
รับมือค่าเงินป่วน
หลังจากที่ค่าเงินบาทครึ่งปีแรกแข็งค่าไม่หยุด จนเริ่มเป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วจนถึงไตรมาสแรกของปีนี้ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นกว่าค่าเงินประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน 7-10% แต่เมื่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลงมากจนทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 2 ครั้ง ในช่วงครึ่งปีแรก ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยลดลงมาอยู่ที่ 2%
หลังจากที่ค่าเงินบาทครึ่งปีแรกแข็งค่าไม่หยุด จนเริ่มเป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วจนถึงไตรมาสแรกของปีนี้ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นกว่าค่าเงินประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน 7-10% แต่เมื่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลงมากจนทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 2 ครั้ง ในช่วงครึ่งปีแรก ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยลดลงมาอยู่ที่ 2%
เมื่อย่างเข้าสู่ไตรมาส 3 ของปีนี้ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่เกิดจากกรีซประกาศไม่ชำระหนี้ให้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ทำให้เกิดความปั่นป่วนในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป ซึ่งจะมีการพิจารณาว่าจะยังรับรองให้กรีซเป็นสมาชิกของอียูต่อไปหรือไม่
เหตุการณ์นี้ทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงอย่างหนัก และวิกฤตตลาดหุ้นจีนที่กำลังเกิดขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุนโลก ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างมาก และทำให้ค่าเงินสกุลอื่นอ่อนค่าลง ก่อนหน้านี้มีการมองว่าจะเกิดสงครามค่าเงินระหว่างสหรัฐและจีน และในที่สุดสงครามค่าเงินก็เกิดขึ้นจริง
การที่ธนาคารกลางของจีนประกาศลดค่าเงินหยวนเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ 2% โดยไม่มีสัญญาณมาก่อน มองได้หลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจจีนแย่ลงต้องเร่งกระตุ้นการส่งออก และอ่านเกมของสหรัฐออก ที่คิดจะลดการนำเข้าจากจีนไปนำเข้าจากประเทศอื่นมากขึ้น
ฉะนั้น จีนจึงนำเอาสงครามราคาสินค้าถูกผ่านทางค่าเงินขึ้นมาเป็นจุดขายสำคัญ เพราะคู่แข่งส่งออกเยอะขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทุกประเทศใช้นโยบายค่าเงินอ่อนผลักดันการส่งออก จีนจึงชิงลงมือลดค่าเงินด้วยการตัดทางคู่แข่ง
สงครามค่าเงินระหว่างจีนและสหรัฐนั้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจและไม่อาจมองข้าม เพราะจะทำให้ตลาดเงินและตลาดทุนโลกผันผวนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมาก
นอกจากนี้ การที่จีนลดค่าเงินหยวนอาจจะเป็นแรงกดดันให้สหรัฐชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไป เพราะยิ่งขึ้นดอกเบี้ยค่าเงินเหรียญสหรัฐยิ่งแข็งค่า จะทำให้เศรษฐกิจที่กำลังมีแนวโน้มว่าจะฟื้นตัวดีกลายเป็นไม่ดีไปก็ได้
ดังนั้น ผลกระทบจะเกิดขึ้นแน่โดยเฉพาะประเทศที่มีสัดส่วนการเติบโตจากการค้าระหว่างประเทศมากๆ สัดส่วนการค้าของโลกอาจจะไม่สมดุล
สำหรับประเทศไทยนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องอาจจะต้องวิเคราะห์และเสนอผลกระทบต่อการส่งออกของไทยออกมาเผยแพร่ให้รู้เป็นการทั่วไป โดยเฉพาะผู้ส่งออกจะได้รับผลกระทบมากกว่าคนอื่น ดังนั้นการลดความเสี่ยงอาจจะต้องกลับไปซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น ไม่ว่าจะค้าด้วยเงินสกุลใดก็ตาม
นอกจากนี้ การปรับตัวเพื่อรับมือความผันผวนครั้งใหม่นี้ เอกชนจะต้องรักษาธุรกิจของตัวเองไว้ไม่ว่าจะเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน การลดต้นทุน การหวังพึ่งพารัฐหรือหน่วยงานของรัฐ อาจจะไม่สามารถหวังได้ การช่วยตัวเองเป็นแนวทางที่ดีที่สุดของเอกชน







