
กฎหมายลิขสิทธิ์ฉบับใหม่
ที่จริงเรื่องของกฎหมายลิขสิทธิ์ฉบับใหม่นี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา
โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
ที่จริงเรื่องของกฎหมายลิขสิทธิ์ฉบับใหม่นี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา เขากำลังพยายามออกมาชี้แจงทำความเข้าใจอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการจัดสัมมนา ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ อาจจะมีการจัดสัมมนาร่วมกับศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางต่อไปในอนาคต
แต่ประเด็นที่ผู้เขียนอดไม่ได้จนต้องเข้ามาร่วมวงเสวนาด้วย เพราะได้เห็นความตื่นตกใจของ Stake holder ทั้งหลาย เพียงเพราะคลิปที่ใครก็ไม่ทราบที่เขียนเสียเกินจริงเล่นเอาตกใจกันไปหมด โดยเฉพาะผู้สูงวัย (สว.) ที่ชอบนำรูปดอกไม้สวยๆ มาแปะ แล้วก็อรุณสวัสดิ์ทักทายกัน เรียกว่าตกอกตกใจกันไปทั้งประเทศ
ที่สำคัญคือเจ้าของเรื่องก็ไม่ได้เคยออกมาบอกให้ชัดเจนว่าการทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชนที่เห็นในคลิปว่าต่อไปนี้ห้ามทำนั้น เขาห้ามมาตั้ง 20 ปีแล้ว คือ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ถ้าเขาจะฟ้องร้องจับกุมได้ละก็ คุณลุงคุณป้าโดนกันมานานแล้ว แถมเจ้าของเรื่องได้ทำคำตอบสำหรับคำถามยอดฮิตมา 10 ข้อ ก็ไม่บอกว่ามันรวมของเก่าอยู่ด้วย ผู้เขียนเพิ่งได้เห็นว่ามีการทำแยกว่าฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม 2 ฉบับใหม่นั้นมีอะไรบ้าง ก็เมื่อวันที่จัดสัมมนาร่วมกับคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นั่นเอง ซึ่งมีผู้เข้าร่วมสัมมนาถึง 500 กว่าคน มองอีกมุมหนึ่งก็ดีที่คลิปผิดๆ นั้นไปจุดประกายให้ผู้คนแตกตื่นกันไปฟัง เพราะถ้าเป็นการประกาศธรรมดาของกรมทรัพย์สินทางปัญญากับคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ก็คงไม่มีผู้คนและนักข่าวไปฟังกันถึงขนาดนั้น เรียกว่าอิทธิพลของ Social Media ที่ออกมาแบบผิดๆ ทำให้คนไทยที่ชอบเชื่อแห่กันไปฟัง
ที่จริงแล้ว พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับแก้ไขนี้ มีถึง 2 ฉบับ คือ
- พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2558 ที่เพิ่งผ่านมา
- พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2558
ผู้เขียนไม่ได้เขียนวันที่ผิดที่ฉบับที่ 3 มีผลบังคับใช้ก่อนฉบับที่ 2 เพราะประเด็นสำคัญของฉบับที่ 3 นั้น
1.เป็นการอนุญาตให้ทำซ้ำดัดแปลงได้ในกรณีที่เป็นการทำเพื่อประโยชน์ของคนพิการ เช่น การนำหนังสือที่มีวางขายอยู่แล้ว มาทำเป็นอักษรเบรล เพื่อให้ผู้มีความบกพร่องทางสายตาได้อ่าน เป็นต้น
และ
2.เป็นการเอาผิดกับผู้แอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ (Camcording) โดยให้ถือว่า การทำซ้ำลักษณะนี้เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย ฉบับที่ 3 นี้ไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับตัวจึงสามารถประกาศได้ก่อนเลย
คราวนี้ลองมาดูพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) ในส่วนที่ได้มีการเพิ่มขึ้นจากฉบับเดิมจริงๆ และเป็นส่วนที่นอกเหนือจากฉบับที่ 3 นั้น มีโดยสรุปเพียง 8 เรื่อง ที่ไม่เกี่ยวกับการทำซ้ำ ดัดแปลง จำหน่ายจ่ายแจก ฯลฯ ซึ่งขอย้ำว่าเรื่องดังกล่าวนั้น มีอยู่ในพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เดิมอยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่เหล่านี้ มีรากฐานมาจากการที่จะกำหนดให้ผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ต (ISP-Internet Service Provider) ต้องรับผิดกรณีที่ปล่อยให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์เกิดขึ้น โดยไม่ยอมนำออกจากเว็บไซต์ ซึ่งเรื่องนี้ได้มีความพยายามผลักดันมาตั้งแต่สมัยผู้เขียนยังเป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงการทำซ้ำ ดัดแปลงเพื่อผลประโยชน์ของคนพิการ แต่กว่าจะมาคลอดได้ก็ท้องอยู่
ตั้ง 6-7 ปี
ตอนคลอดนี้ก็พอดีมารองรับกับนโยบาย digital economy ของรัฐบาลพอดี ซึ่งทั้ง 8 ข้อดังกล่าว สรุปได้สั้นๆ ตามที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาทำมาแจกในสัมมนาและผู้เขียนขออนุญาตนำมาลง ดังนี้
1.คุ้มครองข้อมูลการบริหารสิทธิ ทำนองเดียวกับบาร์โค้ดของสินค้า ที่มีการแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้านั้นๆ ในกรณีของลิขสิทธิ์ก็จะเป็นชื่อผลงาน ผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้น รวมทั้งลายน้ำด้วย
2.คุ้มครองมาตรการทางเทคโนโลยี เช่น กรณีเจ้าของใส่รหัสผ่านไว้ แต่มีแฮ็กเกอร์เข้ามาเจาะรหัสผ่าน จะมีความผิดฐานละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยี 3.ยกเว้นการทำซ้ำชั่วคราว เช่น ในงานคอมพิวเตอร์อาจต้องมีการทำซ้ำงานอันมีลิขสิทธิ์ลงใน RAM เพื่อให้เครื่องสามารถทำงานต่อได้ 4.จำกัดความรับผิดชอบของผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ต (ISP) เมื่อมีการ take down งานละเมิดออกจากเว็บไซต์ตามที่ศาลสั่ง
5.งานลิขสิทธิ์ที่เราซื้อมาอย่างถูกต้อง เช่น ภาพหรือหนังสือสามารถขายเป็นสินค้ามือสองได้ไม่ผิด ยกเว้นซีดีภาพยนตร์ที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายภาพยนตร์และวีดิทัศน์ 6.ให้ศาลสามารถสั่งริบหรือทำลายของละเมิดลิขสิทธิ์ที่ทำขึ้นหรือนำเข้ามาในประเทศได้ รวมทั้งเครื่องมือหรือสิ่งที่ใช้ในการกระทำผิด โดยผู้ละเมิดเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการทำลาย 7.เพิ่มบัญญัติค่าเสียหาย โดยจ่ายไม่เกิน 2 เท่าของค่าเสียหาย
8.เพิ่มสิทธิของนักแสดง โดยให้สามารถระบุชื่อของตัวเองในงานที่ได้แสดงไป







