
ชาวเชียงของต้านเขตศก.พิเศษสุดตัว
ชาวบ้านเชียงของ ต้านเขตเศรษฐกิจพิเศษสุดตัว ค้านโค่นป่า 1,700 ไร่ สร้างนิคมฯ “ปลัดอาวุโส” ระบุ อุตสาหกรรมคือทรัพย์สมบัติของท้องถิ่น นำความเจริญมาสู่เมือง
ชาวบ้านเชียงของ ต้านเขตเศรษฐกิจพิเศษสุดตัว ค้านโค่นป่า 1,700 ไร่ สร้างนิคมฯ “ปลัดอาวุโส” ระบุ อุตสาหกรรมคือทรัพย์สมบัติของท้องถิ่น นำความเจริญมาสู่เมือง
วันที่ 15 ส.ค. ชาวบ้าน ต.บุญเรือง อ.เชียงของ จ.เชียงราย กว่า 400 คน สวมเสื้อสีเขียวสกีนข้อความ “คนหมู่ 2 ไม่เอาโรงงานอุตสาหกรรม” เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นกรณีจะนำที่ดินเลี้ยงสัตว์สาธารณะประโยชน์ จำนวน 3,021 ไร่ ไปตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรมตามนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ เฟส 2 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2558 ที่โรงเรียนบุญเรืองวิทยาคม โดยชาวบ้านทั้งหมดยืนยันตรงกันว่าไม่เห็นด้วย และจะคัดค้านอย่างถึงที่สุด
นายวิรุฬ สิทธิวงศ์ ปลัดอาวุโส อ.เชียงของ ในฐานะประธานการประชุม กล่าวเปิดประชุมว่า นิคมอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นถือเป็นทรัพย์สมบัติของชาวบ้าน ต.บุญเรือง และ อ.เชียงของ จึงอยากให้ชาวบุญเรืองช่วย เนื่องจากที่ดินสาธารณะประโยชน์จำนวน 3,021 ไร่ แห่งนี้เป็นผืนใหญ่ที่สุด และมีความเหมาะสมที่สุด
“ถ้าเขตเศรษฐกิจพิเศษเกิดขึ้นบ้านเราก็จะเจริญ ทุกคนจะมีงานทำ ค้าขายได้ แต่ถ้าท่านไม่เอา เราก็อยู่กันอย่างนี้กันต่อไป ท่านต้องคิดถึงอนาคตของลูกหลานด้วย แต่สุดท้ายก็อยู่กับพวกท่านที่จะตัดสินใจ” นายวิรุฬ กล่าว
ทั้งนี้ ที่ดินสาธารณะประโยชน์ ต.บุญเรือง มีทั้งสิ้น 3,021 ไร่ ในจำนวนนี้มีความพยายามจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่จะใช้สร้างวิทยาเขตประมาณ 1,200 ไร่ ส่วนนิคมอุสาหกรรมจะใช้ประมาณ 1,700 ไร่
พล.ท.พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัทเมืองเงิน ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า อยากให้ทุกคนเข้าใจด้วยว่าเมื่อรัฐบาลออกกฎหมายประกาศให้ อ.เชียงของ ทั้งอำเภอเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ นั่นหมายความว่านิคมฯ จะไปตั้งตรงไหนของอำเภอก็ได้ แต่ขณะนี้ทางอำเภอได้เลือกจุดที่เหมาะสมที่สุดแล้วก็คือ ต.บุญเรือง
อย่างไรก็ตาม หากบริษัทสามารถเข้ามาพัฒนาที่ดินได้จริง ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่านิคมอุตสาหกรรมฯ ประเภทใดบ้างจะเข้ามาอยู่ในพื้นที่ แต่เบื้องต้นทราบว่ามี 10 จาก 13 ประเภทอุตสาหกรรมทั้งหมด
”วันนี้ไม่ได้ต้องการให้ทุกคนเลือกว่าจะเอาหรือไม่เอานิคมฯ และที่เดินทางมาชี้ข้อมูลก็ไม่ได้หมายถึงเราจะสร้างหรือไม่สร้างนิคมฯ เพียงแต่ต้องการมาทำความเข้าใจเรื่องการพัฒนาที่ดิน” พล.ท.พงศ์เอก กล่าว
นายไพโรจน์ ตันบรรจง อดีต สส.พะเยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการ บริษัทเมืองเงินฯ กล่าวว่า ในเมื่อชาวบ้านส่วนใหญ่ในที่ประชุมไม่เห็นด้วย ส่วนตัวก็ไม่มีปัญหาอะไร จะนับเป็นประชาพิจารณ์ครั้งที่ 1 เลยก็ได้ แต่ขอย้ำว่าจำเป็นต้องให้โอกาสคนตำบลอื่นๆ ได้แสดงความคิดเห็นด้วย ดังนั้นจำเป็นต้องจัดเวทีในลักษณะนี้ขึ้นอีกหลายๆ ครั้ง
“อย่าคิดว่าประชาพิจารณ์ครั้งที่ 1 แล้วจะจบเลย มันต้องจัดเวทีอีกหลายๆ ครั้ง เพราะที่ผ่านมาผมเคยประชุมร่วมกับผู้นำท้องถิ่นระดับนายอำเภอลงมา พบว่าชาวบ้านหมู่ 5 หมู่ 8 และหมู่ 10 ไม่มีปัญหา ไม่ได้คัดค้านนิคมอุตสาหกรรม” นายไพโพจน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านหลายรายได้ลุกขึ้นพูดโดยคัดค้านนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ และอภิปรายถึงผลกระทบต่างๆ จากการสร้างนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะปัญหาน้ำไม่พอใช้ ซึ่งอาจกระทบต่อแม่น้ำอิงและแม่น้ำโขงในอนาคต รวมถึงความไม่หลักประกันเรื่องการจ้างงานจริง เนื่องจากเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้ว อาจมีแรงงานราคาถูกจากเพื่อนบ้านเข้ามาแย่งงานคน อ.เชียงของ ทำ และผืนป่าดังกล่าวชาวบ้านหลายชั่วอายุคนใช้ประโยชน์ร่วมกันมาและร่วมกันรักษา จึงไม่ควรถูกนำเอาไปสร้างโรงงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในช่วงท้ายของการประชุม นายวิรุฬ ได้พยายามเบี่ยงเบนไม่ให้ชาวบ้านลงคะแนน และย้ำว่าการประชุมในวันนี้ไม่เกี่ยวกับการสร้างนิคมอุตสาหกรรมใดๆ แต่ที่ต้องการคือต้องการทราบว่าชาวบ้านจะยินยอมให้นำที่ดิน 3,021 ไร่ ไปพัฒนาหรือไม่
นอกจากนี้ นายวิรุฬ ยังได้สรุปความว่า ถ้าเสียงส่วนใหญ่ไม่ยอมให้ใช้ที่ดินแปลงนี้ ในฐานะปลัดอาวุโสกะทำบันทึกส่งไปให้รัฐบาล แต่ขอถามว่าคนที่มาประชุมในวันนี้เป็นเสียงส่วนใหญ่ หรือเป็นคนทั้งหมดของ ต.บุญเรือง แล้วหรือไม่ หรือถ้าไปสร้างนิคมฯ ที่ ตำบลอื่น จะมีใครตามไปค้านบ้างหรือไม่
“พวกที่ใส่เสื้อสีเขียวๆ ไม่ต้องกลัว วันนี้ทหารเขามา เขาถ่ายรูปส่งไปหมดแล้วว่าใครใส่เสื้อสีเขียวบ้าง” นายวุรุฬ กล่าว
ด้าน นายทรงพล จันทเรือง ชาวบ้านหมู่ 2 ต.บุญเรือง กล่าวว่า จะไม่ยินยอมให้ใช้ผืนป่าแห่งนี้ไปสร้างนิคมอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน จุดยืนของชาวบ้านคือจะต่อสู้กันให้ถึงที่สุด
“ทุกคนช่วยกันดูแลรักษาผืนป่าแห่งนี้มาอย่างใกล้ชิด ออกเงินออกทองลงแรงกันเองทุกอย่าง แต่จู่ๆ จะมาเอาป่าไปทำนิคมอุตสาหกรรม คงไม่มีใครยอมหรือทนเห็นได้ เราไม่ต้องการนิคมฯ ไม่ว่าจะเป็นประเภทอุตสาหกรรมใดก็ตาม และตอนนี้ชาวบ้านก็เห็นตรงกันหมดแล้ว” นายทรงพล กล่าว







