posttoday
ศาลอาญารับฟ้อง"พล.ต.อ.เอก"สมัยเป็นบอร์ด ขสมก.

ศาลอาญารับฟ้อง"พล.ต.อ.เอก"สมัยเป็นบอร์ด ขสมก.

14 สิงหาคม 2558

ศาลอาญารับฟ้อง"พล.ต.อ.เอก"สมัยเป็นบอร์ด ขสมก.ฐานละเว้นหน้าที่ไม่ตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าประกวดราคา

ศาลอาญารับฟ้อง"พล.ต.อ.เอก"สมัยเป็นบอร์ด ขสมก.ฐานละเว้นหน้าที่ไม่ตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าประกวดราคา

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด โดย นายทินกร พันพานิชย์กุล ผู้รับมอบอำนาจเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์, น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ, พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์, นายวันชาติ สันติกุญชร, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, นายพีระพงศ์ รอดประเสริฐ, นางปราณี ศุกระศร, นายยุกต์ จารุภูมิ, นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย เป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้วประมูล) มาตรา 9,10,11 และ 12 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ

โดยคำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2558 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ โดยจำเลยที่ 1-7 จัดประกวดราคารถเมล์ระบบเอ็นจีวี จำนวน 489 คันทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งโจทก์และกิจการร่วมค้า กับบริษัทแห่งหนึ่ง โดยจำเลยที่ 9 ได้เข้าร่วมประกวดราคาด้วย ต่อมาโจทก์กับบริษัทดังกล่าว ได้ผ่านการเข้าประกวดราคารอบแรก ทั้งนี้การประกวดราคาดังกล่าว ได้แต่งตั้งให้จำเลยที่ 8 เป็นประธานประกวดราคาและประธานกรรมการตกลงและต่อรองราคา มีหน้าที่ในการควบคุมตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เข้าประกวดราคา และมีจำเลยที่ 1-7 ควบคุมอีกที

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จำเลยได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กล่าวคือ จำเลยมีหน้าที่ควบคุมและตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าประกวดราคาให้เป็นไปตามระเบียบขั้นตอนของขอบเขตของงาน หรือเทอมออฟรีเฟอร์เรนซ์ แต่จำเลยก็ไม่ทำ กล่าวคือ บริษัทผู้แข่งขันเข้าประกวดราคาที่เข้ารอบร่วมกับโจทก์ ไม่มีการแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติของรถเมล์ที่ส่งเข้าประมูล ตามะเบียบขั้นตอนเทอมออฟรีเฟอร์เรนซ์ โดยเฉพาะไม่มีการกล่าวถึงการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบเอ็นจีวี กับหน่วยงานข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน ทั้งในและต่างประเทศ แต่จำเลยก็ไม่ได้ทำการตัดสิทธิบริษัทดังกล่าวแต่อย่างไร

ทั้งนี้ ภายหลังที่ได้มีการประกวดราคาเรียบร้อยไปแล้ว พวกจำเลยมีหน้าที่ตรวจสอบการตกลงและต่อรองราคาอีกครั้งหนึ่ง โดยมอบหมายให้จำเลยที่ 8 ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร และประธานกรรมการประกวดราคา เป็นผู้ดำเนินการตกลงต่อรองราคา ลดจำนวน 489  คัน แต่จำเลยที่ 8 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 9 ซึ่งเป็นผู้บริหารของบริษัทดังกล่าว มีการกระทำโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยให้ผู้เข้าทำการเสนอราคา เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ด้วยการแก้รายละเอียดคุณสมบัติของบริษัทผู้แข่งขันดังกล่าว ให้ถูกต้องตามระเบียบ (แก้สเป็ค) ทำให้บริษัทดังกล่าวชนะการประกวด ทั้งที่ความจริงบริษัทดังกล่าวมีการแก้ไขสเป็คหลังจากที่ได้มีการประกวดราคาและต่อรองราคาไปแล้ว ซึ่งขัดต่อระบบเทอมออฟรีเฟอร์เรนซ์ ทั้งนี้จำเลที่ 1-7 เป็นผู้ดูแลให้เป็นไปตามระเบียบ แต่กลับปล่อยปะละเลย จึงเข้าลักษณะเป็นตัวการร่วมการกระทำความผิดกับจำเลยที่ 8 การกระทำดังกล่าว ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลเรียกจำเลยมาเพื่อไต่สวนมูลฟ้องต่อไป

โดยศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อท.11/2558 เพื่อจะมีคำสั่งไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่ในวันที่ 21 สิงหาคม เวลา 9.00 น.

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท