
คู่ชิงดำ "เอก-จักรทิพย์" ว่าที่ ผบ.ตร.คนที่ 11
ประเด็นสำคัญว่าจะเลือกใครเป็นผู้นำรั้วปทุมวันนั้น คงไม่ใช่คำว่า “อาวุโส” เพียงอย่างเดียว
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณชัดเจนแล้วว่า ผบ.ตร.คนที่ 11 จะได้ชื่อและนามสกุลภายในสัปดาห์นี้ เพราะมีกำหนดตารางประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ในวันศุกร์ที่ 14 ส.ค.นี้ คาดว่าน่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยว่าใครคือ ว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ หลังถูกเลื่อนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
คู่แคนดิเดทที่กำลังมาแรงที่สุดในช่วงปฏิทินการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ คือ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ฝ่ายกฎหมาย อาวุโสลำดับที่ 1 กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. ฝ่ายความมั่นคง อาวุโสลำดับที่ 5 พ่วงด้วยนายตำรวจใหญ่ ระดับรอง ผบ.ตร. คือ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อาวุโสลำดับที่ 2 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน อาวุโสลำดับที่ 3 และ พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ อาวุโสลำดับที่ 4 ทั้งหมดอยู่ในข่ายเข้าชิง
พล.ต.อ.เอก เคยเป็นคู่แคนดิเดทชิงเก้าอี้ “ผบ.ตร.” คนที่ 10 กับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.คนปัจจุบัน เมื่อปีก่อน ทั้งคู่มีแรงหนุนจากทุกฝ่ายและต่างใช้กำลังภายในอย่างเต็มที่ ที่สุดจึงเกิดสัญญาใจหย่าศึกทำข้อตกลงกัน โดยให้ พล.ต.อ.สมยศ ก้าวขึ้นนั่งตำแหน่ง “พิทักษ์ 1” ก่อนเกษียณอายุราชการในปีนี้ แล้วค่อยแตะมือให้ พล.ต.อ.เอก ขึ้นมานั่งเก้าอี้รับไม้ต่อ ก่อนเกษียณราชการในปี 2559
ชื่อ พล.ต.อ.เอก กลับมาโลดโผนใหม่อีกครั้ง หลังได้รับมอบหมายเป็นผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) ถือเป็นนโยบายสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งรัฐบาลในปัจจุบันให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับปัญหาดังกล่าว เมื่อโอกาสมาถึง พล.ต.อ.เอก จึงรีบสนองนโยบายลงพื้นที่จัดแจงแก้ปัญหาค้ามนุษย์ทันที
ทั้งการลงไปจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวเรือประมง แรงงานผิดกฎหมายทุกกลุ่ม บวกกับงานชิ้นโบแดงที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศและกู้หน้ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้อย่างสวยงาม ด้วยการขุดรากถอนโคนขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาในพื้นที่ภาคใต้ทั้งขบวนการ ถือว่าสร้างผลงานเป็นที่ยอมรับ
นอกจากนี้ พล.ต.อ.เอก ยังเป็นมือกฎหมายที่เชี่ยวชาญ เป็นที่ยอมรับในแวดวงศาล ทหาร และตำรวจ และยังเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ สมัยเรียนโรงเรียนวัดนวลนรดิศ แต่อุปสรรคที่ พล.ต.อ.เอก กำลังเผชิญด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่นักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) เป็นเพียงนักเรียนนายร้อยอบรม จบปริญญานิติศาสตรบัณฑิต ซึ่งถือเป็นส่วนน้อยมากที่จะะมีนายร้อยอบรมก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 แห่งรั้วปทุมวัน
เช่นเดียวกับคู่ชิงอย่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ นรต.รุ่น 36 มีเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ส. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.ก. ล้วนอยู่ในตำแหน่งสำคัญทั้งสิ้น และยังรวมกันสร้างผลงานคดีสำคัญๆ อย่างคดีเกาะเต่า คดีฆ่าพระหมอ และคดีความมั่นคงในช่วงสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังเป็นเพื่อนเลิฟกับ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เช่นกัน
ส่วนแรงสนับสนุนเรียกว่าครบเครื่อง ทั้งขั้วการเมือง ทหาร ตำรวจ นักธุรกิจ ก็ล้วนมีสายสัมพันธ์แน่นปึ้ก ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สมยศ รวมทั้งยังคุ้นเคยกับ เนวิน ชิดชอบ คนโตคนดังแห่งเมืองบุรีรัมย์ แม้อายุราชการ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เกษียณอายุราชการปี 2563 หรืออีก 5 ปี เมื่อโอกาสมาถึงและรออยู่ตรงหน้าใครจะปล่อยให้หลุดลอยไปง่ายๆ
ส่วน พล.ต.อ.พงศพัศ ทุกฝ่ายรับรู้มาตลอดว่าเป็นตำรวจสีอะไร ซึ่งเป็นไปได้ยากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะดันให้ขึ้นมานั่งเก้าอี้เบอร์ 1 ในห้วงเวลานี้เช่นนี้ แม้จะมีความสนิทสนมกับ พล.ต.อ.สมยศ ก็ตาม ส่วน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ด้วยว่าเป็นลูกเขย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีต ผบ.ตร. ผู้ฝักใฝ่ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกมองข้ามไปด้วยความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจแม้เจ้าตัวจะเก็บตัวทำงานเงียบเหมือนไม่อิงฝ่ายใดก็ตาม และสุดท้ายคือ พล.ต.อ.วุฒิ ได้แรงหนุนจากพี่ชาย อย่าง “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” นักการเมืองระดับตำนานเป็นมือประสานทุกขั้วอย่างแท้จริง
ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ตาม ผู้มีอำนาจตัดสินใจคัดเลือกกลั่นกรองมีเพียง 3 คนเท่านั้น คนที่ 1 พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธาน ก.ต.ช. คนที่ 2 พล.อ.ประวิตร และคนสุดท้าย คือ พล.ต.อ.สมยศ ผู้ทำหน้าที่เสนอชื่อต่อที่ประชุม ซึ่งทั้ง 3 คนนี้จะต้องหารือกันร่วมกันเพื่อตัดสินใจว่าจะเลือกใคร
ประเด็นสำคัญว่าจะเลือกใครเป็นผู้นำรั้วปทุมวันนั้น คงไม่ใช่คำว่า “อาวุโส” เพียงอย่างเดียว ยิ่งช่วงภาวะบ้านเมืองไม่ปกติ การเลือกคนมานั่งเก้าอี้ผู้นำสีกากีย่อมต้องไว้เนื้อเชื่อใจได้ บวกกับในปีหน้าด้วยความมั่นคงคาดการณ์ไว้ว่าอาจจะมีมวลชนหลายกลุ่มออกมาเคลื่อนไหว ดังนั้นการเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ ปฏิบัติงานแนวบู๊และบุ๋นได้ และอาจต้องเน้นเรื่องความมั่นคง แต่หากบ้านเมืองนิ่งสงบไม่มีปัญหา “อาวุโส” อาจเป็นทางเลือกหนึ่ง
สุดท้ายใครจะได้คุมกำลังตำรวจกว่า 2 แสนนาย พล.อ.ประยุทธ์ คือผู้กำหนดอนาคตองค์กรสีกากี เพื่อช่วยค้ำเสถียรภาพและความมั่นคงไว้ให้กับรัฐบาลในอนาคต







