
ประชุมทวิภาคี ไทย-ลาว เน้นความร่วมมือป้องกัน-ปราบยาเสพติดเชิงลึก
ไทยเป็นเจ้าภาพประชุมทวิภาคี ไทย-ลาว ครั้งที่ 15 เน้นความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเชิงลึก
ไทยเป็นเจ้าภาพประชุมทวิภาคี ไทย-ลาว ครั้งที่ 15 เน้นความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเชิงลึก
เวลา 10.00 น. วันที่ 7 ส.ค. ที่โรงแรมชาโต เดอ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กระทรวงยุติธรรม เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมทวิภาคีไทย-ลาว เรื่อง ความร่วมมือ ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 15 ระดับรัฐมนตรี โดยมี พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย และท่านกุ จันสินา ประธานคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด สปป.ลาว (เทียบเท่ารัฐมนตรี) ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย และท่านบุนปอน สิริวง รองหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด สปป.ลาว เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนลาว
สำนักงาน ป.ป.ส. ในฐานะหน่วยงานกลางด้านยาเสพติดของประเทศไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกลางยาเสพติดของ สปป.ลาว คือ สำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด สปป.ลาว (Lao National Commission for Drug Control and Supervision – LCDC) มาโดยตลอด และเพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการควบคุมยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทและสารตั้งต้นระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว ที่ได้มีการลงนามไว้เมื่อปี 2544 จึงเห็นชอบให้มีการจัดประชุมทวิภาคีไทย-ลาว เรื่อง ความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งกำหนดจัดการประชุมร่วมกันเป็นประจำทุกปี โดยฝ่ายไทยและสปป.ลาว สลับกันเป็นเจ้าภาพ สำหรับการประชุม ครั้งที่ 15 นี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม 2558 แบ่งการประชุมออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส และระดับรัฐมนตรี การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสจะเป็นการหารือร่วมกันของทั้งสองฝ่ายเกี่ยวกับสถานการณ์และแนวโน้มของปัญหายาเสพติดในแต่ละประเทศ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเชิงลึกเกี่ยวกับเครือข่ายการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ความร่วมมือของสำนักงานประสานงานด้านยาเสพติดชายแดน (BLO) ความร่วมมือด้านการปราบปราม/ร่วมปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดตามลำน้ำโขงและตามแนวชายแดน ไทย-ลาว และด้านการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ตลอดจนโครงการพัฒนาศักยภาพการปราบปรามยาเสพติดของประเทศเพื่อนบ้าน ความคืบหน้าของการดำเนินงานตามมติที่ประชุมครั้งที่ผ่านมา ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินความร่วมมือและร่วมกันกำหนดแนวทางความร่วมมือด้านยาเสพติดที่จะดำเนินการในปีต่อไป โดยมี นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย และท่านบุนปอน สิริวง รองหัวหน้าสำนักงาน LCDC เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนลาว ส่วนการประชุมระดับรัฐมนตรีจะเป็นการรับทราบผลการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส และให้ความเห็นชอบเชิงนโยบายต่อแนวทางความร่วมมือด้านยาเสพติด ในอนาคต โดยมี พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย และท่านกุ จันสินา ประธานคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด สปป.ลาว (เทียบเท่ารัฐมนตรี) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนลาว
สถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันยังคงมีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ทั้ง ยาบ้า ไอซ์ และเฮโรอีน โดยเฉพาะยาบ้ายังมีการจับกุมได้ในปริมาณมาก ทั้งคดีรายสำคัญและรายย่อย ในปีงบประมาณ 2558 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557–วันที่ 5 สิงหาคม 2558 มีการจับกุมยาเสพติด จำนวน 232,590 คดี ผู้ต้องหา 249,041 คน เป็นคดีรายสำคัญ (คดีจับกุมในข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่าย ผลิต นำเข้า ส่งออก และคดีที่มีของกลางปริมาณมาก หรือมีการกำหนดปริมาณไว้ หรือผู้ต้องหาเป็นเครือข่ายรายสำคัญ) จำนวน 53,371 คดี
ของกลางยาบ้า 77 ล้านเม็ด ไอซ์ 888 กิโลกรัม เฮโรอีน 33 กิโลกรัม กัญชา 20 ตัน โคเคน 34 กิโลกรัม โดยสถานการณ์ด้านแนวชายแดนภาคเหนือยังคงเป็นพื้นที่สำคัญ โดยพบข่าวสารการลักลอบนำเข้ายาบ้าหลักล้านเม็ด ทางช่องทางบก ด้าน จ.เชียงราย (อ.แม่จัน แม่ฟ้าหลวง แม่สาย) จ.เชียงใหม่ (อ.แม่อาย ฝาง เชียงดาว) และบางส่วนอาจมีการใช้เส้นทางแม่น้ำโขง และที่น่าสังเกตคือ มีการจับกุมยาเสพติดซึ่งของกลางมีปริมาณมากได้มากขึ้น ณ พื้นที่ชายแดน ผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าที่หลากหลาย สาเหตุที่ยาเสพติดถูกลักลอบเข้ามามาก อาจเกิดจากการที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาเปิดปฏิบัติการพิเศษ ที่ชื่อ Yin Mar Operation ระยะเวลา 1 เดือนก่อนวันต่อต้านยาเสพติดโลก (26 มิถุนายน 2558) โดยมุ่งกวาดล้างแหล่งผลิต แหล่งพักยาเสพติดในพื้นที่ตอนเหนือ ตอนใต้ และในรัฐฉาน จึงต้องเร่งเคลื่อนย้ายยาเสพติดกัน นอกจากนี้ในส่วนเส้นทางลำเลียงพื้นที่หลักยังเป็นด้านชายแดนภาคเหนือ ลำเลียงมาตามเส้นทางคมนาคมหลัก ก่อนจะกระจายไปยังแหล่งแพร่ระบาด และอีกเส้นทางหนึ่งคือด้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลำเลียงมาจากชายแดนด้านจังหวัดเลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี ก่อนเข้าสู่เส้นทางคมนาคมหลัก แล้วกระจายไปยังพื้นที่แพร่ระบาดในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง และภาคใต้ต่อไป
พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญอย่างมากกับ การแก้ไขปัญหายาเสพติดมาโดยตลอด โดยเน้นการป้องกันกลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไปมิให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ปราบปรามลงโทษผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้มีอิทธิพล และผู้ประพฤติมิชอบ โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดตามหลักนิติธรรม และยึดหลักว่าผู้เสพคือ ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดรักษาให้กลับมาเป็นคนดีของสังคม ทั้งนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตลอดจนการแสวงหาความร่วมมือจากต่างประเทศ ในการควบคุมและสกัดกั้นเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดมิให้ถูกลักลอบนำเข้าสู่แหล่งผลิตในบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ และสกัดกั้น มิให้ยาเสพติดที่ผลิตแล้วแพร่กระจายออกมาจากแหล่งผลิตเข้าสู่ทั้งประเทศไทยและประเทศคู่ภาคีอื่นๆ และปีนี้ถือเป็นปีที่ 65 ความสัมพันธ์ไทย-ลาว ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยและ สปป.ลาว ในฐานะมิตรประเทศและเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดได้มีความสัมพันธ์ที่ดี และร่วมมือกันดำเนินการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี หากทั้งสองประเทศมีความร่วมมือด้านการสืบสวนปราบปรามยาเสพติด การแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มนักค้ายาเสพติดข้ามชาติ การประสานงานตามแนวชายแดนผ่านสำนักงานประสานงานปราบปรามยาเสพติดชายแดน (BLO) อย่างต่อเนื่อง ก็จะสามารถสกัดกั้นการลักลอบค้ายาเสพติดได้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ข้อจำกัดด้านสภาพพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทย-ลาว ซึ่งมีระยะทางไกลหลายร้อยกิโลเมตร และบางช่วงมีเพียงแม่น้ำโขงกั้นกลาง ก็เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานเช่นกัน จึงต้องมีการประสานงานกันให้มากขึ้น โดยเฉพาะระหว่างแขวงและจังหวัดที่อยู่ตรงข้ามกัน หรือระหว่างสำนักงานประสานงานชายแดน ซึ่งหากแต่ละแขวงและจังหวัดที่อยู่ตลอดแนวชายแดนได้มีการประสานงานกันอย่างเข้มข้นและทันเหตุการณ์แล้ว เราจะสามารถสกัดกั้นมิให้ยาเสพติดเข้าสู่ทั้งประเทศไทยและลาวอย่างได้ผลมากขึ้น ซึ่งการลาดตระเวนร่วมทางเรือ หรือต่างฝ่ายต่างลาดตระเวนในพื้นที่ของตนตามลำน้ำโขง รวมถึงการปิดล้อมตรวจค้นอย่างเข้มงวดในพื้นที่ที่มีแนวโน้มว่าจะมีการลักลอบค้ายาเสพติด ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะป้องปรามการลักลอบค้ายาเสพติดตามลำน้ำโขงได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังยินดีให้การสนับสนุนรัฐบาลลาว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปราบปรามยาเสพติด โดยการจัดสรรงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ ผ่านโครงการพัฒนาศักยภาพการปราบปรามยาเสพติดประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะได้มีการลงนามในเอกสารความตกลง (Letter of Agreement – LOA) หลังเสร็จสิ้นการประชุมครั้งนี้ เชื่อมั่นว่าเวทีการประชุมนี้จะเป็นโอกาสสำคัญที่เราทั้งสองประเทศจะได้หารือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก ถึงผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ปัญหาและอุปสรรค และกิจกรรมที่จะดำเนินการร่วมกันในปีต่อไป เพื่อจะบรรลุเป้าหมายร่วมกัน คือ การมีชัยชนะ ต่อปัญหายาเสพติด และการเป็นอาเซียนปลอดยาเสพติด ในปี 2015 (Drug Free ASEAN 2015)







