
บิ๊กตู่ย้ำต้องมีกก.ยุทธศาสตร์ฯ
ใช้เป็นกลไกปฏิรูปขจัดขัดแย้ง ‘เอนก’ลุยถามรัฐบาลปรองดอง
ใช้เป็นกลไกปฏิรูปขจัดขัดแย้ง ‘เอนก’ลุยถามรัฐบาลปรองดอง
นายกฯ แจงความจำเป็นต้องมีกรรมการยุทธศาสตร์ขจัดความขัดแย้งเดินหน้าปฏิรูป
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ตอนหนึ่งระบุว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จำเป็นต้องมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่ในการที่จะกำหนดแนวทางในการปฏิรูป ปรองดอง ขจัดความขัดแย้ง โดยต้องมีทั้งอำนาจ หน้าที่ และกลไก ที่จะสามารถอำนวยการปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม
“โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลไกในการขจัดความขัดแย้งและความรุนแรง ที่รัฐบาลปกติหรือกฎหมายปกติอาจจะไม่สามารถแก้ไข ขับเคลื่อนประเทศได้อย่างเช่นสถานการณ์ในห้วงที่ผ่านมา” นายกฯ กล่าว
สำหรับแนวทางการปฏิรูป 11 ด้านตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ โดยภายในเดือน ก.ย.นี้ จะส่งต่อให้คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูป 200 คน ที่จะต้องจัดตั้งขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว
ด้าน นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ สามารถเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ได้ เพราะความหมายของ กมธ.ยกร่างฯ คือต้องการให้ผู้เข้ามาดำรงตำแหน่งในกรรมการ ประกอบด้วย นายกฯ ประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา ควรเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในรัฐบาลหลังการเลือกตั้งมากกว่า แต่สุดท้ายจะต้องดูว่า บทเฉพาะกาลเขียนไว้อย่างไร
“ขอเรียนว่า หากยังไม่ได้ส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ สปช.อย่างเป็นทางการ ทุกเนื้อหา รายละเอียด หรือหลักการ ยังสามารถปรับแก้ไขได้ แต่ไม่น่าจะปรับปรุงแก้ไขมากนัก หากไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญมาก” โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนการตั้งคำถามประชามติว่าต้องการให้มีรัฐบาลปรองดองหลังการเลือกตั้งนั้น นายคำนูณ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นมติของ กมธ.ยกร่างฯ แต่เป็นการเสนอญัตติของนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กมธ.ยกร่างฯ และนายประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. ในฐานะกรรมการปรองดอง ซึ่งก็ทำในฐานะ สปช. ไม่เกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ นายบวรศักดิ์อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ แถลงไปก่อนหน้านั้น เป็นความเห็นส่วนตัว
ด้าน พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ สปช. กล่าวว่า ส่วนหนึ่งเห็นด้วยที่จะให้มีรัฐบาลปรองดองเพื่อการปฏิรูป แต่มีข้อเป็นห่วงที่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน และฝ่ายการเมืองคือ ต้องให้ประชาชนไว้วางใจว่าการตั้งรัฐบาลปรองดอง ทำเพื่อสร้างความปรองดองจริงๆ ไม่ใช่เพื่อให้ คสช.สืบทอดอำนาจ
นอกจากนี้ จะต้องทำความเข้าใจกับฝ่ายการเมือง ซึ่งถ้าการเมืองไม่เอาด้วยรัฐบาลปรองดองเกิดไม่ได้ เพราะมีนัยต้องการให้2 พรรคใหญ่ คือ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ มาจับมือทำงานร่วมกัน แต่คงเป็นไปได้ยากที่ทั้งสองพรรคจะยอมให้คนของอีกพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี จึงอาจเป็นช่องทางให้มีการตั้งนายกฯ คนนอกโดยใช้เสียงจากที่ประชุมสภารับรอง 2 ใน 3 ตามที่รัฐธรรมนูญระบุไว้







