
จี้เปิดข้อมูลถนนเจ้าพระยา
มธ.ห่วงถนนเลียบเจ้าพระยาเละเหมือนโฮปเวลล์ เจ้าของธุรกิจเรือค้านย้ำคลองมีคุณค่ากว่าถนน
มธ.ห่วงถนนเลียบเจ้าพระยาเละเหมือนโฮปเวลล์ เจ้าของธุรกิจเรือค้านย้ำคลองมีคุณค่ากว่าถนน
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ม.ธ.)และมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดเวทีเสวนาเพื่อแสดงความเป็นห่วงหลังรัฐบาลเดินหน้าผลักดันโครงการทางสัญจรริมแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากยังขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า โครงการถนนเลียบริมน้ำเจ้าพระยาถือเป็นโครงการใหญ่ และส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมาก จึงควรที่จะให้ประชาชนรับทราบข้อมูลว่าโครงการมีรายละเอียดอย่างไร
ขณะเดียวกัน โครงการดังกล่าวยังใช้พื้นที่สาธารณะด้วยงบประมาณที่มาจากเงินของภาษีประชาชน และอ้างว่าเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ฉะนั้นจึงต้องฟังผู้ได้รับผลกระทบจากประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะเป็นตัวกลางเชิญทุกฝ่ายที่มีพื้นที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามาร่วมหารืออีกครั้ง
“ไม่อยากให้เหมือนกับอดีตที่ผ่านมา อย่างโครงการโฮปเวลล์และโครงการคลองด่าน ที่รัฐเร่งทำโดยไม่มีภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมและกระบวนการที่ถูกต้อง ผลสุดท้ายเราก็ต้องจ่ายเงินคืน และที่ผ่านมาโครงการเช่นนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งในการปฏิวัติ” นายปริญญา กล่าว
นายรุจิโรจน์ อนามบุตร อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า ควรหาแนวทางพัฒนาพื้นที่ริมน้ำมากกว่าจะตั้งต้นว่าจะทำเป็นทางเดิน ทางจักรยาน เพราะคนที่อยู่ริมน้ำย่อมมีความต้องการที่แตกต่างกัน
นางจรัสวรรณ แก้วก้องกังวาล เจ้าของธุรกิจเรือท่องเที่ยวตามคูคลองและแม่น้ำเจ้าพระยานาน 30 ปี กล่าวว่า การทำโครงสร้างคอนกรีตริมน้ำเจ้าพระยาจะเป็นการบดบังภูมิทัศน์ริมฝั่งที่เป็นวิถีชีวิตของชาวชุมชนที่อยู่คู่กับแม่น้ำ ที่เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยากมาเห็น
นอกจากนี้ เชื่อว่านักท่องเที่ยวคงไม่ได้ต้องการมาดูทางเดินทางจักรยานที่ในต่างประเทศก็มี
ฉะนั้น ควรเอางบประมาณที่บอกว่าจะต้องใช้ถึง 1.4 หมื่นล้านบาท ไปพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตามที่ควรจะเป็นและสอดคล้องกับวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ของพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งบประมาณมากมายด้วยซ้ำ







