posttoday
ทวาย

ทวาย

06 สิงหาคม 2558

โดย...อรุณ จิรชวาลา

โดย...อรุณ จิรชวาลา

เป็นข่าวในช่วงต้นปีเมื่อมีการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงไทย-เมียนมา เรื่องการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย นำโดยรองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจของไทยกับรองประธานาธิบดีเมียนมา แถลงการณ์หลังการประชุม บอกว่า โครงการระยะแรกจะครอบคลุมพื้นที่ 27 ตารางกิโลเมตร ใช้เวลา 5 ปี ใช้เงินลงทุน 5.2 หมื่นล้านบาท โดยจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 7 อย่าง รวมทั้งพื้นที่เขตอุตสาหกรรมด้วย

แต่หลังจากนั้นเรื่องก็ดูจะเงียบๆ ลงไป จนไม่นานมานี้มีคนถามผมว่าเรื่องไปถึงไหน แนวโน้มเป็นอย่างไร จะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ตัวผมเองไม่เคยไปทวาย แต่คนที่เคยไปเล่าให้ฟังว่า เชื่อว่าการพัฒนาทวายจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพียงแต่เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา อาจจะนับสิบปี เพราะความพร้อมในด้านต่างๆ ยังไม่มี ประกอบกับเมียนมาเองก็ไม่มีเงิน ต้องหวังพึ่งทุนไทยเป็นหลัก ประเทศอื่นๆ ที่พูดถึงก็มีญี่ปุ่น ซึ่งก็คงไม่ได้ให้ความสำคัญกับทวายมากนัก เพียงจับจองการมีส่วนร่วมเผื่อว่าจีนคิดจะแผ่อิทธิพลเข้ามา สำหรับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนแทบไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่มีประเทศไหนมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องโดยตรงในเชิงบวก

เข้าใจว่าแรงขับเคลื่อนให้มีการพัฒนาทวายไม่ได้มาจากเมียนมาเอง แต่มาจากบริษัทเอกชนไทย 2-3 บริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งเริ่มสนใจทวายมาหลายปีแล้ว และได้ไปลงนามทำความตกลงกับเมียนมาตั้งแต่ปี 2551

ก่อนอื่นต้องบอกว่าเรื่องแบบนี้สำหรับทางการเมียนมาเป็นเรื่องที่มีแต่ได้ไม่มีเสีย หากโครงการเดินหน้าก็จะเป็นประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง แต่ถ้าไม่สำเร็จก็ถือว่าเท่าทุน เพราะเพียงให้สัมปทานไปดำเนินการแลกกับเงินลงทุนที่ฝ่ายไทยต้องไปจัดหามา

สำหรับบริษัทไทยก็คงหวังผลประโยชน์ทางธุรกิจเป็นที่ตั้ง เช่น งานก่อสร้าง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจสาธารณูปโภค และอื่นๆ โดยไม่ต้องใช้ทุนรอนของตัวเองในการพัฒนา แต่ไปวิ่งเต้นหามาจากแหล่งที่เป็นทางการ เช่น องค์การระหว่างประเทศและรัฐบาลของบางประเทศ รวมทั้งรัฐบาลไทยด้วย ส่วนรัฐบาลเมียนมาคงไม่มีหน้าที่ในการระดมทุน เพียงแต่ต้องเป็นผู้ลงนามในฐานะผู้กู้

ปัญหาที่ทำให้โครงการพัฒนาทวายเดินหน้าอย่างล่าช้า คือ ทวายอยู่ห่างจากย่างกุ้งและเนย์ปิดอว์มาก โดยอยู่ในพื้นที่ที่เป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวเลียบทะเลอันดามัน ซึ่งเป็นเขตที่มีประชากรเบาบาง เข้าใจว่าตลอดเส้นก๋วยเตี๋ยวมีประชากรเพียงล้านกว่าคน เปรียบกับประชากรทั้งประเทศกว่า 50 ล้านคน และตัวทวายเองมีประชากรเพียงแสนกว่าคน ทรัพยากรที่มีจำกัดจึงต้องสงวนไว้ให้พื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นกว่า ไม่สามารถทุ่มเทให้กับการพัฒนาทวายอย่างเต็มที่ หากจะได้ประโยชน์จากการพัฒนาทวายก็ต้องได้มาโดยไม่ต้องลงทุน หรือลงทุนให้น้อยที่สุด

สำหรับประเทศไทย แน่นอนว่าหากโครงการทวายเกิด ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับบริษัทเอกชนที่ไปลงทุน แต่จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในภาพรวมแค่ไหนมีความชัดเจนน้อยกว่า โดยในทางการค้าท่าเรือน้ำลึกที่ทวายน่าจะเป็นประโยชน์ในการลดต้นทุน
ขนส่งและโลจิสติกส์ แต่ในด้านการท่องเที่ยวทวายจะกลายเป็นคู่แข่งโดยตรงของกระบี่ พังงา ภูเก็ต และเป็นคู่แข่งในทางอ้อมของพัทยากับหัวหิน

สำหรับประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศที่น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ สิงคโปร์ เป็นผลกระทบในเชิงลบจากการมีสินค้าผ่านท่าน้อยลง ประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ นอกจากสิงคโปร์คงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องมากนัก

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากทวายคงไม่แรงพอที่จะทำให้เศรษฐกิจสิงคโปร์ถึงกับทรุด เห็นได้จากตัวอย่างในอดีตที่การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกที่แหลมฉบังของเราไม่ได้ทำความเสียหายให้กับสิงคโปร์อย่างมากมายแต่ประการใด

ย้อนกลับไปที่เมียนมา นอกจากประโยชน์ที่จะได้จากการที่ทวายจะกลายเป็นเมืองท่าและเมืองบริวารให้กับกรุงเทพฯ แล้ว โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ต้องมีเพื่อรองรับท่าเรือน้ำลึก เช่น ถนนหนทาง ระบบโทรคมนาคม ระบบน้ำ ระบบไฟ และอื่นๆ จะช่วยสนับสนุนให้ทวายกลายเป็นฐานการผลิตและฐานการจ้างงานของเมียนมาด้วย นอกจากนี้ ทวายยังอาจกลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง โดยได้นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ และส่วนแบ่งตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยุโรป

ประโยชน์ที่สำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับเมียนมา คือ ประโยชน์ทางการเมือง เพราะจะเป็นการเพิ่มบทบาทของรัฐบาลกลางในพื้นที่ที่แต่เดิมถือว่าอยู่ห่างไกล ในขณะเดียวกันก็ลดบทบาทของชนกลุ่มน้อยที่ต่อต้านรัฐบาลไปในตัว

ผมมีข้อคิดและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการไปลงทุนในทวาย ดังนี้

หนึ่ง ในภาพรวมการพัฒนาทวายน่าจะเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า ปัญหาอยู่ที่การจัดสรรผลประโยชน์ระหว่างไทยกับเมียนมาให้ลงตัว ซึ่งเป็นเรื่องยาก หรืออาจจะเป็นไปไม่ได้เลย

ลองนึกภาพว่า หากเมียนมาไม่มีปัญหาภายในตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา และเศรษฐกิจปัจจุบันไม่อยู่ในสภาพด้อยพัฒนา ทวายก็คงได้รับการพัฒนาไปนานแล้ว อย่างน้อยก็เป็นส่วนหนึ่งของการกระจายความเจริญจากส่วนกลางไปสู่ชนบท

หรือหากบังเอิญทวายอยู่ในเขตแดนไทย เราก็คงพัฒนาทวายไปไกลแล้วเช่นกัน เช่น อาจอยู่ในระดับใกล้เคียงกับชลบุรีหรือภูเก็ต

แต่ในสภาพความเป็นจริง หากทวายจะได้รับการพัฒนาในอนาคตอันใกล้ ผู้ที่จะต้องควักกระเป๋าจะเป็นฝ่ายไทย ส่วนผู้ที่จะได้ประโยชน์เต็มๆ คือเมียนมาสอง สำหรับรัฐบาลไทย หากคิดจะทุ่มเทให้กับการพัฒนาทวายอย่างจริงจัง ก็คงต้องต่อรองเพื่อให้ได้เงื่อนไขที่คุ้มค่าจากเมียนมาเสียก่อน เช่น สิทธิประโยชน์ด้านสัมปทาน สัญญาเช่าระยะยาว หรืออัตราภาษี เป็นต้น

สาม สำหรับบริษัทไทยที่คิดจะไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทางธุรกิจจากทวาย ผมอยากให้ยอมรับความจริงว่าโครงการอาจจะไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว จึงควรต้องระมัดระวังอย่างสูงในเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะหากต้องลงทุนลงแรงมากโดยที่ผลตอบแทนยังไม่เกิด ก็อาจกระทบผลประกอบการของบริษัทได้ ทางที่ดีควรมีธุรกิจอื่นในมือที่ให้ผลตอบแทนเร็วกว่าด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท