
คลอดกม.ห้ามผู้เคยต้องโทษคดีทางเพศเป็นพนักงานรปภ.
สนช.ผ่านกฎหมายห้ามผู้เคยต้องโทษคดีทางเพศเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย
สนช.ผ่านกฎหมายห้ามผู้เคยต้องโทษคดีทางเพศเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้ลงมติเห็นชอบผ่านร่างพ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย ในวาระที่สามและประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไปด้วยคะแนน 172 ต่อ 1 เสียง โดยร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการจัดระเบียบผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจรักษาความปลอดภัยและพนักงานรักษาความปลอดภัย
โดยส่วนใหญ่เป็นไปตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาฯได้แก้ไขบางมาตรา โดยคณะกรรมาธิการฯได้แก้ไขในเรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติของพนักงานรักษาความปลอดภัย(รปภ.) โดยกำหนดลักษณะต้องห้าม คือ ผู้ที่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกสำหรับความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน หรือความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี ก่อนวันขอรับใบอนุญาตนั้น
นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. อภิปรายไม่เห็นด้วยที่จะให้ผู้ต้องโทษในคดีความผิดทางเพศ แม้จะพ้นโทษแล้ว เข้ามาทำงานหน้าที่รปภ. เพราะอาจจะกระทบต่อความปลอดภัยและเป็นอันตรายกับเด็กและผู้หญิง โดยเฉพาะอาชีพนี้มีความใกล้ชิดกับคน ผู้บริโภคที่ต้องการความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม กมธ.ได้เสนอให้เพิ่มระยะเวลาการพ้นโทษจาก 3 ปีเป็น 5 ปี ขณะที่ นายวัลลภก็ยืนยันความเห็นเดิม โดยมีนางนิพัทธา อมรรัตนเมธา สนช.สนับสนุนความเห็นนายวัลลภ โดยกล่าวว่าผู้กระทำความผิดทางเพศ แม้จะมีอายุเท่าใด นิสัยไม่มีวันเปลี่ยน จึงมีความเสี่ยงที่จะให้ทำหน้าที่รปภ. ซึ่งท้ายที่สุดกมธ.ได้ยอมที่จะแก้ไขร่างไม่ให้ผู้ที่กระทำความผิดทางเพศเข้าทำหน้าที่รปภ. ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายใน 120 วันนับแต่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา







