
บิ๊กตู่ลั่นได้ผบ.ทบ.ใหม่แล้ว
“ประยุทธ์” ยันตัดสินใจตั้ง ผบ.ทบ.คนใหม่เอง เผยมีชื่ออยู่ในใจนานแล้ว
“ประยุทธ์” ยันตัดสินใจตั้ง ผบ.ทบ.คนใหม่เอง เผยมีชื่ออยู่ในใจนานแล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) คนใหม่นั้น มีอยู่ในใจมาตั้งนานแล้ว เพราะทหารไม่ได้ตั้งแค่วันนี้พรุ่งนี้ ทุกอย่างต้องมีการวางพื้นฐานไว้ ไม่ใช่ว่าวันนี้จะเอาใครก็ได้ ต้องมีการเตรียมการ
“การจะไปตั้งคนวันนี้เพื่อจะให้ทำงานให้เราวันนี้มันไม่ใช่ ก็ต้องไปดูคนทั้งหมด ถ้ามีปัญหาก็บอกกัน พูดคุยกัน แล้วทำทุกอย่างออกมาให้ดี ภายใต้ความไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชน ถือเป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลก็พยายามจะทำ แต่หลายคนก็ยังไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ หาว่าผมต้องการอำนาจ ต้องการอยู่ต่อ แต่ก็ต้องยอมเพื่อน ยอมพี่ หรือยอม พล.อ.ประวิตร (วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี) เขียนนิยายกันไปเรื่อย ยืนยันว่าทุกคนให้เกียรติผมทั้งหมด ผมเป็นคนตัดสินใจทุกเรื่อง มันจะดีหรือไม่ดี ก็ผมทั้งนั้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
สำหรับการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่นั้น ในสัปดาห์หน้าก็คงจะได้ตัว และคนที่จะเข้ามาเป็น จะต้องเป็นตำรวจที่มีความยุติธรรม ทำตามนโยบายของรัฐบาล ถ้าทำไม่ได้ก็เปลี่ยนใหม่จะไปยากอะไร
พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้ปฏิเสธข่าว คสช.เข้าไปกดดันการทำงานของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) โดยเฉพาะเรื่องการให้สรรหา สว.ทั้งหมด ว่าเป็นสิ่งที่ไปพูดกัน เป็นเรื่องการอ้างกันไปมา
“ผมบอกและส่งข่าวไปแล้ว ว่า อะไรที่ไม่ได้ออกจากปากผมเป็นเรื่องของพวกท่าน ก็ว่ากันไป จะให้สิทธิกับทุกคนได้มาร่วมตัดสินใจในการจะลงประชามติและการแสดงความคิดเห็นต่างๆ ถ้าเห็นว่ารัฐธรรมนูญดีมีความเหมาะสมก็สมควรจะผ่าน ซึ่งก็ต้องไปทำประชามติอีก ซึ่งช่วงนี้อยู่ในระหว่างเตรียมการทำประชามติ ถ้าวันนี้ยังมีการโต้เถียงกันอยู่ ก็จะขาดความน่าเชื่อถือ ขอร้องว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าเอาผมเข้าไปเกี่ยวข้อง” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
ด้าน น.ส.สุภัทรา นาคะผิว โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า ในวันที่ 10-11 ส.ค.นี้ จะนำประเด็นที่ค้างการพิจารณา อาทิ ประเด็นที่มาของ สว. เรื่องสัดส่วนของโครงสร้างคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง และประเด็นการจัดเก็บและจัดสรรภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ และยืนยันว่าประเด็นที่มา สว.ไม่ได้เกิดความรู้สึกกดดัน หรืออึดอัดในการทำงานแต่อย่างใด
ทั้งนี้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า ที่มา สว.นั้น ทาง กมธ.ยกร่างฯ ได้วางแนวทางทบทวนไว้ 3 แนวทาง คือ 1.พิจารณาว่าจะคงหลักการเดิมให้มี สว.เลือกตั้ง 77 คน และ สว.สรรหา 123 คน หรือไม่ 2.ประเภทของ สว.สรรหาทั้ง 4 กลุ่มที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ มีความหลากหลายเกินไปหรือไม่ และ 3.รูปแบบที่มาของคณะกรรมการสรรหาทั้ง 4 กลุ่ม มีความเหมาะสมหรือไม่







