
ดอลล์ vs หยวน
เป็นการอัดฉีดยาแรงที่ทำเอาค่าเงินทั่วทั้งเอเชียสั่นสะเทือนไปทีเดียว หลังจากที่ธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราอ้างอิงค่าเงินหยวนลงถึง 1.86% ไปอยู่ที่ 6.2298 หยวน/เหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้าซึ่งอัตราอ้างอิงหยวนอยู่ที่ 6.1162 หยวน/เหรียญสหรัฐ
เป็นการอัดฉีดยาแรงที่ทำเอาค่าเงินทั่วทั้งเอเชียสั่นสะเทือนไปทีเดียว หลังจากที่ธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราอ้างอิงค่าเงินหยวนลงถึง 1.86% ไปอยู่ที่ 6.2298 หยวน/เหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้าซึ่งอัตราอ้างอิงหยวนอยู่ที่ 6.1162 หยวน/เหรียญสหรัฐ
แน่นอนว่าการปรับลดอัตราอ้างอิงเงินหยวน หรือพูดง่ายๆ ก็คือการแทรกแซงค่าเงินหยวนให้อ่อนลงนั้นมีขึ้นหลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจของจีนนั้นแย่หนัก ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการส่งออกในเดือนล่าสุด หรือดัชนีราคาผู้ผลิต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการสินค้าจีนทั้งในและต่างประเทศนั้นหดตัวลง ดังนั้นการปรับให้ค่าเงินหยวนอ่อนลงในครั้งนี้จึงมีเป้าหมายชัดเจนคือการกระตุ้นการส่งออกครับ
ที่ผ่านมาค่าเงินหยวนนั้นตรึงเอาไว้กับค่าเงินเหรียญสหรัฐ และตลอดหลายเดือนนั้นค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าเอาๆ ซึ่งดึงให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าตามไปด้วย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกนัก ที่ในครั้งนี้จีนจะใช้มาตรการลดค่าเงินหยวนอย่างรวดเร็ว และมีผลในทันที
ถามว่า การลดค่าเงินหยวนในครั้งนี้จะมีผลอะไรต่อสหรัฐหรือไม่ คำตอบก็คือมีอย่างแน่นอนครับ
การที่ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลง สวนทางกับค่าเงินเหรียญสหรัฐนั้น จะยิ่งทำให้สหรัฐต้องเจอกับปัญหาหลายๆ ด้าน อันเป็นผลมาจากค่าเงินที่แข็งอยู่ค่าเงินเดียวในโลก
สินค้าของสหรัฐจะมีศักยภาพการแข่งขันที่ลดลงในตลาดโลก เพราะแพงขึ้น ต้นทุนการผลิตในสหรัฐจะแพงขึ้น การลงทุนต่างๆ ของสหรัฐในแผ่นดินสหรัฐจะแพงขึ้น
ขณะเดียวกัน จีนก็จะมีราคาถูกลงอย่างเห็นได้ชัด และแน่นอนว่าอาจจะดูดการลงทุนและการผลิตกลับมาสู่จีนอีกครั้งหนึ่งแน่นอน
ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ อย่างแน่นอนครับ เพราะก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เคยส่งสัญญาณถึงความวิตกกังวลของการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐว่าอาจจะส่งผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจรุนแรง และซ้ำร้ายถ้าหากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อไหร่ กระแสทุนก็จะยิ่งไหลกลับเข้าสู่สหรัฐ และทำให้ค่าเงินเหรียญยิ่งแข็งค่าขึ้นไปอีก
หากจำกันได้ เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการเฟด เคยกล่าวถึงตรงนี้ไว้ว่า เฟดจะไม่เคลื่อนไหวใดๆ ที่จะเป็นการทำร้ายเศรษฐกิจสหรัฐเอง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกนักที่ในขณะนี้แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐทั้งการจ้างงาน และอะไรอีกหลายๆ อย่างนั้นถึงจะดีขึ้น แข็งแกร่งขึ้น แต่ล่าสุดเฟดกลับไม่ส่งสัญญาณใดๆ ว่าเมื่อไหร่สหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ย
นั่นเป็นเพราะเฟดกำลังหวาดวิตกอยู่กับปรากฏการณ์แข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐที่อาจจะสร้างปัญหาให้กับเศรษฐกิจมะกันในอนาคต และการประกาศหั่นค่าเงินของจีนในครั้งนี้ก็ยิ่งจะทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่ามากขึ้นไปอีกครับ







