posttoday
พาณิชย์รับส่งออกติดลบเกิน3%

พาณิชย์รับส่งออกติดลบเกิน3%

14 สิงหาคม 2558

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จีนขยับค่าเงินตลอด 3 วันที่ผ่านมา เงินหยวนอ่อนค่าลงมาถึง 5% แล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องจับตาสถานการณ์ค่าเงินตลอดถึงสิ้นปี เพราะเหตุการณ์ผันผวนตลอด เพราะว่าอัตราแลกเปลี่ยนมีผลกับเศรษฐกิจมากกว่าอัตราดอกเบี้ย

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จีนขยับค่าเงินตลอด 3 วันที่ผ่านมา เงินหยวนอ่อนค่าลงมาถึง 5% แล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องจับตาสถานการณ์ค่าเงินตลอดถึงสิ้นปี เพราะเหตุการณ์ผันผวนตลอด เพราะว่าอัตราแลกเปลี่ยนมีผลกับเศรษฐกิจมากกว่าอัตราดอกเบี้ย

“ไทยไม่ควรไปแข็งขืนกับสถานการณ์และปล่อยตามธรรมชาติ ต้องดูความเหมาะสมว่าจีนเป็นอย่างไร ไม่คิดว่าเงินบาทจะลงไปกว่านี้ แต่ก็ไม่ได้พูดว่าค่าเงินบาทอาจจะอ่อนไปถึง 36-37 บาท/เหรียญสหรัฐ เป็นเรื่องที่ต้องมาประเมินใหม่” รองนายกฯ กล่าว

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมทูตพาณิชย์เพื่อปรับเป้าหมายตัวเลขการส่งออกปีนี้ลงว่าจะติดลบมากกว่า 3% ก่อนหน้านี้จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ซึ่งในการประชุมปรับตัวเลขครั้งก่อนหน้านี้ มีการคาดการณ์ว่าการส่งออกจะติดลบ 3-5% ดังนั้นเมื่อการส่งออกเจอปัจจัยการลดค่าเงินหยวน ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะติดลบมากกว่า 3%

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า การที่เงินบาทอ่อนค่าลงตามเงินหยวนคาดว่าจะส่งผลดีต่อการส่งออก โดยขณะนี้อัตราแลกเปลี่ยนอ่อนค่าไปอยู่ที่ 35 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งการส่งออกของไทยปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ และคาดว่าจะเห็นผลชัดเจนต่อเศรษฐกิจมากที่สุดในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้

นพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สรท.ยังไม่ปรับเป้าการส่งออกสินค้า เนื่องจากค่าเงินหยวนผันผวนมาก จะต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงจะประเมินข้อเท็จจริงทั้งหมดได้ว่าสถานการณ์การส่งออกจะเป็นอย่างไรต่อไป

สำหรับตลาดส่งออกสำคัญที่ไทยจะต้องยึดไว้ คือตลาดอาเซียน อียู อเมริกา และจีน ส่วนตลาดที่ไทยควรทำการตลาดและส่งออกสินค้าให้เพิ่มขึ้นคือ ตลาดอินเดีย ซึ่งสินค้าที่อินเดียนำเข้ามาก ได้แก่ อาหาร สินค้าอุปโภค บริโภค แทบทุกชนิด และตลาดรัสเซีย โดยเฉพาะชิ้นส่วนรถยนต์ อาหาร เป็นต้น

ธนวรรธน์ พลวิชัย รองคณบดีฝ่ายวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จีนลดค่าเงินเป็นเรื่องผิดปกติ การลดค่าเงินจะทำเมื่อประเทศเกิดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงมาก หรือแก้ปัญหาเศรษฐกิจในประเทศตกต่ำอย่างผิดปกติ ซึ่งจีนยังไม่เข้าข่ายดังกล่าว

ทั้งนี้ ทั่วโลกกำลังจับตาการลดค่าเงินของจีนว่า มีปัญหาใดเกิดขึ้น หากทำเพื่อต้องการพยุงเศรษฐกิจภายใน รักษาเสถียรภาพเพื่อสร้างสมดุล เมื่อสำเร็จเศรษฐกิจโลกจะค่อยๆ ฟื้นตัวได้ในช่วงกลางปีหน้า หลังสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ค่อย ปรับตัวดีขึ้นแล้ว และในช่วง 1 เดือนนี้ คงต้องจับตาผลกระทบที่เกิดจากการลดค่าเงินของจีน เพราะอาจมีผลต่อการแข่งขันของสินค้าไทยที่ในปีนี้ เดิมหอการค้าไทยมองว่าการส่งออกจะติดลบที่ 3-4% มีโอกาสที่จะติดลบมากกว่า 4% เป็นไปได้สูง

“ตอนนี้ต้องหาคำตอบว่าจีนลดค่าเงินหยวนเพื่ออะไร ซึ่งหากทำเพื่อพยุงเศรษฐกิจจริง หากจีนทำสำเร็จจะทำให้เศรษฐกิจโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะฟื้นตัว และการส่งออกของไทยจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นช่วงไตรมาส 2/2559 แต่ในปีนี้การส่งออกอาจจะติดลบมากกว่า 4% ดังนั้นระหว่างนี้รัฐบาลจะต้องเร่งกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศด้วยการอัดฉีดเงินลงสู่ฐานราก เพราะยอมรับว่าอาจกระทบต่อรายได้การท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวจีนที่จะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และอาจทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อย่างข้าวและยางพาราตกต่ำได้” ธนวรรธน์ กล่าว

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงผลกระทบของการลดค่าเงินหยวนว่า จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติให้ชะลอตัวลงทุนหุ้นไทยระยะสั้น แต่ระยะยาวยังคงพื้นฐานหุ้นไทยยังคงแข็งแกร่งและน่าลงทุน เพราะ บจ.ไทยมีการกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศจนมีสัดส่วนรายได้จากการลงทุนต่างประเทศรวมแล้ว 45%

ขณะที่ พรชัย จิตรนวเสถียร นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเชียงใหม่ กล่าวว่า จีนลดค่าเงินหยวนจะส่งผลกระทบท่องเที่ยวไทยช่วงสั้นๆ เพราะผู้ประกอบการทัวร์จีนช็อกปรับตัวไม่ทัน แต่หลังจากนั้นกลุ่มผู้ประกอบการก็จะปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดเพื่อความอยู่รอดทั้งจัดโปรโมชั่นและลดราคาเหมาจ่ายมาเที่ยวไทยจากเดิมรายละ 6,000-7,000 บาท เหลือ 5,000-6,000 บาท แม้ค่าเงินหยวนลดแต่ธุรกิจท่องเที่ยวไทยยังคงโตต่อเนื่องเพราะปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนกลายเป็นตลาดใหญ่ของไทย

จรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์การปรับลดอัตราค่าเงินหยวนอย่างใกล้ชิด  ทำให้อาเซียนปรับตัวลดลงทุกตลาด ซึ่งบริษัทมีแผนเพิ่มจุดบินใหม่ไปยังประเทศจีนช่วงปลายปีนี้อย่างน้อย 3 จุด ส่วนจะให้บริการบินโดยบริษัท หรือไทยสมายล์ อยู่ระหว่างการพิจารณาตลาดศักยภาพของตลาดอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท