posttoday
‘ปฏิรูป’ไม่เสียของ เดิมพันอนาคตประเทศ

‘ปฏิรูป’ไม่เสียของ เดิมพันอนาคตประเทศ

16 สิงหาคม 2558

ลุล่วงไปแล้วเปลาะหนึ่งกับภารกิจของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หลังส่งพิมพ์เขียวปฏิรูปถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

โดย...ธนพล บางยี่ขัน / ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

ลุล่วงไปแล้วเปลาะหนึ่งกับภารกิจของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หลังส่งพิมพ์เขียวปฏิรูปถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการ เหลือเพียงแค่ภารกิจสุดท้ายกับการลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญช่วงต้นเดือนหน้า

ศ.เทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ​เปิดวอร์รูมที่เต็มไปด้วยกองเอกสารและแผนผังวาระปฏิรูปแปะอยู่เต็มผนังห้อง ให้สัมภาษณ์พิเศษโพสต์ทูเดย์ ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนหมดวาระการดำรงตำแหน่ง ถึงงานปฏิรูปที่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ “เสียของ” และไม่ใช่เบี้ยหัวแตกอย่างที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แม้จะมีปัญหาอุปสรรคระหว่างทางอยู่บ้าง อีกทั้งบทบาทของ สปช.​คือการศึกษาและให้ข้อเสนอแนะไม่มีอำนาจไปทำเอง

ทั้งนี้ พูดไปก็เหมือนกับข้อแก้ตัวหลายเรื่องตั้งแต่รูปแบบที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมาช่วยออกแบบกติกาจนไม่เป็นธรรมชาติของสภาวิชาการ มีข้อบังคับการประชุม กำหนดแม้กระทั่งการแต่งกาย เริ่มต้นตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) ก็เดินหน้าไล่ไปตามประเด็น แต่เราไม่มีโอกาสวางแผนรวม สักพักก็ต้องมาดูร่างรัฐธรรมนูญ

​จนทิศทางการทำงานชัดเจนขึ้นหลัง กมธ.แต่ละชุดมาเสนอประเด็นเข้าสู่การพิจารณาเดือน มี.ค.-เม.ย. ในรอบแรก ซึ่งจะพบว่าบางเรื่องทำเสร็จเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามกติกา แต่ ครม.จะรู้หรือไม่ว่าทั้งหมดที่ส่งไปแล้วในประเด็นนี้มีวาระอะไรบ้าง ยกตัวอย่างเรื่องเศรษฐกิจเรื่องไหนเสร็จก็ส่ง แต่ไม่ได้ส่งไปทั้งห่อคนรับก็ยุ่ง เราเองยังยุ่ง จึงเห็นว่าควรต้องมีการจัดระบบบูรณาการ อย่างการปฏิรูปด้านสังคมเสนอเป็นแพ็กเกจ มีอะไรบ้างที่เป็นแกน อะไรเป็นตัวสนับสนุน อะไรที่ต้องทำทั้งหมด สิ่งที่นำเสนอไปเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็เพื่อให้ 1.สปช.เองได้เห็น 2.ให้รัฐบาลได้เห็น และ 3.ประชาชนได้เห็น

นอกจากเรื่องปฏิรูปแล้วยังมีเรื่องอื่นที่อาจจะต้องใช้เวลานานเกิน 5 ปี ตรงนี้จำเป็นต้องทำเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ มองไปไกลกว่าปฏิรูประยะกลาง ​หรือ 20 ปี ถือเป็นเรื่องที่ไปไกลกว่าปฏิรูป ​และเป็นหัวใจของงานปฏิรูป ​

ส่วนที่ข้อเสนอเหล่านี้จะนำไปสู่การปฏิบัติได้หรือไม่ ศ.เทียนฉาย ชี้แจงว่าขึ้นอยู่กับหลายเงื่อนไข เริ่มตั้งแต่ สปช.ถูกออกแบบมาให้ศึกษาและทำข้อเสนอแนะ ถ้าจะให้สภาปฏิรูปลงมือทำด้วย ต้องออกแบบกฎหมายเพื่อให้อำนาจสั่งการได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องไปสั่งกระทรวง ทบวง กรม และเกี่ยวข้องกับ​ภาคเอกชน เอ็นจีโอ ​

“ผมคิดว่าให้ สปช.แค่ออกแบบและเสนอให้รัฐบาลถูกต้องแล้ว แปลว่ารัฐบาลต้องคิดต่อ กรองว่าจากทั้งหมดจัดลำดับความสำคัญว่าจะทำอะไรก่อน จะทำทั้งหมดนั้นไม่มีทาง เพราะ ณ วันนี้ทุกคนรู้ว่ามันต้องเปลี่ยน แต่ยังมีปัญหาหมักหมมที่โผล่ขึ้นมา​ ทั้งเรื่องประมง ​การบินพลเรือน​ ​การซื้อขายมนุษย์ ​ปัญหาภัยแล้ง อย่าว่าแต่ปฏิรูปเลย แก้ปัญหาที่เป็นอยู่ก็ลำบากแล้ว”​​

ประธาน สปช. อธิบายว่า ตามกรอบที่ สปช.เสนอไปมีทั้งวันเวลา รัฐบาลต้องไปปรับว่าจะลงมือเมื่อไหร่ ให้ใครทำ อาจ​ต้องมีทีมผสมขึ้นมาทำ อย่างเรื่องการศึกษาต้องมีทีม ลำพังกระทรวงศึกษาธิการทำไม่สำเร็จแน่นอน​ ตรงนี้คือยุทธศาสตร์ ตรงนี้ต้องมีทีม และอำนาจที่สั่งการได้ ถึงบอกว่าให้ สปช.มีอำนาจสั่งการก็ทำไม่ได้ มันไม่ง่าย

“ขณะเดียวกัน เขาต้องการคนที่ติดตามและประเมินว่า อันนี้ถูก ไม่ถูก อันนี้ต้องเร่ง อันนี้เร็วไป ต้องมีการมอนิเตอริ่ง ตัวกำกับเป็นหัวใจ ขณะนี้ประเทศไทยไม่มีกระทรวงสั่งแล้วก็ทำและไม่เคยได้ดูตัวเอง ที่เราเสนอคือให้มีแผนเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ นี่คือหัวใจที่สุด”

ถามว่าพอใจกับการทำงานในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาหรือไม่ ศ.เทียนฉาย ออกตัวว่า เดิมไม่แน่ใจ แต่หลังจากที่ได้นำเสนอพิมพ์เขียว ได้เห็นการบูรณาการปฏิรูปทั้งหมดก็พอใจ ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่า กมธ.
ทำอะไร ทุกคนแยกกันไปทำ แต่พอมารวมแล้วจะเห็นว่าห่อมันโตและเป็นสิ่งเดียวกัน แผนปฏิรูปไม่เสียของและทำสำเร็จด้วย

ส่วนการปฏิบัตินั้น สนับสนุนให้ ​กมธ.ยกร่าง ต้องเขียนเป็นข้อผูกพันทางกฎหมายไว้ไม่ว่ารัฐบาลนี้ รัฐบาลหน้า หรือใครมาก็ต้องทำ

“แต่เราเห็นรัฐธรรมนูญที่เขียนคราวก่อนกำหนดว่าต้องทำแล้ว แต่บางเรื่องก็ไม่ได้ทำ ถึงได้พยายามคิดสร้างกลไกอีกตัวคือให้ประชาชนรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของแผนปฏิรูป เมื่อประชาชนรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของเขาก็ไม่อยู่เฉย อีกตัวที่ต้องเวิร์กด้วยคือ เอ็นจีโอ และหลายคนก็พร้อมช่วย ซึ่งไม่มีประโยชน์ที่จะไปกำหนดโทษสำหรับการไม่ปฏิบัติตามแผนปฏิรูป แถมจะเกิดปัญหาตามมาเพราะประเด็นปฏิรูป 6 เดือน 1 ปี ก็เปลี่ยน ซึ่งไม่ใช่การเปลี่ยนประเด็นปฏิรูป แต่เปลี่ยนแง่มุม ข้อมูล”​

เรื่องปฏิรูปบางเรื่องต้องใช้เวลา แต่หลายเรื่องก็ทำได้เร็ว อย่างเรื่องที่จะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ก็เช่น การปฏิรูปตำรวจ ที่ สปช.ทำข้อเสนอ อาทิ เรื่องการบริหารบุคคล หลักการต้องตัดสินใจในรูปแบบคณะกรรมการ ไม่อาจตัดสินใจด้วยตัวคนเดียว นอกจาก ก.ตร.แล้ว แต่ของตำรวจมีคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งไม่ใช่บริหารงานบุคคล แต่กำหนดให้แต่งตั้ง ผบ.ตร. อันนี้แก้ไขได้ทันที

เรื่องที่สอง กิจการตำรวจเราคิดว่ามันบวม ไม่ใช่ตำรวจแท้ อย่างตำรวจน้ำ ตำรวจทางหลวง ตำรวจรถไฟ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ถ้าแยกออกไป ภารกิจตำรวจจะชัด จริงๆ ทั้งหมดไม่เกี่ยวกับอำนาจสอบสวน ตำรวจยังคงอำนาจสอบสวนไม่ว่าคดีเกิดที่ไหนก็ตาม

แต่หลายเรื่องที่เป็นหน้าที่พื้นฐาน ทั้งอาหารและยา เทคโนโลยีสารสนเทศ คุ้มครองผู้บริโภค ตำรวจเป็นคนไปจับทั้งหมด ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ ​อย่างสินค้าปลอมเป็นหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ไม่ใช่ตำรวจ ​แต่พอตำรวจยิ่งทำเยอะงานพอกเข้าไปโอกาสคอร์รัปชั่นยิ่งสูง ​

“ปัญหาคือ มันจะแก้ปัญหาไม่ได้เร็วอย่างที่คิดเพราะปล่อยมานาน ​แต่คิดว่า หากวางแผนหนึ่งปีเตรียมความพร้อมแต่ละด้านแค่นี้คนรับได้ ​ไม่ใช่ปฏิรูปพรุ่งนี้เห็นผลเลย แค่นี้ก็พอ ​นี่เป็นตัวอย่างที่อธิบายได้ และคนรับได้” ​ 

หากให้ประเมินให้เกรดการทำงานในช่วงที่ผ่านมาของ สปช.​ ประธานเทียนฉาย บอกว่าให้ไม่ได้ ต้องเป็นคนอื่นให้ ให้คะแนนตัวเองไม่ได้ ถ้าให้คะแนนตัวเองก็ต้องให้เอบวก (หัวเราะ)​ แต่สามารถแก้คำพูดได้ว่า ไม่เสียของ ไม่สูญเปล่า ไม่ใช่เบี้ยหัวแตก

“แต่ผมก็ขอโทษท่านนายกฯ ที่ผมช้าไปนิด ผมอยากทำพิมพ์เขียวให้เสร็จเมื่อ 5 เดือนที่แล้ว แต่อย่าลืมนะว่าท่านออกแบบมาให้ผมทำงานด้วยคน 250 ถ้าท่านไม่ออกแบบ และให้ผมออกแบบปฏิรูปเองนะ แล้วเอาแผนที่ผมปฏิรูปไปปฏิบัติ ผมขอเวลาแค่ 30 วัน ผมเสร็จแล้ว”

คาดหวังว่าการทำหน้าที่ของ สปช.จะทำให้เกิดจุดเปลี่ยนของประเทศมากน้อยขนาดไหนนั้น อาจารย์เทียนฉาย พูดด้วยน้ำเสียงมีความหวังที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง แม้ไม่ถึง 100% ซึ่งส่วนที่ค้างเป็นเรื่องจำเป็นต้องตามต่อในการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะด้านการศึกษา เพราะอยู่ในแวดวงนี้มาตลอดชีวิต ถ้าไม่ทำลำบาก แต่ถ้าทำเลือดอาบ คนเสียประโยชน์เยอะมาก

ในประเด็นการศึกษานั้น สิ่งที่ สปช.เสนอไปแล้วอยากเห็นคนไทยอีก 20 ปีข้างหน้า การศึกษาขั้นต่ำคือปริญญาตรีหรือมากกว่าหนึ่งปริญญาตรี และมากกว่าหนึ่งภาษา จะวางแผนปฏิรูป จะต้อง
เตรียมวันนี้และจะเห็นผลในอีก 16 ปี ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาและต้องรีบเริ่มต้น

ทั้งนี้ อยากฝากถึงคนที่จะรับไม้ต่อนำพิมพ์เขียวปฏิรูปขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติว่า “อยากให้ใช้เวลาอ่าน วิเคราะห์ อย่าด่วนตัดสินเร็ว เพราะงานเหล่านี้เดิมพันด้วยประเทศชาติ ​จะบอกเอาไม่เอา ทำไม่ทำ สุดท้ายอาจไม่ใช่คัมภีร์ต้องเดินตาม แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นในหลักการ แล้ววิธีการ เงื่อนไขเวลาตามมา แล้วก็จะดีในที่สุด” ศ.เทียนฉาย กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท