
สปช.เห็นชอบพัฒนาศก.ดิจิทัลหนุนลดเหลื่อมล้ำ
สปช.มีมติเห็นชอบรายงานกมธ.วาระการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลลดความเหลื่อมล้ำ
สปช.มีมติเห็นชอบรายงานกมธ.วาระการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลลดความเหลื่อมล้ำ
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยว และบริการ จำนวน 2 เรื่อง ประกอบด้วย วาระการพัฒนา : 1.เศรษฐกิจดิจิทัล และ2.การเป็นศูนย์กลางอาเซียน (Asean Hub) โดยนายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกมธ. ชี้แจงว่า เศรษฐกิจดิจิทัลต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากหลายประเทศในอาเซียนมีการพัฒนาไปไกลกว่าประเทศไทย ทั้งเรื่องระบบดิจิทัลเกตเวย์ และการสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดความรู้ด้านดิจิทัลอย่างแท้จริง
ขณะที่ พล.ร.อ.ศุภกร บูรณดิลก กมธ. กล่าวว่า การปฏิรูปครั้งนี้เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐ ที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าและบริการในระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของไทยให้เทียบเท่ากับนานาชาติ พร้อมทั้งพัฒนากฎหมายที่เอื้อต่อระบบดิจิทัล
นอกจากนี้ ควรมีการแข่งขันที่เสรีอย่างเป็นธรรม ควรเพิ่มโครงข่ายโทรคมนาคม บริหารคลื่นความถี่ให้สูงสุด เพิ่มช่องทางเชื่อมโครงเครือข่ายอินเตอร์เน็ตอย่างทั่วถึง และที่สำคัญ คือ ต้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้เกิดความชัดเจน ดังนั้น ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมส่วนใหญ่ต่างอภิปรายสนับสนุนโดยมองว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยพัฒนา และเพิ่มศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศได้ รวมทั้งควรจะนำเศรษฐกิจดิจิทัลมาสนับสนุนด้านการศึกษาและการเกษตรด้วย ทั้งการศึกษาทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือการเรียนออนไลน์ การกระจายข้อมูลด้านการศึกษา การมีฐานข้อมูลให้เกษตรกรได้เข้ามาศึกษา การศึกษาตลาดของเกษตรกรเพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านอาหาร
ทั้งนี้ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำจากปัญหาการขาดโอกาสทางการศึกษาและการประกอบอาชีพได้ รวมถึงการแก้ปัญหาด้านสาธารณสุข เรื่องสุขภาพ อาทิ การบริหารจัดการด้านการบริการในกรณีการใช้เทเลคอนเซาท์เทชั่นผ่านโครงข่ายดิจิทัลในพื้นที่ที่ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ การผ่าตัดทางไกล รวมถึงการเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ด้านสาธารณสุขไปสู่ประชาชน ซึ่งทั้งหมดควรออกแบบเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ได้รวมถึงคนพิการด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมยังเสนอให้เขียนเรื่องดิจิทัลแมปให้เหมือนกับระบบทะเบียนราษฎร 13 หลักด้วย โดยมองว่าจะเป็นประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี ประโยชน์ด้านผังเมือง การวางแผน และการขยายเส้นทางต่างๆ ที่ประชุมยังมองด้วยว่า แม้ว่าเศรษฐกิจดิจิทัลจะมีประโยชน์ แต่ต้องพัฒนาองค์ความรู้และเตรียมคนให้พร้อมและรู้เท่าทัน เพื่อใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดบทบาทของรัฐในการให้บริการและแทรกแซงตลาด มีหลักประกันเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลความมั่นคงและข้อมูลส่วนตัว จากนั้น ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบรายงานวาระการพัฒนา : 1.เศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยคะแนนเห็นด้วย 197 ต่อ 1 เสียง







