posttoday
หวั่นเร่งกระตุ้นดันหนี้พุ่งแตะ60%

หวั่นเร่งกระตุ้นดันหนี้พุ่งแตะ60%

10 สิงหาคม 2558

คลังหวั่นกระตุ้นเศรษฐกิจดันหนี้สาธารณะแตะ 60% ของจีดีพี เร่งอัดเงินเข้าระบบไตรมาส 4 ราว 2 แสนล้าน

คลังหวั่นกระตุ้นเศรษฐกิจดันหนี้สาธารณะแตะ 60% ของจีดีพี เร่งอัดเงินเข้าระบบไตรมาส 4 ราว 2 แสนล้าน

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเก็บรายได้ของประเทศที่มีปัญหาเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ประเทศต้องกู้เงินเพื่อมาใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ซึ่งจากการประเมินร่วมกับสำนักงบประมาณ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป และต้องมีการขาดดุลงบประมาณ หรือกู้เงินเพื่อการลงทุนต่อเนื่อง อาจทำให้ไม่สามารถทำงบประมาณสมดุลได้ภายในปีงบประมาณ 2560 ตามที่ตั้งเป้าไว้

นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าหนี้สาธารณะของประเทศจะขยายตัวถึง 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ตามเพดานกรอบความยั่งยืนทางการคลังในปี 2564 จากปัจจุบันที่ 42% ของจีดีพี ภายใต้สมมติฐานเศรษฐกิจไทยโตปีละ 5% แต่หากเศรษฐกิจไทยโตได้น้อยกว่าสมมติฐานดังกล่าว ก็อาจยิ่งเร่งให้หนี้สาธารณชนเพดานเร็วขึ้นกว่าที่คาด

ดังนั้น คลังจึงต้องหาแนวทางลดความเสี่ยงทางการคลัง ทั้งการหาแหล่งรายได้ หรือภาษีใหม่ๆ เช่น ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน หากไม่สามารถเก็บภาษีเพิ่มได้ก็ต้องบูรณาการเพิ่มประสิทธิภาพบริหารการจัดเก็บภาษีใหม่ อุดช่องโหว่ และมีมาตรการ
ลดค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงส่งเสริมการลงทุนผ่านโครงการร่วมทุนรัฐและเอกชน (พีพีพี) เพื่อลดภาระการกู้เงิน อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการขยายกรอบความยั่งยืนทางการคลัง

นายรังสรรค์ ยังระบุว่า คลังจะเร่งดำเนินการตาม 6 มาตรการหลักกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2558-2559 เพื่อให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากที่สุด โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 4 จะมีเงินเข้าระบบราว 2.01 แสนล้านบาท มาจากการขับเคลื่อนโครงการลงทุนขั้นพื้นฐาน 7.97 หมื่นล้านบาท และจากมาตรการการเงินการคลังเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะเร่งด่วนอีก 1.21 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3% ขณะนี้ยังมีเงินคงคลังมากกว่า 2 แสนล้านบาท เพียงพอกับการเบิกจ่าย

ทั้งนี้ สำหรับ 6 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบด้วยมาตรการที่ 1.การขับเคลื่อนการลงทุนภาครัฐและรัฐวิสาหกิจตามนโยบายของรัฐบาลวงเงิน 1.95 ล้านล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกยังดำเนินการได้ช้า แต่ในครึ่งปีหลังคาดว่าจะเร่งลงทุนได้ถึง 1 แสนล้านบาท 2.การส่งเสริมการลงทุนจะเน้นการลงทุนที่ลงทุนได้จริง ผ่านการส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ การลงทุนด้านเศรษฐกิจดิจิทัล และกิจกรรมที่เกี่ยวกับการเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ

3.มาตรการทางการคลังเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจเร่งด่วน ผ่าน 6 มาตรการย่อย ในครึ่งปีแรกอัดฉีดเงินเข้าระบบไปแล้วราว 1.5 แสนล้านบาท และในครึ่งปีหลังจะมีเม็ดเงินอีกประมาณ 2.5 แสนล้านบาท 4.การกระตุ้นโครงการที่มีอยู่ในงบประมาณ มีเม็ดเงิน 1.57 แสนล้านบาท ได้เร่งให้มีการเบิกจ่ายในครึ่งปีหลังทั้งหมด 5.การให้ความช่วยเหลือผ่านกองทุนหมุนเวียนและกองทุนหมู่บ้าน 6.ปรับปรุงการดำเนินงานของสหกรณ์ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรอยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎหมาย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท