
สงครามค่าเงินระอุ
จับตาเงินบาทอ่อนแตะ 36 บาท/เหรียญสหรัฐ หลังธนาคารกลางจีนลดค่าเงินหยวนลง 2%
จับตาเงินบาทอ่อนแตะ 36 บาท/เหรียญสหรัฐ หลังธนาคารกลางจีนลดค่าเงินหยวนลง 2%
ธนาคารกลางจีนประกาศอัตรากลางของค่าเงินหยวน เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ 6.2298 หยวน/เหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงจากวันก่อนถึง 2% จากผลของการเปลี่ยนวิธีการกำหนดค่ากลางใหม่ ทำให้ค่าเงินสกุลเอเชียทุกสกุลได้ปรับตัวอ่อนค่าตามทันที โดยเงินบาทอ่อนค่าที่สุดลงมาที่ระดับ 35.30 บาท/เหรียญสหรัฐ
นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ได้ปรับประมาณการค่าเงินบาทสิ้นปีนี้เป็น 35.25 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยให้ผันผวนบวกลบ 73 สตางค์ เนื่องจากได้รับผลกระทบ 2 ด้าน จากจีนปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และมาเลเซียที่ค่าเงินยังอ่อนเพราะราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งน้ำมันและยางพาราตกต่ำ
ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่มีผลต่อค่าเงินบาท ยังคงเป็นส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของไทยและสหรัฐ โดยคาดว่าจะมีการเก็งผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยจนทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดพันธบัตร และเงินบาทจะเคลื่อนไหวอ่อนค่าระดับ
35-36 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงก่อนการประชุมเฟดในเดือน ก.ย. เงินบาทยังอยู่ในทิศทางอ่อนค่าจนถึงปี 2559 ที่จะอยู่ที่ 36 บาท/เหรียญสหรัฐ
นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง กล่าวว่า ไม่กังวลค่าเงินและอัตราแลกเปลี่ยน แต่กังวลเรื่องการเติบโตของเศรษฐกิจจีนมากกว่า หากชะลอตัวลงจะกระทบเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
ด้าน นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ยังประเมินไม่ได้ว่าการส่งออกจะได้รับผลกระทบมากหรือไม่ แต่ในแง่ลบจะทำให้สินค้าของไทยมีราคาแพงขึ้น ทำให้จีนไปนำเข้าจากแหล่งอื่นแทน หากไทยรักษาตลาดไม่ได้อาจจะเกิดปัญหาถูกสินค้าจีนทุ่มตลาด
นางดวงกมล เจียมบุตร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สินค้าที่จะได้รับผลกระทบ ได้แก่ กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น ของใช้ในบ้าน แต่อาหารและสินค้าที่เป็นวัตถุดิบจีนจะยังนำเข้าจากไทย







