาม

“ไม่ใช่ประเด็นว่าลงเรือแป๊ะตามใจแป๊ะ ผมไม่เคยเห็นมาสั่งว่าต้องทำโน่นทำนี่ แต่การจูนต้องมี แต่การจูนไม่ใช่เป็นการตีกรอบ เช่น เพียงแต่บอกว่าชะลอหรือด่วนหน่อยได้ไหม ซึ่งคิดว่าเป็นปกติ และถ้าไม่พูดกันเลยยุ่งแน่ๆ”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท