
"วัฒนา" ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองถอนคำสั่งคสช.
"วัฒนา" ยื่น อุทธรณ์ศาลปกครอง ถอนประกาศคสช.ห้ามออกนอกประเทศ อ้างเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในฐานะประชาชน
"วัฒนา" ยื่น อุทธรณ์ศาลปกครอง ถอนประกาศคสช.ห้ามออกนอกประเทศ อ้างเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในฐานะประชาชน
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่สำนักงานศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ นายวัฒนา เมืองสุข อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจจากนายวัฒนา มายื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดกรณีที่ศาลปกครองกลาง ซึ่งเป็นศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของนายวัฒนาที่ฟ้องขอให้เพิกถอนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 21/2557 เรื่องห้ามบุคคลจำนวน 115 คน รวมถึงนายวัฒนา ที่เป็น 1 ใน 155 รายชื่อดังกล่าว ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาต
โดยคำอุทธรณ์ดังกล่าวได้โต้แย้งเหตุผลที่ศาลปกครองกลาง ไม่รับคำฟ้องโดยระบุว่า ประกาศคสช. ฉบับที่ 21/2557ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 เรื่อง ที่ห้ามบุคคลเดินทางออกนอกราชอณาจักร เป็นคำสั่งในทางบริหารจึงขัดต่อหลักการสำคัญเป็นบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเป็นอันบังคับใช้ไม่ได้ และเป็นคำสั่งที่เกิดขึ้นตามอำเภอใจมีวัตถุประสงค์ทางการเมือง มิได้กระทำไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ มีลักษณะเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม สร้างขั้นตอนโดยไม่จำเป็น สร้างภาระให้เกิดขึ้นกับประชาชนเกินสมควร และยังเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการเดินทางอันเป็นเสรีภาพส่วนบุคคลที่เคยได้รับความคุ้มครอง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ จึงขัดต่อประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
นอกจากนี้การที่คำสั่งของศาลปกครองกลางไม่รับคำฟ้อง นอกจากเป็นการปฏิเสธการทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชนแล้ว ยังเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับการรัฐประหารว่ามีอำนาจที่กระทำการใดๆ ก็ได้แม้จะไม่ชอบด้วยกฎหมายขัดต่อหลักนิติธรรม ซึ่งการกระทำนี้จะทำให้วงจรรัฐประหารเกิดขึ้นในสังคมไทยไม่มีสิ้นสุด และประชาชนจะพึ่งพากระบวนการยุติธรรมไม่ได้ การที่ประชาชนถูกละเมิดสิทธิพื้นฐานของความเป็นคน หรือที่เรียกว่าสิทธิมนุษยชนจากเจ้าหน้าที่รัฐ แต่องค์กรที่มีหน้าที่อำนวยความยุติธรรมปฏิเสธที่จะปกป้องคุ้มครอง สิทธิดังกล่าว ย่อมถือว่าเป็นความอยุติธรรมที่เลวร้ายที่สุด การยอมรับอำนาจที่เกิดจากการใช้กำลังและอาวุธว่าอยู่เหนือความชอบธรรม ใดๆ จะเป็นบ่อเกิดวงจรอุบาทว์ และนำไปสู่การใช้กำลัง อาวุธ เข้าตัดสินกันแทนที่จะยุติด้วยคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาล ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักนิติธรรม
ขอให้ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษา หรือมีคำสั่งให้ศาลปกครองกลางรับคำฟ้องไว้พิจารณา เพื่อปกป้องและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ฟ้องคดี ในฐานะประชาชนคนหนึ่งจากการกระทำอันไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นภารกิจของศาลปกครองที่จัดตั้งขึ้น







