posttoday
พฤติกรรมของ ผู้สูงอายุ

พฤติกรรมของ ผู้สูงอายุ

11 สิงหาคม 2558

การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุนอกจากจะส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคแล้ว ยังส่งผลต่อ Lifestyle ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย

โดย...ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ และคณะ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์

การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุนอกจากจะส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคแล้ว ยังส่งผลต่อ Lifestyle ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย จากผลสำรวจ Lifestyle ของผู้บริโภคในยามเกษียณ พบว่าผู้บริโภคในวัยเกษียณมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลายอย่างที่น่าสนใจ

ผู้สูงอายุไทยเลือกผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติปลอดสารเคมี มากกว่าผลิตภัณฑ์เพื่อบำรุงร่างกาย และออกกำลังกายมากขึ้น

จากผลสำรวจรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในช่วงอายุต่างๆ พบว่าราว 50% ของผู้สูงอายุต้องการบริโภคอาหารและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติปลอดสารเคมี (ออร์แกนิก) ราว 70% หันมาออกกำลังกายมากขึ้น และราว 60% มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร

แต่อีกกลุ่มที่น่าสนใจ คือ กลุ่มวัยกลางคนที่มีอายุ 40-60 ปี ที่จะเข้าสู่สังคมสูงอายุในอนาคต ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นกำลังซื้อสำคัญ เนื่องจากมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยราว 50% มีการบริโภคอาหารเสริมและวิตามิน และถึงราว 80% ปรับเปลี่ยนนิสัยการทานอาหาร

ทั้งนี้ เมื่อได้วิเคราะห์เจาะลึกไปถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหารหมวดต่างๆ พบว่ามีความแตกต่างที่เห็นได้ชัดของครัวเรือนที่ไม่มีผู้สูงอายุเลยกับครัวเรือนที่มีแต่ผู้สูงอายุ คือ กลุ่มที่มีแต่ผู้สูงอายุจะมีการบริโภคอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไข่ นม น้อยลง และหันมาบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น อาทิ ผัก ผลไม้ และอาหารทะเล

แม้ว่ากลุ่มผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพมากขึ้น แต่อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือ กลุ่มผู้สูงอายุยังต้องการความสะดวกสบาย โดยนิยมซื้ออาหารสำเร็จรูปมารับประทานที่บ้านมากขึ้น เห็นได้จากการซื้ออาหารสำเร็จรูปมารับประทานในบ้านเพิ่มขึ้นราว 23% และมีสัดส่วนมากถึง 1 ใน 3 ของรายจ่ายการบริโภคอาหารทั้งหมด

ขณะเดียวกันมีการใช้จ่ายในการออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านน้อยลงถึง 68% พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เปลี่ยนแปลงไปสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายสำหรับธุรกิจด้านอาหาร โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานที่ต้องพัฒนาให้มีความหลากหลายและตอบโจทย์ให้เหมาะกับกลุ่มผู้สูงอายุ ทั้งในแง่คุณค่าทางโภชนาการและความสะดวกในการรับประทาน

ขณะเดียวกันกลุ่มร้านอาหารต้องเน้นอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น และควรมีบริการส่งถึงบ้าน ซึ่งในปัจจุบันอาหารส่งถึงบ้านส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มของอาหารจานด่วนเป็นหลัก ซึ่งอาจยังไม่ตอบโจทย์กระแสรักสุขภาพของกลุ่มผู้สูงอายุในอนาคตมากนัก

ผู้สูงอายุของไทยจะมีการตรวจสุขภาพบ่อยขึ้น แต่ยังไม่เห็นความสำคัญของอุปกรณ์เทคโนโลยีช่วยเหลือด้านสุขภาพมากนัก จากผลสำรวจพบว่าราวครึ่งหนึ่งของผู้สูงอายุมีการตรวจสุขภาพบ่อยขึ้น สะท้อนถึงโอกาสสำหรับธุรกิจโรงพยาบาลที่ควรเพิ่มแพ็กเกจตรวจสุขภาพสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุให้มีความหลากหลาย หรือเน้นตรวจคัดกรองเพื่อเจาะกลุ่มโรคเฉพาะทางที่ผู้สูงอายุมีความกังวลมากเป็นพิเศษ

จากผลสำรวจพบว่าโรคที่ผู้สูงอายุไทยมีความกังวลมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ โรคหัวใจและความดันโลหิตสูง กระดูกและข้อ เบาหวาน มะเร็ง การมองเห็นและการได้ยิน ตามลำดับ

อย่างไรก็ดี แม้ผู้สูงอายุจะหันมาสนใจตรวจสุขภาพมากขึ้น แต่การซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีด้านสุขภาพยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก โดยเพียง 10% ของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีการใช้อุปกรณ์ประเภทนี้ แต่แนวโน้มการใส่ใจสุขภาพจะส่งผลให้ความต้องการอุปกรณ์เหล่านี้เพิ่มขึ้นในอนาคต โดยหากวิเคราะห์จากกลุ่มผู้บริโภควัยกลางคน พบว่า 56% เห็นด้วยกับการซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีด้านสุขภาพสำหรับใช้ในยามเกษียณ

ผู้สูงอายุต้องการมีสังคม ได้พบปะกับเพื่อน และมีกิจกรรมยามว่าง จากผลสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมการออกไปทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้านนอกเหนือจากการทำงานของกลุ่มผู้บริโภคในช่วงอายุต่างๆ พบว่าผู้สูงอายุถึงราว 60% มักจะออกไปทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้านอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยส่วนใหญ่จะเป็นการออกไปซื้ออาหารและสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน

แต่อีกกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ผู้สูงอายุราว 40% ตอบว่าออกไปนอกบ้านเพื่อไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อน สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคในวัยเกษียณที่ยังต้องการมีสังคม

สอดคล้องกับผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่ความรู้สึกเหงาเป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุพูดถึง เป็นปัญหาอันดับแรกของการอยู่คนเดียว มากกว่าปัญหาการไม่มีคนดูแลเมื่อเจ็บป่วยและการต้องเลี้ยงชีพด้วยตัวเองเสียอีก โดยในจำนวนผู้สูงอายุที่บอกว่ามีปัญหาในการอยู่คนเดียวนั้นประมาณ 50% ของคนกลุ่มนี้บอกว่าปัญหาหลัก คือ รู้สึกเหงา โดยเฉพาะผู้สูงอายุผู้หญิงมีปัญหานี้มากกว่าผู้ชาย

ในขณะที่ผู้สูงอายุมองว่าปัญหาการอยู่คนเดียว คือการที่ไม่มีคนดูแลเมื่อเจ็บป่วย และปัญหาการเงินมีเพียง 27% และ 16% ตามลำดับเท่านั้น

จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้สูงอายุในปัจจุบันมีการยอมรับเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะด้านการสื่อสารและสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น นอกจากนี้ กว่า 50% ของผู้สูงอายุยังมีความต้องการเดินทางท่องเที่ยวหลังวัยเกษียณ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้จะเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจบริการประเภทต่างๆ อาทิ ศูนย์การค้า โรงแรม สถานที่ออกกำลังกาย และบริษัทนำเที่ยวที่ควรจะนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าผู้สูงอายุมากขึ้น อาทิ สถานที่ออกกำลังกายที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ บริการนำเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือแม้แต่ศูนย์การค้า อาทิ คอมมูนิตี้มอลล์ขนาดเล็กที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการสถานที่พบปะสังสรรค์ของผู้สูงอายุที่สะดวกและอยู่ใกล้บ้าน

จากผลสำรวจพบว่าผู้สูงอายุราว 45% ชอบไปเดินศูนย์การค้าขนาดเล็กมากกว่าขนาดใหญ่

ข่าวล่าสุด

"บอสชาตรี" เดือด! จวกวินัยนักมวย สะเทือนถึง"รถถัง"หลังแพ้น็อค

"บอสชาตรี" เดือด! จวกวินัยนักมวย สะเทือนถึง"รถถัง"หลังแพ้น็อค