
เปิดเบื้องหลัง "บิ๊กแป๊ะ" ซิวตำแหน่งผบ.ตร.
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมทุกอย่างสำหรับรัฐบาลของคณะคสช.
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมทุกอย่างสำหรับรัฐบาลของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่ชาติ (ก.ต.ช.) ชูมือไม่มีค้านให้ "บิ๊กแป๊ะ" พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ผงาดขั้นมาเป็นผู้บัญชาการแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่
แต่งตัวรอเตรียมทำงานในวันที่ 1 ต.ค.นี้ทันที และถือเป็นผบ.ตร.ที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของเมืองไทย
ถีบส่งผู้มีอาวุโสอันดับหนึ่งอย่าง "บิ๊กเอก" พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. ให้ต้องช้ำใจเพราะถือว่าเป็นการปิดโอกาสจะใหญ่ในรั้วปทุมวันทันที ด้วยว่าอายุราชการเหลืออีกเพียงแค่ 1 ปีก็จะเกษียณออกไป
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ว่าที่ผบ.ตร.คนที่ 11 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติผู้นี้ ถูกเสนอชื่อให้เป็นผบ.ตร.จากปากของ "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. คนปัจจุบันที่เสนอให้พิจารณา โดยมีผู้รับฟังคือพี่ใหญ่อย่าง "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่พร้อมจะสนับสนุนทันที
และผลก็เป็นไปตามคาด ไร้เสียงคัดค้านจาก ก.ต.ช.
เหตุผลหลักที่รัฐบาลในยุค คสช.เลือก "บิ๊กแป๊ะ" เข้ามาทำหน้าที่นายใหญ่คุมตำรวจไทยกว่า 2 แสนนาย นั่นเป็นเพราะเพื่อให้งานตำรวจเกิดความเป็นเอกภาพมากที่สุด ด้วยว่าการสานต่องานต่างๆ ทั้งปฏิรูปตำรวจ หรือ การบริหารงานตำรวจเมืองไทยให้เข้ารูปเข้ารอย น่าจะเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่องชนิดไร้รอยสะดุด ด้วยว่าอายุราชการของพล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังมีมากถึง 5 ปี โดยจะเกษียณอายุราชการในปี 2563 ดังนั้น งานต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นภายใต้ยุคของพล.ต.อ.จักรทิพย์ น่าจะเป็นงานที่ต่อเนื่อง
เพราะการตั้งผบ.ตร.ครั้งนี้ ย่อมหมายถึงการปิดทางเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผบ.ตร.ไปจนถึงปี 2563!!
อีกทั้งพล.ต.อ.จักรทิพย์ น่าเป็นทางเลือกที่ดีในช่วงที่รอยต่อทางการเมืองยังคงมีความขัดแย้งกันอยู่ เนื่องจากเป็นนายตำรวจที่ได้ฉายาว่าเข้าได้ทุกขั้วการเมือง ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ หรือฝั่งเพื่อไทยเอง แม้แต่คสช. ก็ตาม เพราะในฐานะที่เป็นน้องเลิฟอีกคนของ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทำให้แรงต้านจากฝั่งการเมืองน่าจะน้อยกว่าการตั้งนายตำรวจนายอื่นมาดำรงตำแหน่งผบ.ตร.
อีกทั้งฝีไม้ลายมือในการทำคดีสำคัญต่างๆ ก็มักจะมาอยู่ในมือของพล.ต.อ.จักรทิพย์ แทบทั้งสิ้น ทั้งคดีฆ่านักท่องเที่ยวที่เกาะเต่า หรือคดีระเบิดที่เกาะสมุย รวมถึงคดีด้านความมั่นคงต่างๆ นั่นเท่ากับว่ามีความไว้วางใจจากรัฐบาลคสช.ที่ยินดีมอบคดีสำคัญให้พล.ต.อ.จักรทิพย์มาทำงาน
และทุกอย่างก็ราบรื่น เพราะถือเป็นนายตำรวจอีกคนที่คสช.สามารถบอกซ้ายหันขวาหันได้อย่างสบายใจ อย่างยิ่งกับกรณีที่หากคสช.ต้องการจะอยู่ในอำนาจต่อไปแล้ว การวางหมากให้คนของตัวเองที่สมมารถสั่งการได้อย่างสะดวกใจ โดยเฉพาะกับการดูแลตำรวจ พล.ต.อ.จักรทิพย์ จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
อีกทั้งหากให้คู่ต่อกร คสช.อย่างกลุ่มคนเสื้อแดง หรือพรรคเพื่อไทยเลือกเอาระหว่าง พล.ต.อ.เอก และพล.ต.อ.จักรทิพย์ เชื่อว่าคำตอบที่คสช.มอบให้กับตำแหน่งผบ.ตร.คนใหม่ น่าจะเหมาะสมที่สุดสำหรับทุกฝ่าย
กระนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้ชื่อว่าเป็นนายตำรวจระดับบู๊ และมีฝีมือที่เป็นยอดพระกาฬของวงการตำรวจไทย พร้อมทั้งนายตำรวจร่วมรุ่นนรต. 36 ก็มากฝีมือที่รอผงาดตามพล.ต.อ.จักรทิพย์ และพร้อมจะแต่งตัวรอให้ "บิ๊กแป๊ะ" เรียกใช้งาน ทั้งพล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รองผบช.ก. พล..ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รองผบช.น. เป็นต้น ซึ่งชื่อชั้นก็ไม่ต้องพูดถึงว่านรต.รุ่นนี้มากฝีมือปานใด
อีกเหตุผลหนึ่งที่ "บิ๊กแป๊ะ" จำต้องสู้กับตำแหน่งผบ.ตร.ในปีนี้ทันที ทั้งๆ ที่รู้ว่าเจ้าตัวมีอาวุโสน้อยที่สุดก็ตาม อาจเป็นเพราะเร็วๆ นี้่จะมีการเยียวยาตามคำสั่งศาลปกครองให้กับ "น้องรัก" อีกคนของพล.อ.ประวิตร อย่าง "บิ๊กปู" พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ที่แว่วว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากันกับพล.ต.อ.จักรทิพย์ ซึ่งหากเป็นไปตามระบบแล้ว ต.ค.นี้พล.ต.ท.ศรีวราห์ต้องข้ามห้วยชดเชยเวลาที่เสียไป และขึ้นมาเป็นรองผบ.ตร. เข้าสู่เส้นทางคัดเลือกผบ.ตร.ต่อไปในอนาคต
หากไม่เอาปีนี้ ปีหน้าพล.ต.อ.จักรทิพย์อาจมีเสียวแห้วตำแหน่งผบ.ตร.ก็เป็นได้ ด้วยว่าพล.ต.ท.ศรีวราห์ ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องที่รักยิ่งของพี่ใหญ่คสช. หากปล่อยไว้อาจจะไม่เป็นดั่งหวัง ด้วยว่าอาจเสียตำแหน่งผบ.ตร.ให้กับพล.ต.ท.ศรีวราห์ ซึ่งมีอายุราชการนานถึงปี 2562
ดังนั้น มีโอกาสก็ต้องสู้ไว้ก่อน และก็สมหวังดั่งปราถนา
เอาเข้าจริงแล้ว แม้พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะมีอาวุโสน้อยที่สุดในบรรดารองผบ.ตร. 5 คนที่มีสิทธิ์ชิงตำแหน่งผบ.ตร.ในปีนี้ แต่เหลียวซ้ายแลขวา หากพูดถึงบารมี บู๊และบุ๋น ก็จะมีแต่พล.ต.อ.จักรทิพย์ คนเดียวเท่านั้นที่ครบเครื่องมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูต่อไปว่าตำรวจในยุคที่ผู้นำคนใหม่เข้ามาบริหารจัดการ จะเป็นไปในทิศทางใด จะกอบกู้ชื่อเสียงและสร้างความเชื่อมั่นที่ค่อนข้างแตกสลายในสังคมให้กลับคืนมาได้มากน้อยแค่ไหน
อยู่ที่แนวทางการบริหารของชายชาติตำรวจที่ชื่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา “บุรุษสีกากี” ผู้นี้เท่านั้น







