
บอลไทยไปบอลโลก...จริงอะ?
ช่วงระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา หนึ่งในคำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดในหมู่เพื่อนฝูงและคนรอบข้างคือ
“
บอลโลกคราวนี้เชียร์ทีมไรอ่ะ?”คำตอบแต่ละคนก็มีหลากหลายแตกต่างกัน แล้วแต่ความชื่นชอบส่วนตัว
อังกฤษ เยอรมนี อิตาลี สเปน อาร์เจนตินา บราซิล ฝรั่งเศส โปรตุเกส และญี่ปุ่น...อะไรก็ว่ากันไป
เคยคิดบ้างมั้ย ถ้าวันหนึ่งเราได้ตอบคำถามนี้ว่า
“
ไทยแลนด์”มันจะสุดยอดขนาดไหน!!!
วิธีที่เราจะได้นำธงไตรรงค์ไปโบกสะบัด พร้อมกับมีเพลงชาติไทยดังกระหึ่มในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายทำได้ 2 วิธี
วิธีแรก พัฒนาทีมลูกหนังไทยให้แข็งแกร่ง เพื่อบุกตะลุยฝ่ารอบคัดเลือกไปให้ได้ โดยไม่สนว่าจะต้องดวลกับทีมระดับเขี้ยวลากดินมากมาย ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ซาอุดีอาระเบีย และอิหร่าน แถมยังมีออสเตรเลีย มาร่วมวงคัดเลือกกับโซนเอเชียด้วย
วิธีนี้ ขอยืมมุขเชิงเหน็บแนมของ
“โน้ส” อุดม แต้พานิช มาใช้หน่อย โดยเจ้าพ่อเดี่ยวไมโครโฟนชื่อดัง เคยพูดไว้ว่าถ้าไทยได้ไปบอลโลก ชาติอื่นก็ไปบอลจักรวาลกันแล้ว
เนื่องจากบอลไทยมีพัฒนาการรวดเร็วประหนึ่ง
“เต่าเจ็บขา” แถมผลงานระยะหลังยังน่าใจหาย แม้แต่ซีเกมส์ที่เป็นการแข่งขันในชาติอาเซียนด้วยกันเองแท้ๆ ล่าสุดไทยเรายังตกรอบแรกมาแล้ววิธีที่ 2 เป็นการไปทางลัดแบบรวดเร็วและแน่นอน แต่ใช้เงินมหาศาล นั่นคือ การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพซะเลย ซึ่งมีข่าวออกมาว่า ไทยสนใจที่จะจับมือกับมาเลเซีย ขอเป็นเจ้าภาพศึกฟาดแข้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ
แน่นอนว่า การจัดแข่งฟุตบอลโลก ไม่ใช่การเตะบอลกีฬาสีตามโรงเรียน ดังนั้นชาติเจ้าภาพจึงต้องเพียบพร้อมในทุกด้าน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ระบบสาธารณูปโภค ระบบการขนส่งเดินทางเทคโนโลยี โทรคมนาคมและการสื่อสาร รวมถึงสนามแข่งขันที่จะใช้รองรับ เป็นต้น
นอกจากนี้
“สภาวะทางการเมือง” ยังมีส่วนในการพิจารณาชาติเจ้าภาพของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ด้วย ตัวอย่างล่าสุดคือ อินโดนีเซีย ที่โดนฟีฟ่าตัดสิทธิในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2022 โดยที่ยังไม่ได้นำเสนอแผนงานอะไรเลย เนื่องจากรัฐบาลอิเหนาไม่ให้การสนับสนุนสมาคมฟุตบอลของตัวเองในการเสนอตัวครั้งนี้ ซึ่งแสดงถึงความไม่มีเสถียรภาพภายในประเทศ






