
สปช.สายท้องถิ่นยันไม่เกี่ยวล็อบบี้คว่ำร่างรธน.
สปช.สายข้าราชการส่วนท้องถิ่นยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการล็อบบี้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ
สปช.สายข้าราชการส่วนท้องถิ่นยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการล็อบบี้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นายเกียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พร้อมด้วยสมาชิกสปช. สายข้าราชการส่วนท้องถิ่น อาทิ นายคณิศร ขุริรัง สปช.หนองบัวลำภู นายบุญถิ่น มั่นเกษวิทย์ สปช.อุทัยธานี นายธำรง อัศวสุธีรกุล สปช. กำแพงเพชร และนายถาวร เฉิดพันธุ์ สปช.ปทุมธานี และนายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ สปช.ด้านท้องถิ่น ร่วมกันแถลงถึงกรณีที่มีสมาชิก สปช.ออกมาให้ความเห็นทั้งสนับสนุนและคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ
นายเกรียงไกร กล่าวว่า พวกตนในฐานะสมาชิกสปช.เกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ของ กมธ. 18 คณะ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสมาชิกสปช.ที่ออกมาให้ความเห็นทั้งสนับสนุนและคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ แต่จะขอรอดูร่างรัฐธรรมนูญว่า หน้าตาออกมาว่าเป็นอย่างไร หากเป็นประโยชน์ต่อประชาชน พวกตนก็พร้อมเห็นด้วย แต่หากมีจุดด่างดำ พวกตนก็จะโหวตไม่ผ่าน ดังนั้นจึงไม่สามารถคาดเดาได้ว่า ผลจะออกมาอย่างไร เพราะยังไม่เห็นหน้าตาร่างรัฐธรรมนูญ
ส่วนกรณีสมาชิกสปช.ที่ออกมาสร้างซีน ด้วยการมโน สร้างคุณค่าให้ตัวเอง ต้องอย่าเอาสมาชิกสปช.ทั้ง 250 คนไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะยืนยันว่า สมาชิกแต่ละคนมีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง และไม่เห็นด้วยกับการออกมาแสดงความคิดเห็นชี้นำ นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง 36 คน ให้ออกมานำเสนอภาพรวมของการร่างรัฐธรรมนูญด้วยว่า ร่างไปถึงไหน เป็นอย่างไรบ้าง เพราะถือว่ามีส่วนร่วมกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย
สำหรับกระแสข่าวมีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ของสมาชิกสปช.กับการลงมติร่างรัฐธรรมนูญนั้น ส่วนตัวไม่ทราบ ส่วนคำถามประชามติปฏิรูปอีก 2 ปี ก่อนการเลือกตั้ง ส่วนตัวในตอนนี้ยังไม่เห็นด้วย เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค. 57 ก็ถือว่าดำเนินการปฏิรูปมาอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีการกำหนดว่าจะต้องปฏิรูปอีก 2 - 3 ปี และเชื่อว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีวิจารณญาณว่า จะปฏิรูปกี่ปี ซึ่งส่วนตัวไม่ได้มองว่า ต้องปฏิรูป 2 - 3 ปี แต่จะกี่ปีก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม
ขณะที่ นายธีระศักดิ์ กล่วว่า รู้สึกวิตกต่อการชี้นำการลงมติร่างรัฐธรรมนูญของสมาชิกสปช. ซึ่งตนขอไม่ยอมรับการชี้นำของสมาชิกสปช.ที่ออกมาให้ความเห็นในตอนนี้ และในฐานะเลขาธิการสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จะนำสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญที่ได้รับ จากกมธ.ยกร่างฯ ในวันที่ 22 ส.ค. ไปหารือใน สมาคม จังหวัด เพื่อรับฟังความคิดเห็นว่า อบจ. อบต. เทศบาล ตลอดจนประชาชนในพื้นที่จะมีความคิดเห็นอย่างไร ประกอบการตัดสินใจก่อนลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ







